โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การปรับปรุงดินเปรี้ยวสำหรับการปลูกพืชไร่

รักบ้านเกิด

อัพเดต 14 ก.ค. 2563 เวลา 08.46 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2563 เวลา 08.46 น. • รักบ้านเกิด.คอม

มีพืชไร่หลายชนิดที่สามารถเพาะปลูกได้ดีในเขตพื้นที่ดินเปรี้ยวจัด โดยการจัดเป็นระบบการปลูกพืชที่มีข้าวเป็นพืชหลัก เช่นข้าวโพดหวาน ถั่วเขียว และถั่วลิสง แต่เนื่องจากดินเปรี้ยวส่วนใหญ่มีเนื้อดินเป็นดินเหนียว มีการระบายน้ำเลว ดังนั้นการเตรียมดินในแปลงปลูกจึงต้องมีการจัดการที่เหมาะสม

1. ในเขตเกษตรน้ำฝนมีพืชไร่หลายชนิดที่สามารถเพาะปลูกได้ดีในเขตพื้นที่ดินเปรี้ยวจัด โดยการจัดเป็นระบบการปลูกพืชที่มีข้าวเป็นพืชหลัก เช่นข้าวโพดหวาน ถั่วเขียว และถั่วลิสง แต่เนื่องจากดินเปรี้ยวส่วนใหญ่มีเนื้อดินเป็นดินเหนียว มีการระบายน้ำเลว ดังนั้นการเตรียมดินในแปลงปลูกจึงต้องมีการจัดการที่เหมาะสม โดยการไถดะและยกร่องแปลง หรืออาจทำการขุดร่องระบายน้ำรอบๆแปลงก็ได้ หว่านหินปูนฝุ่นหรือปูนมาร์ลให้ทั่วแปลงในอัตรา 2 ตันต่อไร่ โดยทั่วไปการใส่ปูนครั้งหนึ่งจะมีอายุการใช้งานของปูนประมาณ 5 ปี ในกรณีที่จะปลูกพืชไร่ก่อนหรือหลังฤดูการทำนา ควรพิจารณาถึงแหล่งน้ำที่สามารถนำมาใช้ในคราวจำเป็นด้วย

 

2. ในเขตชลประทานหรือเขตที่สามารถควบคุมน้ำได้โดยเฉพาะกรณีที่มีคันดินป้องกันน้ำและสามารถควบคุมระดับน้ำได้ และทำการปลูกพืชไร่ในฤดูฝน การเตรียมดินต้องมีการจัดการที่ดี โดยการไถดะเพื่อทำการยกร่องแปลงให้สูงพ้นน้ำประมาณ 40-50 เซนติเมตร มีการไถวนเพื่อทำให้แปลงสูงขึ้น ทำร่องระบายน้ำ ความกว้างของแปลง 6 เมตร (หรือถ้าจะให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ก็ควรทำการยกร่องเหมือนกับการปลูกไม้ผล) ใส่หินปูนฝุ่นหรือปูนมาร์ล โดนหว่านให้ทั่วแปลงในขณะที่ปรับแต่งแปลงและร่องน้ำ ใช้หินปูนฝุ่นหรือปูนมาร์ลอัตรา 2 ตันต่อไร่ หลังคลุกหินปูนฝุ่นแล้วทิ้งไว้ 15 วันจึงทำการปลูกพืช โดยทั่วไปการใส่ปูนหนึ่งครั้งจะมีอายุการใช้งานของปูนประมาณ 5 ปี

++ ข้าวโพดหวาน ++
 

การเตรียมดิน - ควรยกร่องเพื่อป้องกันน้ำท่วม โดยการขุดร่องกว้างประมาณ 4-6 เมตร ร่องน้ำกว้างประมาณ 1.0-1.5 เมตรลึกประมาณ 1.0 เมตร ปลูกโดยหยอดหลุมละ 3 เมล็ด ระยะปลูก 50x75 เซนติเมตร หรือ 25x75 เซนติเมตร ก่อนปลูกคลุกเมล็ดด้วยไรโดมิล อัตรา 6 กรัมต่อเมล็ด 1 กิโลกรัม เพื่อป้องกันโรคราน้ำค้างและหว่านฟูราดานอัตรา 3 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อป้องกันแมลง

 

การปรับปรุงดิน - ปรับปรุงดินเปรี้ยวจัดที่มีความรุนแรงของกรดสูง (pH< 4.0) ใช้ปูนมาร์ลอัตรา 2 ตัน/ไร่

 

