การปรับปรุงดินเปรี้ยวสำหรับการปลูกพืชไร่
มีพืชไร่หลายชนิดที่สามารถเพาะปลูกได้ดีในเขตพื้นที่ดินเปรี้ยวจัด โดยการจัดเป็นระบบการปลูกพืชที่มีข้าวเป็นพืชหลัก เช่นข้าวโพดหวาน ถั่วเขียว และถั่วลิสง แต่เนื่องจากดินเปรี้ยวส่วนใหญ่มีเนื้อดินเป็นดินเหนียว มีการระบายน้ำเลว ดังนั้นการเตรียมดินในแปลงปลูกจึงต้องมีการจัดการที่เหมาะสม
1. ในเขตเกษตรน้ำฝนมีพืชไร่หลายชนิดที่สามารถเพาะปลูกได้ดีในเขตพื้นที่ดินเปรี้ยวจัด โดยการจัดเป็นระบบการปลูกพืชที่มีข้าวเป็นพืชหลัก เช่นข้าวโพดหวาน ถั่วเขียว และถั่วลิสง แต่เนื่องจากดินเปรี้ยวส่วนใหญ่มีเนื้อดินเป็นดินเหนียว มีการระบายน้ำเลว ดังนั้นการเตรียมดินในแปลงปลูกจึงต้องมีการจัดการที่เหมาะสม โดยการไถดะและยกร่องแปลง หรืออาจทำการขุดร่องระบายน้ำรอบๆแปลงก็ได้ หว่านหินปูนฝุ่นหรือปูนมาร์ลให้ทั่วแปลงในอัตรา 2 ตันต่อไร่ โดยทั่วไปการใส่ปูนครั้งหนึ่งจะมีอายุการใช้งานของปูนประมาณ 5 ปี ในกรณีที่จะปลูกพืชไร่ก่อนหรือหลังฤดูการทำนา ควรพิจารณาถึงแหล่งน้ำที่สามารถนำมาใช้ในคราวจำเป็นด้วย
2. ในเขตชลประทานหรือเขตที่สามารถควบคุมน้ำได้โดยเฉพาะกรณีที่มีคันดินป้องกันน้ำและสามารถควบคุมระดับน้ำได้ และทำการปลูกพืชไร่ในฤดูฝน การเตรียมดินต้องมีการจัดการที่ดี โดยการไถดะเพื่อทำการยกร่องแปลงให้สูงพ้นน้ำประมาณ 40-50 เซนติเมตร มีการไถวนเพื่อทำให้แปลงสูงขึ้น ทำร่องระบายน้ำ ความกว้างของแปลง 6 เมตร (หรือถ้าจะให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ก็ควรทำการยกร่องเหมือนกับการปลูกไม้ผล) ใส่หินปูนฝุ่นหรือปูนมาร์ล โดนหว่านให้ทั่วแปลงในขณะที่ปรับแต่งแปลงและร่องน้ำ ใช้หินปูนฝุ่นหรือปูนมาร์ลอัตรา 2 ตันต่อไร่ หลังคลุกหินปูนฝุ่นแล้วทิ้งไว้ 15 วันจึงทำการปลูกพืช โดยทั่วไปการใส่ปูนหนึ่งครั้งจะมีอายุการใช้งานของปูนประมาณ 5 ปี
++ ข้าวโพดหวาน ++
การเตรียมดิน - ควรยกร่องเพื่อป้องกันน้ำท่วม โดยการขุดร่องกว้างประมาณ 4-6 เมตร ร่องน้ำกว้างประมาณ 1.0-1.5 เมตรลึกประมาณ 1.0 เมตร ปลูกโดยหยอดหลุมละ 3 เมล็ด ระยะปลูก 50x75 เซนติเมตร หรือ 25x75 เซนติเมตร ก่อนปลูกคลุกเมล็ดด้วยไรโดมิล อัตรา 6 กรัมต่อเมล็ด 1 กิโลกรัม เพื่อป้องกันโรคราน้ำค้างและหว่านฟูราดานอัตรา 3 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อป้องกันแมลง
การปรับปรุงดิน - ปรับปรุงดินเปรี้ยวจัดที่มีความรุนแรงของกรดสูง (pH< 4.0) ใช้ปูนมาร์ลอัตรา 2 ตัน/ไร่
การใช้ปุ๋ยเคมี - ใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 20-20-0 หรือสูตร 15-15-15 อัตรา 50-100 กิโลกรัมต่อไร่ แบ่งใส่ 2 ครั้ง ครั้งละเท่าๆกัน คือใส่รองก้นหลุมก่อนปลูก และใส่เมื่ออายุ 25 วัน และใส่ปุ๋ยยูเรียอัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ โดยใส่สองข้างแถวข้าวโพดแล้วพูนดินกลบเมื่ออายุ 25-30 วัน
