โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปรียบเทียบกองทุน Healthcare 4 กอง: เหมือนหรือต่างกันอย่างไร แล้วเลือกกองไหนดี?

Finnomena

อัพเดต 29 ก.ค. 2563 เวลา 06.56 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2563 เวลา 07.44 น. • เพื่อนผู้ใจดี

เมื่อพูดถึงอุตสาหกรรม Healthcare หลาย ๆ คนน่าจะรู้สึกว่าเป็น Mega Trend ที่น่าจะเติบโตในระยะยาว ไม่ว่าจะจากเทรนด์รักสุขภาพ สังคมผู้สูงอายุ หรือเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยให้วงการก้าวหน้า มีกองทุนหลายกองที่ลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ วันนี้เราขอคัด 4 กองมาเปรียบเทียบกันว่าโดดเด่นด้านไหนบ้าง

เปิดบัญชี FINNOMENA ซื้อกองทุนหุ้นเทคโนโลยี ผ่านทางออนไลน์ เปิดไว เปิดง่าย ใน 1 วัน พิเศษ! เปิดวันนี้รับรางวัลขวัญถุง 100 บาท อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม https://finno.me/oa1190

ส่วนแรก: พอร์ตกองทุน

กองที่ 1: BCARE

เปรียบเทียบกองทุน Healthcare 4 กอง: เหมือนหรือต่างกันอย่างไร แล้วเลือกกองไหนดี?

หน้าพอร์ตของ Wellington Global Health Care Equity Fund ข้อมูล ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 ที่มา: Wellington Management

  • กองนี้จาก บลจ.บัวหลวง ถือว่าเป็นกองที่ชื่อน่าจะคุ้นหูหลายคนพอสมควร เพราะถือเป็นกองทุน Healthcare แห่งแรกของไทยเลยทีเดียว จดทะเบียนมาตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2550 นับอายุคร่าว ๆ ก็ 10 กว่าปีแล้ว
  • กองทุน BCARE ลงทุนใน Master Fund ชื่อ Wellington Global Health Care Equity Fund โดยจะมุ่งเน้นลงทุนในหุ้นพื้นฐานดีของบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับ Healthcare ทั่วโลก
  • แม้จะมีนโยบายลงทุนทั่วโลกแต่พอร์ตการลงทุนของ Master Fund นั้นจะกระจุกตัวอยู่ที่สหรัฐฯ เสียเป็นส่วนใหญ่ โดยสัดส่วนการลงทุนในสหรัฐฯ อยู่ที่ 76.3% รองลงมาคือยุโรปที่ทิ้งห่าง อยู่ที่ 14.6%
  • อุตสาหกรรมที่ Master Fund เน้นเป็นหลักคือ Biopharma (ทั้งหุ้นเล็ก-ใหญ่ รวมกันเป็น 45.5%) และ Medical Tech (28.2%)
  • หุ้น 10 อันดับแรกเป็นหุ้นสหรัฐฯ เสียเป็นส่วนใหญ่ โดยหุ้นอันดับ 1 คือ UnitedHealth Group (5.9%) บริษัท Healthcare ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขายทั้งเครื่องไม้เครื่องมือและประกัน ในปี 2019 มีรายได้ $2.4 แสนล้าน มีกำไรอยู่ที่ $1.4 หมื่นล้าน โดยปัจจัยที่ช่วยให้บริษัทเติบโตนั้นหลัก ๆ มาจาก Optum ซึ่งเป็นบริการด้านสุขภาพ

กองที่ 2: KFHEALTH-A

เปรียบเทียบกองทุน Healthcare 4 กอง: เหมือนหรือต่างกันอย่างไร แล้วเลือกกองไหนดี?