การใช้ปุ๋ยเคมี - ใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 20-20-0 หรือสูตร 15-15-15 อัตรา 50-100 กิโลกรัมต่อไร่ แบ่งใส่ 2 ครั้ง ครั้งละเท่าๆกัน คือใส่รองก้นหลุมก่อนปลูก และใส่เมื่ออายุ 25 วัน และใส่ปุ๋ยยูเรียอัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ โดยใส่สองข้างแถวข้าวโพดแล้วพูนดินกลบเมื่ออายุ 25-30 วัน

** ผลผลิตที่ได้รับ 1024.9 กก./ไร่ อื่นๆ จากการทดลองพบว่าผลผลิตข้าวโพดหวานมีแนวโน้มสูงขึ้นตามอัตราปุ๋ยที่สูงขึ้น ดังนั้นถ้ามีการเพิ่มปุ๋ยเคมีให้มากขึ้น (มากกว่า 60 กก./ไร่) อาจได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นอีก
++ งา ++
 

งามีการตอบสนองต่อการใส่ปุ๋ยต่ำ ดังนั้นหากจะมีการใส่ปุ๋ยเข้าช่วย โดยทั่วไปเกษตรกรมักจะนิยมการใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์มากกว่าปุ๋ยเคมี ปุ๋ยงาที่แนะนำให้ใช้ปุ๋ยสูตรที่ใช้กับพืชไร่ทั่วไปซึ่งควรใช้สูตร 20-20-0 อัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ ใช้กับดินร่วนปนดินเหนียว การใส่ปุ๋ยเคมีกระทำได้ 2 วิธีคือ

 

1. การหว่าน - การหว่านปุ๋ยใช้กับวิธีการปลูกแบบหว่าน ควรหว่านปุ๋ยให้สม่ำเสมอก่อนการปลูกแล้วคราดกลบ ตามด้วยการหว่านเมล็ดงา

 

2. ใส่แบบโรยเป็นแถว - หลังจากเปิดร่องลึก 5-8 เซนติเมตรแล้วโรยปุ๋ยลงในดินก้นร่องและกลบด้วยดินบางๆ ตามด้วยการโรยเมล็ดและกลบด้วยดินบางๆอีกชั้นหนึ่ง การใส่ปุ๋ยอาจใส่ปุ๋ยทั้งหมดครั้งเดียวหรือแบ่งใส่ 2 ครั้งๆละเท่าๆกัน โดยครั้งแรกโรยก้นร่อง และครั้งที่สองโรยข้างแถวปลูกเมื่องาอายุไม่เกิน 15 วันหลังการงอก

++ ถั่วเขียว ++ สามารถปลูกแบบเป็นแถวหรือปลูกเป็นร่อง กล่าวคือ
 

ปลูกโดยโรยเป็นแถวไปตามแนวร่อง พร้อมเกลี่ยดินกลบโดยให้มีถั่วเขียวขึ้นประมาณ 20-25 ต้นต่อระยะ 1 เมตร เว้นระยะระหว่างแถว 50 เซนติเมตร หรือระยะปลูก 20x25 เซนติเมตร หลุมละ 3 ต้น วิธีการใส่ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด คือ การเปิดร่องให้ลึก 6-8 นิ้ว โรยปุ๋ยทั้งหมดลงก้นร่องแล้วกลบดินหยอดเมล็ดทับแนวปุ๋ยแล้วใช้ดินกลบเมล็ดบางๆ 1-2 นิ้ว เมื่อต้นถั่วงอกแล้วจะใช้ปุ๋ยได้ทันที และปุ๋ยฟอสฟอรัสจะถูกดินยึดไว้น้อยที่สุด วิธีนี้เหมาะสมสำหรับการปลูกถั่วเขียวเป็นแถวสำหรับการปลูกในตอซังในนาข้าว จะใส่ปุ๋ยได้ก็เมื่อถั่วเขียวงอกแล้วคือหลังจากกำจัดวัชพืชและถอนแยกแล้ว โรยปุ๋ยข้างแถวปลูก แล้วพรวนดินกลบ

 

การปลูกถั่วเขียวโดยวิธีหว่านก็อาจหว่านปุ๋ยตามหลังการหว่านเมล็ดได้ แต่ถ้าหากจะให้ได้ผลดีต้องใช้ปุ๋ยสูงกว่าอัตราปกติอีก 1 เท่า การใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 12-24-12 อัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ โดยแบ่งใส่ 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 ใช้ใส่รองพื้น 15 กิโลกรัมต่อไร่ และครั้งที่ 2 ใส่เมื่อต้นถั่วเขียวมีอายุได้ 20-25 วัน ใส่โดยโรยข้างแถวแล้วพรวนดินกลบ 15 กิโลกรัมต่อไร่ ในกรณีที่ปลูกถั่วเขียวโดย

