13 กุมภาพันธ์ “วันรักนกเงือก” ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ และความหมายของรักนิรันดร์
พรุ่งนี้ก็วาเลนไทน์แล้ว แต่วันนี้มีใครรู้ไหม ว่าเป็นวันอะไร วันนี้คือ วันรักนกเงือกนั่นเอง นกเงือกเป็นนกที่ใครๆหลายคนอาจรู้จักในนามของ นกที่เป็นตัวแทนแห่งรักนิรันดร์
มูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เล็งเห็นถึงความสำคัญ จึงได้กำหนดให้วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น “วันรักนกเงือก” โดยเริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2547 เป็นต้นมา เพราะนกเงือก เป็นนกที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสัตว์ที่มีความรักเดียวใจเดียว ซื่อสัตย์กับคู่ของมันไปจนวันตาย เพราะกว่านกเงือกตัวเมียจะยอมรับนกเงือกตัวผู้ต้องใช้เวลาและความอดทนที่ต้องคอยหาอาหารมาป้อนตัวเมีย หากตัวเมียไม่กินตัวผู้ก็ต้องไปหาอาหารที่คิดว่าตัวเมียจะกินมาให้ ทำอย่างนี้จนกว่าตัวเมียจะยอมกินอาหารจากตัวผู้
เมื่อนกเงือกตัวผู้และตัวเมียตกลงปลงใจกัน ตัวผู้ก็จะพาตัวเมียบินหารังที่คิดว่าเหมาะสำหรับเป็นรังรัก ซึ่งหากตัวเมียไม่ชอบก็จะบินหารังใหม่จนกว่าจะพอใจ เมื่อพอใจแล้วตัวเมียจะเข้าไปอยู่ในโพรง ทำความสะอาดแล้วเริ่มปิดปากโพรง ด้วยวัสดุต่าง ๆ เช่น ดิน เปลือกไม้ ตัวเมียจะขังตัวอยู่ภายในเพื่อออกไข่เลี้ยงลูก เหลือเพียงช่องพอให้ตัวผู้ส่งอาหารเข้าไปได้ เมื่อลูกนกโตพอแล้ว จึงเจาะโพรงออกมา ซึ่งนี่เปรียบเสมือนบทพิสูจน์ความรักและความอดทนของนกเงือกตัวผู้นั่นเอง อีกทั้งนกเงือก เป็นตัวชี้วัดถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ เพราะนกเงือกอาศัยอยู่ในป่ากว้างที่มีความอุดมสมบูรณ์เท่านั้น
นกเงือกกินผลไม้กว่า 300 ชนิด และกินสัตว์เป็นอาหาร อีกทั้งนกเงือกเวลามันกินมันก็จะทิ้งเมล็ดไว้ตามที่ต่างๆ ทำให้แพร่กระจายพันธุ์พืชชนิดต่างๆ ในป่าได้อย่างดีด้วย
เห็นไหมว่านกเงือกเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ขนาดไหน จันอยากให้ช่วยกันอนุรักษ์นกเงือกให้อยู่คู่ป่า และอยู่เป็นตัวแทนของความรักนิรันดร์ตลอดไป พรุ่งนี้ก็วันวาเลนไทน์แล้ว จันขอให้คู่รักหลายๆคู่มีความรักเหมือนนกเงือก ที่รักใครก็รักคนเดียวตลอดไปนะจ๊ะ