หน้าพอร์ตของ JPMorgan Funds - Global Healthcare Fund ข้อมูล ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 ที่มา: J.P.Morgan Asset Management

  • เป็นกองทุนจาก บลจ.กรุงศรี มี 2 Class ให้เลือก หากเลือกเป็น A จะไม่ได้รับปันผล ถ้าอยากได้รับปันผลสามารถเลือกลง KFHEALTH-D แทนได้
  • ใน Fund Fact Sheet บอกว่ากองนี้ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจ แต่อันที่จริงในเชิงปฏิบัติกองนี้ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงเรื่องค่าเงิน ผู้ลงทุนจึงควรรับความเสี่ยงเรื่องค่าเงินได้
  • สำหรับใครที่ต้องการอยากให้มีการป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน ก็สามารถไปพิจารณากอง KFHHCARE-A (ไม่จ่ายปันผล) และ KFHHCARE-D (จ่ายปันผล) แทนได้ ลงทุนในกองแม่เดียวกัน
  • ลงทุนใน Master Fund ชื่อ JPMorgan Funds - Global Healthcare Fund, Class C (acc) – USD เน้นลงทุนในบริษัท Healthcare ทั่วโลก และเน้นหนักไปทางธุรกิจยา (Pharmaceutical 31.2%) เป็นหลัก รองลงมาคือเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology 25.2%) และ Medical Tech (22.3%)
  • เนื่องจากลงทุนเน้นไปที่บริษัทยา หลาย ๆ ชื่อบริษัทจึงเป็นที่คุ้นหูอยู่บ้าง เช่น Roche (5.8%) Johnson & Johnson (4.7%) Bristol-Myers Squibb (4.5%) Novartis (3.7%) นอกจากนี้ใน 10 อันดับแรกยังมีบริษัทประกันที่เราคุ้นชื่อกันอย่าง Cigna (3.4%)
  • หลัก ๆ กองทุนจะลงทุนในหุ้นใหญ่ที่มีมูลค่า 1 แสนล้านดอลล่าร์ขึ้นไป (47%) รองลงมาคือระดับหนึ่งหมื่นล้านถึงหนึ่งแสนล้านดอลล่าร์ (35.35%) ซึ่งหุ้นใหญ่ก็จะมีความมั่นคงสูงกว่า แต่อาจจะเติบโตไม่เท่าหุ้นเล็ก
  • ลงทุนในสหรัฐฯ กว่า 75.9% รองลงมาคือยุโรปและตะวันออกกลาง (ไม่นับรวมสหราชอาณาจักร) ทิ้งห่างอยู่ที่ 15.7%

กองที่ 3: UOBSHC

เปรียบเทียบกองทุน Healthcare 4 กอง: เหมือนหรือต่างกันอย่างไร แล้วเลือกกองไหนดี?

หน้าพอร์ตของ United Global Healthcare Fund ข้อมูล ณ พฤษภาคม 2563 ที่มา: UOB Asset Management

  • กองทุนจาก บลจ.ยูโอบี ลงทุนใน Master Fund ชื่อ United Global Healthcare Fund
  • กองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในบริษัท Healthcare หลาย ๆ ประเภท ครอบคลุมหลัก ๆ 4 ด้านคือ 1) เทคโนโลยีทางการแพทย์ 2) การคิดค้นและผลิตยา 3) การให้บริการทางการแพทย์ และ 4) เทคโนโลยีชีวภาพ
  • เห็นชื่อกองทุนแม่เป็นแบบนี้ แต่จริง ๆ แล้วผู้จัดการกองทุนมาจาก บลจ. Wellington ด้วยเหตุนี้อาจจะรู้สึกว่าพอร์ตการลงทุนนั้นคล้าย ๆ กับกอง Wellington Global Health Care Equity Fund
  • หลัก ๆ ในพอร์ตจะลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology 26.48%) อุปกรณ์ Health Care (22.67%) และ ธุรกิจยา (Pharmaceutical 22.29%)
  • ลงทุนกระจุกตัวในสหรัฐฯ (68.30%) รองลงมาคือสหราชอาณาจักร (5.55%)
  • UnitedHealth Group เป็นหุ้นที่ถือน้ำหนักเยอะสุดที่ 5.9% รองลงมาก็จะเป็นบริษัทยาที่คุ้นชื่อกันอย่าง Pfizer

กองที่ 4: KT-HEALTHCARE-A

เปรียบเทียบกองทุน Healthcare 4 กอง: เหมือนหรือต่างกันอย่างไร แล้วเลือกกองไหนดี?