 

วิธีหว่าน - การใส่ปุ๋ยก็ใช้วิธีหว่านในอัตราเช่นเดียวกัน

 

เนื่องจากถั่วเขียวเป็นพืชอายุสั้น จึงมักจะปลูกเป็นพืชแซมหรือตามหลังพืชหลัก ดังนั้นเกษตรกรอาจใส่ปุ๋ยพืชตามอัตราที่แนะนำหรือสูงกว่าเล็กน้อย เพื่อให้ถั่วเขียวได้มีโอกาสใช้ปุ๋ยส่วนเกินเหล่านั้น การปลูกถั่วเขียวถ้าจะให้ได้รับผลผลิตสูงควรคลุกเมล็ดด้วยเชื้อไรโซเบียมก่อนปลูก

วิธีการเลือกซื้อเชื้อไรโซเบียม ข้อควรคำนึงในการเลือกเชื้อนั้น ประกอบด้วย
1. เลือกเชื้อที่ยังไม่หมดอายุ โดยการดูที่มุมด้านบนของถุงบรรจุซึ่งจะระบุวันหมดอายุของเชื้อไว้
2. เลือกเชื้อให้ตรงกับชนิดของพืชที่จะนำไปคลุกเมล็ดเพื่อปลูก
3. เลือกเชื้อจากถุงที่ปิดสนิท ไม่แตก หรือถูกเปิดก่อน
 

วิธีเก็บรักษาเชื้อไรโซเบียม - เนื่องจากเชื้อไรโซเบียมเป็นสิ่งมีชีวิต จึงจำเป็นที่จะต้องทำการเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีหลังจากที่ซื้อมาแล้ว ในระหว่างช่วงของการขนส่ง และในระหว่างที่รอการคลุกเมล็ดเพื่อปลูก

วิธีการเก็บรักษาที่ถูกต้องนั้นมีดังนี้ คือ
1. อย่าเปิดถุงหรือทำให้ถุงแตกจนกว่าจะพร้อมที่จะทำการคลุก
2. เก็บเชื้อไว้ในที่เย็น เช่นในร่มที่มีลมโกรกหรือใกล้โอ่งน้ำซึ่งมีอากาศค่อนข้างเย็น หรือในตู้เย็น ระวังอย่าให้ถูกแสงแดด เพราะจะทำให้เกิดความร้อนทำให้เชื้อตายได้
++ ถั่วลิสง ++
 

การปลูกถั่วลิสงจะต้องเตรียมดินให้ถูกเวลา ถ้าดินแห้งเกินไปจะเตรียมได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเตรียมด้วยแรงคนหรือแรงสัตว์ การเตรียมดินนาสำหรับปลูกถั่วลิสงโดยทั่วๆไปมักจะเตรียมโดย ทำเป็นร่องเพื่อสะดวกต่อการให้น้ำไปตามร่อง อาจจะยกร่องให้สามารถปลูกถั่วลิสงได้หลายแนว ประมาณ 4 แถว ถ้าความกว้างของแปลงมากเกินไป แถวถั่วที่อยู่ตรงกลางอาจจะได้รับน้ำไม่เพียงพอ ในขณะที่แถวริมจะได้รับน้ำมากเกินไป วิธีการเตรียมดินเพื่อปลูกถั่วลิสง