** ผลผลิตที่ได้รับ 1024.9 กก./ไร่ อื่นๆ จากการทดลองพบว่าผลผลิตข้าวโพดหวานมีแนวโน้มสูงขึ้นตามอัตราปุ๋ยที่สูงขึ้น ดังนั้นถ้ามีการเพิ่มปุ๋ยเคมีให้มากขึ้น (มากกว่า 60 กก./ไร่) อาจได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นอีก
++ งา ++
งามีการตอบสนองต่อการใส่ปุ๋ยต่ำ ดังนั้นหากจะมีการใส่ปุ๋ยเข้าช่วย โดยทั่วไปเกษตรกรมักจะนิยมการใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์มากกว่าปุ๋ยเคมี ปุ๋ยงาที่แนะนำให้ใช้ปุ๋ยสูตรที่ใช้กับพืชไร่ทั่วไปซึ่งควรใช้สูตร 20-20-0 อัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ ใช้กับดินร่วนปนดินเหนียว การใส่ปุ๋ยเคมีกระทำได้ 2 วิธีคือ
1. การหว่าน - การหว่านปุ๋ยใช้กับวิธีการปลูกแบบหว่าน ควรหว่านปุ๋ยให้สม่ำเสมอก่อนการปลูกแล้วคราดกลบ ตามด้วยการหว่านเมล็ดงา
2. ใส่แบบโรยเป็นแถว - หลังจากเปิดร่องลึก 5-8 เซนติเมตรแล้วโรยปุ๋ยลงในดินก้นร่องและกลบด้วยดินบางๆ ตามด้วยการโรยเมล็ดและกลบด้วยดินบางๆอีกชั้นหนึ่ง การใส่ปุ๋ยอาจใส่ปุ๋ยทั้งหมดครั้งเดียวหรือแบ่งใส่ 2 ครั้งๆละเท่าๆกัน โดยครั้งแรกโรยก้นร่อง และครั้งที่สองโรยข้างแถวปลูกเมื่องาอายุไม่เกิน 15 วันหลังการงอก
++ ถั่วเขียว ++ สามารถปลูกแบบเป็นแถวหรือปลูกเป็นร่อง กล่าวคือ
ปลูกโดยโรยเป็นแถวไปตามแนวร่อง พร้อมเกลี่ยดินกลบโดยให้มีถั่วเขียวขึ้นประมาณ 20-25 ต้นต่อระยะ 1 เมตร เว้นระยะระหว่างแถว 50 เซนติเมตร หรือระยะปลูก 20x25 เซนติเมตร หลุมละ 3 ต้น วิธีการใส่ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด คือ การเปิดร่องให้ลึก 6-8 นิ้ว โรยปุ๋ยทั้งหมดลงก้นร่องแล้วกลบดินหยอดเมล็ดทับแนวปุ๋ยแล้วใช้ดินกลบเมล็ดบางๆ 1-2 นิ้ว เมื่อต้นถั่วงอกแล้วจะใช้ปุ๋ยได้ทันที และปุ๋ยฟอสฟอรัสจะถูกดินยึดไว้น้อยที่สุด วิธีนี้เหมาะสมสำหรับการปลูกถั่วเขียวเป็นแถวสำหรับการปลูกในตอซังในนาข้าว จะใส่ปุ๋ยได้ก็เมื่อถั่วเขียวงอกแล้วคือหลังจากกำจัดวัชพืชและถอนแยกแล้ว โรยปุ๋ยข้างแถวปลูก แล้วพรวนดินกลบ
การปลูกถั่วเขียวโดยวิธีหว่านก็อาจหว่านปุ๋ยตามหลังการหว่านเมล็ดได้ แต่ถ้าหากจะให้ได้ผลดีต้องใช้ปุ๋ยสูงกว่าอัตราปกติอีก 1 เท่า การใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 12-24-12 อัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ โดยแบ่งใส่ 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 ใช้ใส่รองพื้น 15 กิโลกรัมต่อไร่ และครั้งที่ 2 ใส่เมื่อต้นถั่วเขียวมีอายุได้ 20-25 วัน ใส่โดยโรยข้างแถวแล้วพรวนดินกลบ 15 กิโลกรัมต่อไร่ ในกรณีที่ปลูกถั่วเขียวโดย
วิธีหว่าน - การใส่ปุ๋ยก็ใช้วิธีหว่านในอัตราเช่นเดียวกัน
เนื่องจากถั่วเขียวเป็นพืชอายุสั้น จึงมักจะปลูกเป็นพืชแซมหรือตามหลังพืชหลัก ดังนั้นเกษตรกรอาจใส่ปุ๋ยพืชตามอัตราที่แนะนำหรือสูงกว่าเล็กน้อย เพื่อให้ถั่วเขียวได้มีโอกาสใช้ปุ๋ยส่วนเกินเหล่านั้น การปลูกถั่วเขียวถ้าจะให้ได้รับผลผลิตสูงควรคลุกเมล็ดด้วยเชื้อไรโซเบียมก่อนปลูก