หน้าพอร์ตของ Janus Global Life Sciences Fund ข้อมูล ณ 31 พฤษภาคม 2563 ที่มา: Janus Henderson Investors

  • กองทุนจาก บลจ.กรุงไทย ลงทุนใน Master Fund ชื่อ Janus Global Life Sciences Fund เน้นการลงทุนในบริษัททั่วโลกที่ตอบโจทย์ความต้องการทางการแพทย์ มีความเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต (Life Sciences) ที่จะช่วยรักษาหรือพัฒนาคุณภาพชีวิต
  • ในพอร์ตหลัก ๆ จะลงทุนในธุรกิจยา (Pharmaceutical 35.3%) ธุรกิจเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology 29.7%) และอุปกรณ์ Health Care (14%) โดยจะพยายามเกลี่ยกระจายไปทุก ๆ อุตสาหกรรมย่อย
  • มีการทำ Value At Risk ให้หุ้นแต่ละตัว โดยหุ้นตัวหนึ่งจะต้องไม่ทำให้พอร์ตขาดทุนเกิน 1% ตัวอย่างเช่น หากมีการประเมินว่าหุ้นตัวหนึ่งสามารถขาดทุนได้มากสุด 50% แปลว่าสามารถลงทุนในหุ้นได้แค่ 2% ของพอร์ต
  • หลัก ๆ กองทุนจะลงทุนในหุ้นใหญ่ที่มีมูลค่า 1 แสนล้านดอลล่าร์ขึ้นไป (37%) รองลงมาคือระดับหนึ่งหมื่นล้านดอลล่าร์ถึงห้าหมื่นล้านดอลล่าร์ (19.4%)

สรุป จุดเด่นพอร์ตของแต่ละกอง

  • ทุกกองทุนลงทุนใน Master Fund ที่บริหารงานแบบ Active มุ่งหวังเอาชนะดัชนีชี้วัด
  • BCARE, KFHEALTH-A และ KT-HEALTHCARE-A มีดัชนีเปรียบเทียบคือ MSCI World Healthcare Index (Total Return Net) สกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ ปรับเป็นสกุลเงินบาท ส่วน UOBSHC เป็น MSCI AC World Health Care Index สกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ ปรับเป็นสกุลเงินบาท
  • ทุกกองยกเว้น KFHEALTH-A จะป้องกันความเสี่ยงค่าเงินตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
  • แม้จะมีนโยบายลงทุนทั่วโลก แต่ทั้ง 4 กองก็เน้นลงทุนในสหรัฐฯ เป็นหลัก ซึ่งก็พอเข้าใจได้เพราะบริษัท Healthcare ส่วนใหญ่ก็อยู่ในสหรัฐฯ ดังนั้นหากใครมีหุ้นสหรัฐฯ อยู่ในพอร์ตค่อนข้างเยอะอยู่แล้ว อาจจะชะลอการซื้อกองทุน Healthcare นิดนึง
  • พอร์ตของกองแม่ BCARE และ UOBSHC มีความคล้ายกันส่วนหนึ่งเพราะผู้จัดการกองทุนคือ Wellington เหมือนกัน พอร์ตก็จะเน้นลงทุนในกลุ่ม Biotech/Biopharma ซึ่งก็จะเกี่ยวข้องกับการคิดค้นและวิจัยยาใหม่ ๆ มีโอกาสเติบโตสูงหากยานั้นถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลาย บริษัทก็จะประสบความสำเร็จ นั่นเพราะบริษัทเจ้าของยาก็จะจดสิทธิบัตรไว้ ทำให้รายอื่น ๆ ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ แต่ข้อเสียของธุรกิจประเภทนี้คืออาจต้องใช้เงินลงทุนสูงในช่วงแรก ๆ ของการวิจัย มีความเสี่ยงขาดทุนหากยาไม่ประสบผลสำเร็จ หรืออาจจะต้องใช้เวลานานมากกว่าจะขายได้
  • KFHEALTH-A และ KT-HEALTHCARE-A จะมีสัดส่วนในธุรกิจยาเยอะหน่อย ซึ่งบริษัทเหล่านี้ก็จะมักจะเป็นบริษัทใหญ่ มีความมั่นคง พื้นฐานแกร่ง ฉะนั้นหากเกิดวิกฤตหรือความผันผวนก็จะสามารถทนทานต่อสภาวะไม่แน่นอนได้ แต่โอกาสการเติบโตก็อาจจะไม่สูงเท่าไร

ผลการดำเนินงานเปรียบเทียบ 4 กอง

เปรียบเทียบกองทุน Healthcare 4 กอง: เหมือนหรือต่างกันอย่างไร แล้วเลือกกองไหนดี?

