เปิดประวัติ "ปรีดี ดาวฉาย" ตัวเต็งเก้าอี้รัฐมนตรีคลัง "รัฐบาลประยุทธ์ 2/2" พร้อมเผยวิสัยทัศน์ 35 ปีในเส้นทางสายธนาคาร
การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐบาลประยุทธ์ 2/2 ใกล้จะมีความชัดแล้ว โดย “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะมีความชัดเจนเรื่องโฉมหน้า ครม. ใหม่ไม่เกินเดือนหน้า
ในโผ ครม. ชุดใหม่ที่กำลังสะพัดอยู่นั้น ปรากฎชื่อ “ปรีดี ดาวฉาย” กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย (Kbank) และ ประธานสมาคมธนาคารไทย ในตำแหน่งว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หัวหอกในการรับมือวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศที่เกิดจะเกิดขึ้น
เราจึงชวนไปรู้จักประวัติและวิสัยทัศน์ของเขาว่า จะน่าสนใจแค่ไหน
ปรีดี ดาวฉาย เกิดเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2501 ปัจจุบันอายุ 61 ปี โดยเป็นผู้บริหารและอยู่ในคณะกรรมการ (บอร์ด) ธนาคารกสิกรไทย มีตำแหน่งดังนี้
- กรรมการ
- กรรมการผู้จัดการ
- สมาชิกคณะกรรมการกำกับความเสี่ยง
วุฒิการศึกษา
- ปริญญาโท นิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เออร์แบนา-แชมเปญจน์ ประเทศสหรัฐอเมริกา
- เนติบัณฑิตไทย
- ปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ประสบการณ์ทำงาน
- ประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
- ประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด
- ประธานกรรมการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด
- กรรมการ บริษัท โดล ไทยแลนด์ จำกัด
- สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)
ตำแหน่งอื่น
- ประธานกรรมการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด
- ประธานกรรมการ บริษัท แฟคเตอรี แอนด์ อีควิปเมนท์ กสิกรไทย จำกัด
- ประธานกรรมการ บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด
- กรรมการ บริษัท บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด
- กรรมการ บริษัท เมืองไทย กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด
- กรรมการ บริษัท เนชั่นแนลดิจิทัลไอดี จำกัด
- ประธานสมาคมธนาคารไทย
- รองประธานกรรมการ และประธานคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
- กรรมการ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ
- กรรมการ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
- กรรมการ คณะกรรมการระบบการชำระเงิน
- กรรมการ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
- กรรมการ ASEAN Bankers Association
- กรรมการ คณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน
- กรรมการ มูลนิธิองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)
- กรรมการ มูลนิธิโรงเรียนบางกอกพัฒนา
การอบรมและสัมนา
- การป้องกันราชอาณาจักร (ปรอ.)
- ผู้บริหารระดับสูง (วตท.)
- ผู้บริหารระดับสูง ด้านวิทยาการพลังงาน
- Director Certificate Program (DCP)
- Corporate Governance for capital Market Intermediaries
- Advance Management Program
"ปรีดี ดาวฉาย" มองวิกฤติโควิด-19
เมื่อเร็วๆ นี้ "ปรีดี ดาวฉาย" เพิ่งแสดงวิสัยทัศน์ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย กับนิตยสาร “BOT พระสยาม Magazine” ของธนาคารแห่งประเทศไทย ฉบับเดือนมีนาคม-เมษายน 2563 ที่ผ่านมา
โดยเขาเล่าว่า ได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางสายการธนาคารเมื่อปี 2525 หรือมีประสบการณ์ในภาคธนาคารมาแล้ว 35 ปี เริ่มต้นทำงานที่สำนักกฎหมาย ธนาคารกสิกรไทย หลังสั่งสมประสบการณ์ด้านกฎหมายกว่า 10 ปี ได้มาต่อยอดการทำงานเพื่อเพิ่มความรอบด้านที่ฝ่ายสินเชื่อและฝ่ายปรับโครงสร้างหนี้ ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทยในปี 2556 และได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานสมาคมธนาคารไทยในปี 2559
“ในฐานะคนทำงานวงการนี้กว่า 35 ปี ผมคงตอบลำบากว่าวิกฤติครั้งใดย่ำแย่ที่สุด แม้วิกฤติปี 2540 ถือว่ารุนแรงมาก แต่ยังเปรียบเทียบกับวิกฤติโควิด-19 ในวันนี้ไม่ได้ เพราะวิกฤติยังไม่จบ และส่งผลกระทบรุนแรงไม่น้อยไปกว่าเมื่อ 20 กว่าปีก่อน” เขากล่าวไว้เมื่อช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2563
จากประสบการณ์ชีวิตนักธนาคาร เขามองว่า ในโลกยุคใหม่ที่เทคโนโลยีมีความก้าวหน้าและต้นทุนต่ำ ธุรกิจการธนาคารมีการแข่งขันรุนแรงมากขึ้นทั้งจาก “ผู้เล่นเดิม” และ “ผู้เล่นใหม่” เช่น กลุ่มสตาร์ทอัปด้านการเงิน (FinTech startup) กลุ่มเทคสตาร์ทอัป (Tech startup)
ธนาคารจึงจำเป็นต้องพร้อมปรับวิถีการดำเนินธุรกิจ เช่น ลดจำนวนสาขา เพิ่มการให้บริการผ่านสมาร์ทโฟน หรือเน้นการทำงานร่วมกับลูกค้ามากขึ้น เพราะเมื่อกิจการของลูกค้าเจริญเติบโต ธนาคารก็มีโอกาสที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันธนาคารต้องพร้อมเปิดใจทำงานร่วมกับผู้เล่นรายอื่นและสตาร์ทอัป เพราะนั่นหมายถึงประโยชน์ที่จะเกิดกับผู้ใช้บริการ และโอกาสในการพัฒนาธุรกิจธนาคารและระบบเศรษฐกิจให้เจริญเติบโตไปข้างหน้า
“ผมเชื่อว่าทุกองค์กรมีความสามารถหลัก (core competence) ในการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์เองก็ต้องมีความรู้ด้านการธนาคาร การดูแลลูกค้า และความรู้ด้านเทคโนโลยี ที่สามารถนำมาผสมผสานเพื่อให้เราพัฒนารูปแบบการให้บริการในอนาคต และรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้ได้จากคู่แข่งรายใหม่” นายปรีดีกล่าว
ประสบการณ์ทำงานในธุรกิจธนาคาร ไม่เพียงได้สอนบทเรียนทางธุรกิจให้กับคุณปรีดี แต่ยังได้มอบข้อคิดในการใช้ชีวิตให้กับเขา
กุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่ความยั่งยืนขององค์กรคือ “วิสัยทัศน์” ของผู้บริหาร ผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์จะมองออกว่าควรตัดสินใจอย่างไร และสามารถจัดการทุกเรื่องอย่างทันเวลา ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงและพฤติกรรมของคนที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวิกฤติ
นอกจากนี้ เช่นเดียวกับการที่ธนาคารต้องมีระบบและหลักเกณฑ์ในการบริหารความสมดุลระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทน การใช้ชีวิตของเราก็ต้องมีการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดี และต้องตั้งอยู่บนความระมัดระวัง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่มีหัวใจสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ ความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล และการมีภูมิคุ้มกัน ซึ่งเป็นหลักการที่ใช้ได้ดีในทุกยุคสมัย
อ่านข่าวเพิ่มเติม