- ปลูกเป็นหลุมๆละ 5 เมล็ด ระยะปลูก 20x50 เซนติเมตร เมื่องอกได้ 2 สัปดาห์ จึงถอนให้เหลือหลุมละ 3 ต้น
- ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 12-24-12 อัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ แบ่งใส่ 2 ครั้ง ครั้งแรกใส่รองพื้น 15 กิโลกรัมต่อไร่ ครั้งที่สองใส่อีก 15 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อถั่วลิสงอายุ 20-25 วัน โดยใส่โรยข้างแถวแล้วพรวนดินกลบ
++ มันเทศ ++
การเตรียมดิน - ควรยกร่องต่ำ (low raised bed) เพื่อสะดวกในการให้น้ำ เช่นเดียวกับการปลูกผักชนิดอื่นๆ
การปรับปรุงดิน - ปรับปรุงดินเปรี้ยวจัดที่มีความรุนแรงของกรดสูง (pH< 4.0) ด้วยการใช้ปูนมาร์ลอัตรา 1 ตัน/ไร่
การใช้ปุ๋ยเคมี - ปุ๋ยเคมี สูตร (13-13-21) อัตรา 50 75 และ 100 กก./ไร่ โดยแบ่งใส่ 2 ครั้งๆละเท่าๆกัน ครั้งแรกใส่รองพื้นร่วมกับปุ๋ยคอกอัตรา 1 ตัน/ไร่ และส่วนที่เหลือใส่เมื่อเถามันเทศอายุ 45 วัน
ผลผลิตที่ได้รับ - มันเทศให้ผลผลิตสูงขึ้นตามอัตราปุ๋ยเคมีที่ใช้สูงขึ้น การใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 100 กก./ไร่ให้ผลผลิตสูงสุด เฉลี่ยจากการปลูก 4 ครั้งได้ 1,678 กก./ไร่
พืชไร่
++ สับปะรด ++
การเตรียมดิน - ควรยกร่องต่ำ (low raised bed) เพื่อสะดวกในการให้น้ำ
การปรับปรุงดิน - ปรับปรุงดินเปรี้ยวจัดที่มีความรุนแรงของกรดปานกลาง (pH 4.0 - 4.5) ด้วยการใช้ปูนมาร์ลอัตรา 0.5 ตัน/ไร่หรือไม่ใช้ปูนมาร์ล
การใช้ปุ๋ยเคมี - ใส่ปุ๋ย (13-13-21) อัตรา 60 กก./ไร่
พันธุ์สับปะรด - พันธุ์ปัตตาเวีย และพันธุ์ภูเก็ต ผลผลิตที่ได้รับ น้ำหนักผลผลิตสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียได้ 9.77 ตัน/ไร่ ส่วนพันธุ์ภูเก็ตได้ 4.78 ตัน/ไร่
อื่นๆ
- สับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียมีความหวานมากกว่าสับปะรดพันธุ์ภูเก็ต ซึ่งความหวานมีค่า 17.0 และ 16.0 องศาบริกซ์ และน้ำหนักผลโดยเฉลี่ยพันธุ์ปัตตาเวียหนัก 1,503 กรัม/ผล ซึ่งหนักกว่าพันธุ์ภูเก็ตซึ่งหนัก 736 กรัม/ผล
- ผลผลิตที่ได้รับไม่มีความแตกต่างกันระหว่างการใช้ปูนและไม่ใช้ปูนปรับปรุงดิน อาจเป็นเพราะว่าสับปะรดเป็นพืชที่มีความทนทานสภาพความเป็นกรดได้ดีพืชหนึ่ง
พืชไร่
++ อ้อยคั้นน้ำ ++
ลักษณะดินและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
อ้อยเป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีสภาพแตกต่างกันกว้างมาก แม้แต่ในดินที่มี pH ต่ำ 3.5-4.5 อ้อยก็สามารถขึ้นได้ ทั้งนี้เนื่องจากอ้อยชอบดินที่เป็นกรดอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามดินที่เป็นกรดมากๆ จำเป็นต้องใส่ปูนมาร์ลเพื่อเพิ่ม pH ในดิน และเพิ่มความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหารบางชนิด
การปลูกและดูแลรักษา - หว่านปูนมาร์ลคลุกเคล้ากับดินก่อนปลูก ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 วันก่อนปลูก แล้วนำท่อนพันธุ์ซึ่งอายุไม่เกิน 6 เดือนมาปลูก โดยใช้ระยะปลูกระหว่างแถว 1.3 เมตร ระหว่างต้น 40 ซม. วางท่อนพันธุ์ตามแนวนอนจุดละ 2 ท่อน กลบดินลึกประมาณ 1 นิ้ว
การใส่ปุ๋ย - อ้อยเป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีสภาพแตกต่างกันกว้างมาก แม้แต่ในดินที่มี pH ต่ำ 3.5-4.5 อ้อยก็สามารถขึ้นได้ ทั้งนี้เนื่องจากอ้อยชอบดินที่เป็นกรดอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามดินที่เป็นกรดมากๆจำเป็นต้องใส่ปูนมาร์ลเพื่อเพิ่ม pH ในดิน และเพิ่มความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหารบางชนิด
คำแนะนำในการใส่ปูน - ใส่ปุ๋ยเคมีอัตรา 18-9-6 กก. N-P2O5-K2O กก./ไร่ ปุ๋ยไนโตรเจนแบ่งใส่ 3 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 รองพื้น 1/4 ของอัตราที่กำหนด ครั้งที่ 2 ใส่หลังปลูก 1 เดือน 1/4 ของอัตราที่กำหนด และปุ๋ยที่เหลือใส่ครั้งที่ 3 เมื่ออายุ 3 เดือนหลังปลูก สำหรับปุ๋ยฟอสฟอรัสและโปแตสเซียมแบ่งใส่ 2 ครั้ง คือรองพื้น 1/2 และที่เหลือ 1/2 เมื่ออ้อยอายุ 3 เดือน
 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...