เปรียบเทียบผลการดำเนินงานตั้งแต่ต้นปี ของทั้ง 4 กองทุน ข้อมูล ณ วันที่ 29 มิ.ย. 2563 ที่มา: FINNOMENA

ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ดูข้อมูลเปรียบเทียบอื่น ๆ ของทั้ง 4 กองทุน

เปรียบเทียบกองทุน Healthcare 4 กอง: เหมือนหรือต่างกันอย่างไร แล้วเลือกกองไหนดี?

ผลการดำเนินงานแบบปักหมุด ไล่ตั้งแต่ผลตอบแทน, Standard Deviation, Sharpe Ratio และ Max Drawdown ข้อมูล ณ วันที่ 29 มิ.ย. 2563 ที่มา: FINNOMENA

ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

  • หากดูจากกราฟข้างต้น จะเห็นว่า KFHEALTH-A ทำผลงานได้ดีที่สุด แม้กระทั่งตอนที่ตลาดร่วงหนัก ๆ กองนี้ก็ยังร่วงน้อยที่สุด เพราะส่วนหนึ่งได้แรงหนุนจากค่าเงินบาทที่อ่อนด้วย ทำให้ผลการดำเนินงานแซงหน้ากองอื่น ๆ ที่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน เพราะหากไปดูการเปรียบเทียบกองแม่ ก็จะเจอว่าช่วงที่ลงหนัก ๆ นั้น ติดลบใกล้เคียงกันทุกกอง
  • แต่พอมาดูช่วงตลาดขึ้นเยอะ ๆ (3 เดือนย้อนหลัง) จะพบว่าอีก 3 กองที่เหลือมีผลตอบแทนที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่า เพราะส่วนหนึ่งกองเหล่านี้ลงเยอะกว่า และกองที่ถือ Biopharma เยอะ ๆ อาจจะได้รับอานิสงส์จากข่าววัคซีนโควิด-19 ทำให้พุ่งขึ้นแรง
  • พอลองมามองในระยะ 1 ปีย้อนหลัง ผลตอบแทนของทั้ง 4 กองถือว่าไม่ต่างกันมาก คร่าว ๆ คืออยู่ระหว่าง 12%-16%
  • แต่เมื่อมาดูความเสี่ยง ตัว Standard Deviation ของ KFHEALTH-A ต่ำกว่ากองอื่น ๆ อย่างมีนัย โดยกองอื่น ๆ จะไปกระจุกที่ 18%-20% ส่วน KFHEALTH-A อยู่ที่ 14.78%
  • นั่นจึงทำให้ Sharpe Ratio หรือผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยงของ KFHEALTH-A สูงกว่ากองอื่น ๆ อยู่ที่ 1.35 เท่า
  • เมื่อหันมามอง Max Drawdown ก็จะพบว่าในช่วง 1 ปี KFHEALTH-A มีจุดขาดทุนสูงสุดน้อยกว่ากองอื่น ๆ
  • ค่าความเสี่ยงของ KFHEALTH-A ที่น้อยกว่ากองอื่น ๆ นั้นเพราะโชคดีเจอค่าเงินอ่อน แต่หากดูกันที่นโยบายจริง ๆ กองนี้เสี่ยงกว่าเพื่อน เพราะเจอทั้งความผันผวนของราคาหุ้น และ การเปลี่ยนแปลงของค่าเงิน
  • หากมองในระยะยาว ๆ กองเก่าแก่อย่าง BCARE ก็ทำได้ดี เป็นกองเดียวที่มีผลการดำเนินงานย้อนหลังให้ดูถึง 10 ปี ซึ่งถ้าถือมา 10 ปีผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีจะอยู่ที่ 14.08% ซึ่งถือว่าน่าพอใจ
  • จาก 3D Diagram จะเห็นได้ว่า BCARE มีสามเหลี่ยมที่ใหญ่ที่สุด มีค่าผลตอบแทนที่ค่อนข้างเหนือกว่ากองอื่น ๆ ส่วน KFHEALTH-A ดีกว่ากองอื่น ๆ ในแง่ Max Drawdown ที่ต่ำกว่า
เปรียบเทียบกองทุน Healthcare 4 กอง: เหมือนหรือต่างกันอย่างไร แล้วเลือกกองไหนดี?