วิธีการเลือกซื้อเชื้อไรโซเบียม ข้อควรคำนึงในการเลือกเชื้อนั้น ประกอบด้วย
1. เลือกเชื้อที่ยังไม่หมดอายุ โดยการดูที่มุมด้านบนของถุงบรรจุซึ่งจะระบุวันหมดอายุของเชื้อไว้
2. เลือกเชื้อให้ตรงกับชนิดของพืชที่จะนำไปคลุกเมล็ดเพื่อปลูก
3. เลือกเชื้อจากถุงที่ปิดสนิท ไม่แตก หรือถูกเปิดก่อน
วิธีเก็บรักษาเชื้อไรโซเบียม - เนื่องจากเชื้อไรโซเบียมเป็นสิ่งมีชีวิต จึงจำเป็นที่จะต้องทำการเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีหลังจากที่ซื้อมาแล้ว ในระหว่างช่วงของการขนส่ง และในระหว่างที่รอการคลุกเมล็ดเพื่อปลูก
วิธีการเก็บรักษาที่ถูกต้องนั้นมีดังนี้ คือ
1. อย่าเปิดถุงหรือทำให้ถุงแตกจนกว่าจะพร้อมที่จะทำการคลุก
2. เก็บเชื้อไว้ในที่เย็น เช่นในร่มที่มีลมโกรกหรือใกล้โอ่งน้ำซึ่งมีอากาศค่อนข้างเย็น หรือในตู้เย็น ระวังอย่าให้ถูกแสงแดด เพราะจะทำให้เกิดความร้อนทำให้เชื้อตายได้
++ ถั่วลิสง ++
การปลูกถั่วลิสงจะต้องเตรียมดินให้ถูกเวลา ถ้าดินแห้งเกินไปจะเตรียมได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเตรียมด้วยแรงคนหรือแรงสัตว์ การเตรียมดินนาสำหรับปลูกถั่วลิสงโดยทั่วๆไปมักจะเตรียมโดย ทำเป็นร่องเพื่อสะดวกต่อการให้น้ำไปตามร่อง อาจจะยกร่องให้สามารถปลูกถั่วลิสงได้หลายแนว ประมาณ 4 แถว ถ้าความกว้างของแปลงมากเกินไป แถวถั่วที่อยู่ตรงกลางอาจจะได้รับน้ำไม่เพียงพอ ในขณะที่แถวริมจะได้รับน้ำมากเกินไป วิธีการเตรียมดินเพื่อปลูกถั่วลิสง
- ปลูกเป็นหลุมๆละ 5 เมล็ด ระยะปลูก 20x50 เซนติเมตร เมื่องอกได้ 2 สัปดาห์ จึงถอนให้เหลือหลุมละ 3 ต้น
- ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 12-24-12 อัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ แบ่งใส่ 2 ครั้ง ครั้งแรกใส่รองพื้น 15 กิโลกรัมต่อไร่ ครั้งที่สองใส่อีก 15 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อถั่วลิสงอายุ 20-25 วัน โดยใส่โรยข้างแถวแล้วพรวนดินกลบ
++ มันเทศ ++
การเตรียมดิน - ควรยกร่องต่ำ (low raised bed) เพื่อสะดวกในการให้น้ำ เช่นเดียวกับการปลูกผักชนิดอื่นๆ
การปรับปรุงดิน - ปรับปรุงดินเปรี้ยวจัดที่มีความรุนแรงของกรดสูง (pH< 4.0) ด้วยการใช้ปูนมาร์ลอัตรา 1 ตัน/ไร่
การใช้ปุ๋ยเคมี - ปุ๋ยเคมี สูตร (13-13-21) อัตรา 50 75 และ 100 กก./ไร่ โดยแบ่งใส่ 2 ครั้งๆละเท่าๆกัน ครั้งแรกใส่รองพื้นร่วมกับปุ๋ยคอกอัตรา 1 ตัน/ไร่ และส่วนที่เหลือใส่เมื่อเถามันเทศอายุ 45 วัน
ผลผลิตที่ได้รับ - มันเทศให้ผลผลิตสูงขึ้นตามอัตราปุ๋ยเคมีที่ใช้สูงขึ้น การใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 100 กก./ไร่ให้ผลผลิตสูงสุด เฉลี่ยจากการปลูก 4 ครั้งได้ 1,678 กก./ไร่
