โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นักโทษชีเปลือย ร้องขอความช่วยเหลือจากป่าโกงกาง ไอ้เข้ชุม

Khaosod

อัพเดต 05 ม.ค. 2564 เวลา 20.29 น. • เผยแพร่ 05 ม.ค. 2564 เวลา 20.29 น.
CAM FAUST

นักโทษชีเปลือย ร้องขอความช่วยเหลือจากป่าโกงกาง ไอ้เข้ชุม

นักโทษชีเปลือย - บีบีซี รายงานว่า สองหนุ่มออสเตรเลียพบนักโทษหนีคดีในสภาพเปลือยกาย เกาะต้นไม้อยู่ในป่าโกงกาง เขตอีสต์พอยต์ เมืองดาร์วิน ทางตอนเหนือของประเทศ ร้องขอความช่วยเหลือ จีงตัดสินใจช่วยมาก่อน เพราะหนองน้ำตรงนั้นเป็นแหล่งจระเข้ชุกชุม

นักโทษชีเปลือย

CAM FAUST

เคฟ จอยเนอร์ และ คัม เฟาสต์ ชาวประมงในท้องที่ พายเรือเข้าไปช่วยชีเปลือยคนดังกล่าวลงมา หาผ้าคลุมตัวให้ ชายคนนี้ขอน้ำดื่มด้วยอาการกระหาย พร้อมบอกว่าติดค้างอยู่ในป่ามา 4 วันแล้ว อาศัยกินหอยทากประทังชีวิต

ไนน์นิวส์ สถานีของดังของออสเตรเลีย รายงานว่า ชีเปลือยคนนี้อายุ 40 ปี เป็นนักโทษหนีคดี ที่ฝ่าฝืนการประกันตัวข้อหาปล้นโดยมีอาวุธ

นักโทษชีเปลือย

CAM FAUST

 "พวกเราไม่เชื่อเขาในตอนแรก เราคิดแค่ว่าเขาคงไปเจอเรื่องเลวร้ายอะไรมาแล้วทำตัวเองให้มีปัญหา เราก็เลยคิดว่าเอาเถอะ ช่วยๆ มาก่อน" หนุ่มเฟาสต์กล่าว พร้อมเล่าต่อว่า ชายคนนี้บอกว่าไปเที่ยวงานคอนเสิร์ตฉลองเคานต์ดาวน์มา พวกตนก็เลยคิดไปว่าคงฉลองหนักมาก

  ด้านนายจอยเนอร์เผยกับไนน์นิวส์ ว่าตอนไปช่วยชายคนนี้ออกมา เขาเกาไปทั่วตัว ซึ่งมีรอยถูกยุงกัดน่วมทั้งใบหน้าและหน้าอก บอกได้เลยว่า "เขาทรมานน่าดู"

CAM FAUST / เรียกรถพยาบาลมารับตัวไป

ขณะที่พาชีเปลือยขึ้นฝั่ง หนุ่มประมงทั้งสองก็แบ่งเบียร์ให้ดื่ม แล้วเรียกรถพยาบาลมารับตัวไปยังโรงพยาบาล รอยัล ดาร์วิน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจแถลงยืนยันว่า ชายคนดังกล่าวเป็นนักโทษหนีคดีที่หนีออกไปไม่กี่วันก่อน

"เขานอนโรงพยาบาลแบบถูกใส่กุญแจมือ และมีตำรวจสองนายคอยประคบประหงมอยู่" นายเฟาสต์กล่าว

…………

อ่านข่าว :

นักโทษ200คนแหกคุก ถอดชุดเปลือยวิ่งหนีเข้าป่า ยูกันดาไล่ล่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...