3D Diagram สรุปภาพรวมของกองทุนเมื่อเทียบกับกองทุนในประเภทเดียวกัน ข้อมูล ณ วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 ที่มา: FINNOMENA

ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ค่าธรรมเนียมและขั้นต่ำการซื้อ

เปรียบเทียบกองทุน Healthcare 4 กอง: เหมือนหรือต่างกันอย่างไร แล้วเลือกกองไหนดี?

ค่าธรรมเนียมและขั้นต่ำการซื้อของ 4 กองทุนที่มา: หนังสือชี้ชวนข้อมูลส่วนสรุปกองทุน

  • ค่าธรรมเนียมรวมของทั้ง 4 กองอยู่ระหว่าง 0.9%-1.9% โดยกองที่ถูกสุดคือ KFHEALTH-A และที่แพงสุดคือ UOBSHC
  • ในฝั่งของค่าธรรมเนียมขาเข้า มีเพียง BCARE ที่ไม่เรียกเก็บ นอกนั้นเก็บ 1.5%
  • แต่ BCARE ก็เป็นกองเดียวที่มีค่าธรรมเนียมขาออก ซึ่งอยู่ที่ไม่เกิน 1% และขั้นต่ำคือ 50 บาท
  • สำหรับขั้นต่ำการลงทุน ถือว่าอยู่ในระดับที่สามารถ DCA ได้ โดย KFHEALTH-A สูงสุดที่ 2,000 บาท

ลงทุนกองไหนดี?

BCARE: เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกองทุนที่มีประวัติยาว ๆ มีผลการดำเนินงานที่ดีต่อเนื่องสม่ำเสมอ มีสัดส่วนบริษัท Biopharma/Biotech ค่อนข้างเยอะ จึงมีโอกาสเติบโตสูง แต่ก็เสี่ยงสูงเช่นกัน

KFHEALTH-A: เหมาะสำหรับผู้ที่ Conservative หน่อย เพราะมีการถือหุ้นบริษัทยาที่ใหญ่โตและมั่นคงค่อนข้างเยอะ ที่ผ่านมาเร็ว ๆ นี้มีค่าความเสี่ยงต่ำเมื่อเทียบกับกองอื่น ๆ แต่ภาพรวมจะไม่มีการป้องกันความเสี่ยงเรื่องค่าเงิน

UOBSHC: เนื่องจากมีสัดส่วนบริษัท Biopharma/Biotech ค่อนข้างเยอะ จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการโอกาสเติบโตสูง แต่ก็เสี่ยงสูงเช่นกัน กองเพิ่งเปิดไม่นานอาจจะต้องดูกันยาว ๆ และโดยรวม BCARE ที่ลงทุนคล้าย ๆ กันยังมีผลการดำเนินงานในอดีตที่ดีกว่า

KT-HEALTHCARE-A: เหมาะกับผู้ที่ต้องการกระจายการลงทุนทั้งในหุ้น Growth และหุ้น Defensive จึงค่อนข้างมีความสมดุล ผลการดำเนินงานค่อนข้างเกาะกลุ่มไปกับกองอื่น ๆ

ความเสี่ยงที่พึงระวัง

ความเสี่ยงเรื่องค่าเงิน: เนื่องจากทุกกองทุนมีการไปลงทุนในต่างประเทศ และการป้องกันความเสี่ยงค่าเงินขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ในบางช่วงเวลาผู้จัดการกองทุนอาจจะไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงในสัดส่วนที่สูง

ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในอุตสาหกรรม/ประเทศ: เนื่องจากทุกกองทุนลงทุนเจาะจงเฉพาะในอุตสาหกรรม Healthcare จึงมีความเสี่ยงเฉพาะของอุตสาหกรรมนี้ นอกจากนี้กองทุนยังลงทุนกระจุกในสหรัฐฯ เสียเป็นส่วนใหญ่ ผู้ลงทุนสามารถพิจารณากระจายการลงทุนในกองทุนเหล่านี้ พร้อมกับกองทุนประเภทอื่น ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยง

ตัวอย่างความเสี่ยงเฉพาะของอุตสาหกรรมก็อย่างเช่น การเมืองสหรัฐฯ ที่พรรคการเมืองมักจะนำ Healthcare ไปเป็นนโยบายในการหาเสียง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาโรคได้ดียิ่งขึ้น ตัวอย่างนโยบายก็เช่นการควบคุมราคายา/ราคาการบริการทางการแพทย์ รวมไปถึงการเข้าไปอุดหนุนการดูแลสุขภาพต่างๆ ซึ่งกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัทกลุ่ม Healthcare อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น เราอาจจะเจอว่าผลการดำเนินงานของหุ้น Healthcare สหรัฐฯ นั้นจะผันผวนอย่างมีนัยสำคัญในปีที่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดี

ส่งท้ายด้วยคำอธิบายคำศัพท์เฉพาะ

  • Biopharma นี้แปลเป็นไทยคือยาชีวภาพ ซึ่งผลิตจากสิ่งมีชีวิตและเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ มักจะมาจากการใช้จุลินทรีย์และเซลล์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยยาชีวภาพที่น่าจะคุ้นเคยกันมากที่สุดคืออินซูลิน (สำหรับโรคเบาหวาน) และ โกรท ฮอร์โมน
  • ส่วน Medical Technology แปลไทยก็คือเทคนิคการแพทย์ คือการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับการแพทย์ เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ตัวอย่างเช่น เครื่อง MRI อวัยวะเทียม แขนขาเทียม เป็นต้น
  • Biotechnology หรือเทคโนโลยีชีวภาพนั้นคือกระบวนการนำสิ่งมีชีวิต หรือชิ้นส่วนของสิ่งมีชีวิตมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ ในแง่การแพทย์ก็อย่างเช่นการทำยาชีวภาพ สร้างวัคซีน สร้างชุดเครื่องตรวจวินิจฉัยโรคต่าง ๆ

เพื่อนผู้ใจดี ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก AKN Blog**

เคยไหม? ซื้อกองทุนตามคำแนะนำจนมีเต็มพอร์ต สุดท้ายรู้ตัวอีกทีก็ติดดอยขาดทุน เราขอนำเสนอ FINNOMENA แพลตฟอร์มที่จะแนะนำกองทุนที่ตรงกับความต้องการของคุณ มีระบบแจ้งเตือนปรับเปลี่ยนกองทุน และ Tactical Call จับจังหวะซื้อขายระยะสั้น เปิดบัญชีลงทุนออนไลน์ ซื้อกองทุนได้เร็วสุดภายในวันทำการถัดมา ลองเลย! https://finno.me/oa1328

Jessada Sookdhis Investment Analyst (IA) ตรวจทานบทความ

ข้อมูลอ้างอิง

*หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ และ Monthly Fund Update

BCARE: วันที่ 31 มีนาคม 2563 Wellington Global Health Care Equity Fund: วันที่ 31 พฤษภาคม 2563ดูฉบับปัจจุบันได้ที่ BBLAM

KFHEALTH-A: วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 JPMorgan Funds - Global Healthcare Fund: วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 ดูฉบับปัจจุบันได้ที่ Krungsri Asset

UOBSHC: วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 United Global Healthcare Fund: ประจำเดือนพฤษภาคม 2563 ดูฉบับปัจจุบันได้ที่ UOBAM

KT-HEALTHCARE-A: วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 Janus Global Life Sciences Fund: วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 ดูฉบับปัจจุบันได้ที่ KTAM

ข้อมูลอื่น ๆ

https://mktpharma.wordpress.com/tag/biopharmaceutical-products/ http://www.healthcarebusinesstech.com/medical-technology/ https://en.wikipedia.org/wiki/UnitedHealth_Group https://www.forbes.com/sites/brucejapsen/2020/01/15/unitedhealth-medicare-advantage-growth-strongest-ever/#1a940b4a5186 https://www.fiercehealthcare.com/payer/unitedhealth-projects-242b-2019-revenue-offers-2020-guidance-262b-revenue#:~:text=Payer-,UnitedHealth%20projects%20major%20revenue%20boost%20in%202020,back%20of%20continued%20Optum%20growth&text=UnitedHealth%20Group%20projected%20it%20will,top%2Dline%20growth%20in%202020. https://www.prosofthcm.com/Article/Detail/16803 https://www.ig.com/en/news-and-trade-ideas/biotech-stocks--how-to-invest-and-the-best-companies-to-watch-200415

คำเตือน

ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลสำคัญของกองทุนโดยเฉพาะนโยบายกองทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุน โดยสามารถขอข้อมูลจากผู้แนะนำก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต |  ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน |  กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวด Healthcare  ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย |  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...