พืชไร่
++ สับปะรด ++
การเตรียมดิน - ควรยกร่องต่ำ (low raised bed) เพื่อสะดวกในการให้น้ำ
การปรับปรุงดิน - ปรับปรุงดินเปรี้ยวจัดที่มีความรุนแรงของกรดปานกลาง (pH 4.0 - 4.5) ด้วยการใช้ปูนมาร์ลอัตรา 0.5 ตัน/ไร่หรือไม่ใช้ปูนมาร์ล
การใช้ปุ๋ยเคมี - ใส่ปุ๋ย (13-13-21) อัตรา 60 กก./ไร่
พันธุ์สับปะรด - พันธุ์ปัตตาเวีย และพันธุ์ภูเก็ต ผลผลิตที่ได้รับ น้ำหนักผลผลิตสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียได้ 9.77 ตัน/ไร่ ส่วนพันธุ์ภูเก็ตได้ 4.78 ตัน/ไร่
อื่นๆ
- สับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียมีความหวานมากกว่าสับปะรดพันธุ์ภูเก็ต ซึ่งความหวานมีค่า 17.0 และ 16.0 องศาบริกซ์ และน้ำหนักผลโดยเฉลี่ยพันธุ์ปัตตาเวียหนัก 1,503 กรัม/ผล ซึ่งหนักกว่าพันธุ์ภูเก็ตซึ่งหนัก 736 กรัม/ผล
- ผลผลิตที่ได้รับไม่มีความแตกต่างกันระหว่างการใช้ปูนและไม่ใช้ปูนปรับปรุงดิน อาจเป็นเพราะว่าสับปะรดเป็นพืชที่มีความทนทานสภาพความเป็นกรดได้ดีพืชหนึ่ง
พืชไร่
++ อ้อยคั้นน้ำ ++
ลักษณะดินและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
อ้อยเป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีสภาพแตกต่างกันกว้างมาก แม้แต่ในดินที่มี pH ต่ำ 3.5-4.5 อ้อยก็สามารถขึ้นได้ ทั้งนี้เนื่องจากอ้อยชอบดินที่เป็นกรดอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามดินที่เป็นกรดมากๆ จำเป็นต้องใส่ปูนมาร์ลเพื่อเพิ่ม pH ในดิน และเพิ่มความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหารบางชนิด
การปลูกและดูแลรักษา - หว่านปูนมาร์ลคลุกเคล้ากับดินก่อนปลูก ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 วันก่อนปลูก แล้วนำท่อนพันธุ์ซึ่งอายุไม่เกิน 6 เดือนมาปลูก โดยใช้ระยะปลูกระหว่างแถว 1.3 เมตร ระหว่างต้น 40 ซม. วางท่อนพันธุ์ตามแนวนอนจุดละ 2 ท่อน กลบดินลึกประมาณ 1 นิ้ว
การใส่ปุ๋ย - อ้อยเป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีสภาพแตกต่างกันกว้างมาก แม้แต่ในดินที่มี pH ต่ำ 3.5-4.5 อ้อยก็สามารถขึ้นได้ ทั้งนี้เนื่องจากอ้อยชอบดินที่เป็นกรดอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามดินที่เป็นกรดมากๆจำเป็นต้องใส่ปูนมาร์ลเพื่อเพิ่ม pH ในดิน และเพิ่มความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหารบางชนิด
คำแนะนำในการใส่ปูน - ใส่ปุ๋ยเคมีอัตรา 18-9-6 กก. N-P2O5-K2O กก./ไร่ ปุ๋ยไนโตรเจนแบ่งใส่ 3 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 รองพื้น 1/4 ของอัตราที่กำหนด ครั้งที่ 2 ใส่หลังปลูก 1 เดือน 1/4 ของอัตราที่กำหนด และปุ๋ยที่เหลือใส่ครั้งที่ 3 เมื่ออายุ 3 เดือนหลังปลูก สำหรับปุ๋ยฟอสฟอรัสและโปแตสเซียมแบ่งใส่ 2 ครั้ง คือรองพื้น 1/2 และที่เหลือ 1/2 เมื่ออ้อยอายุ 3 เดือน