โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทุ่ม 30 ล้านผุด Digital Economy ภาคเหนือ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 มิ.ย. 2563 เวลา 02.21 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2563 เวลา 02.21 น.

ทุ่ม 30 ล้านผุด Digital Economy ภาคเหนือ ปั้นเอสเอ็มอี-โอท็อป 5 พันรายเสริมแกร่งดิจิทัล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (25 มิถุนายน 2563) วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคเหนือ แถลงข่าวโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้าน Digital Economy ภาคเหนือ ณ วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

นางชไมพร พงศ์พยุหะ ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารกองทุน สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้สนับสนุนโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้าน Digital Economy ภาคเหนือ หรือ Northern Digital Economy (NDE) เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ด้วยงบประมาณราว 30 ล้านบาท มุ่งเน้นกิจกรรมอบรมและสัมมนาหลักสูตรดิจิทัลโดยเฉพาะ ซึ่งโครงการจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 (ระยะดำเนินโครงการ 15 เดือน)

นายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ทางจังหวัดเชียงใหม่มีนโยบายในการพัฒนาเมืองให้ไปสู่การเป็นสมาร์ทซิตี้ (Smart City) นอกเหนือจากเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลแล้ว ด้านทรัพยากรมนุษย์และความเข้าใจในด้านเทคโนโลยีดิจิทัลก็มีความสำคัญอย่างมากในการพัฒนาเมืองและประเทศให้ก้าวไปสู่สามาร์ทซิตี้ (smart city) และดิจิทัลไทยแลนด์ (Digital Thailand)

ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของกระบวนการพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาเปิดโอกาสในการเพิ่มพูนองค์ความรู้ ขีดความสามารถทั้งด้านวิชาการและด้านการลงมือปฏิบัติงานจริงการใช้เครื่องมือดิจิทัลให้เกิดคุณประโยชน์สูงสุด โดยการที่จะเพิ่มศักยภาพของตัวนักศึกษาเองนั้น โดยมุ่งเน้นไปที่องค์ความรู้และนวัตกรรมเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวในยุคการขับเคลื่อนทางเทคโนโลยี (Digital Transformation) ซึ่งโครงการนี้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่ 12 มหาวิทยาลัย เพื่อบ่มเพาะบัณฑิตด้านดิจิทัลจำนวน 2,000 คน เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในพื้นที่ภาคเหนือ

ด้านนางวิภาวัลย์ วรพุฒิพงค์ ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 (เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน) กล่าวว่า โครงการ Northern Digital Economy นี้ ทางหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคเหนือ จะเป็นหน่วยงานประสานความร่วมมือในหอการค้า 17 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการทั้ง SMEs และ OTOP จำนวน 3,000 ราย เพื่อให้กระตุ้นการรับรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ในการพัฒนาธุรกิจ รวมถึงการร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในพื้นที่ เพื่อร่วมกันบ่มเพาะนักศึกษา และสนับสนุนผู้ประกอบการในการแสดงสินค้าในงานหอการค้าแฟร์ ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน – 6 ธันวาคม 2563 นี้ โดยหอการค้าไทย ซึ่งคาดว่าโครงการนี้จะเป็นโอกาสอันดีที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

นายพัลลภ แซ่จิว รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ จะสนับสนุนกิจกรรมการอบรมสัมมนา และการบ่มเพาะเชิงลึกเพื่อพัฒนาผู้ประกอบการ ร่วมกับสถาบันการศึกษาในจังหวัด และผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลในโครงการ และร่วมคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเพื่อเป็นผู้ประกอบการนำร่องจำนวน 100 ราย เพื่อร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น IoT (ไอโอที), Big Data, AI (เอไอ), Automation, Smart Farming , Delivery และ E-Commerce เป็นต้น

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรวิชญ์ จันทร์ฉาย คณบดีวิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า กิจกรรมการอบรมสัมมนาในโครงการนี้มีทั้งหมด 3 หลักสูตร ประกอบด้วย หลักสูตร Digital Economy หลักสูตร Digital Commerce หลักสูตร Digital Transformation และหลักสูตร Digital Consumption จากนั้นจะมีการคัดเลือกผู้ประกอบการ ที่มีศักยภาพเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการบ่มเพาะหลักสูตร จำนวน 100 สถานประกอบการ เพื่อจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการ กลุ่มนักศึกษา และ Digital Service Provider เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต และการตลาดด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ และดิจิทัลคอนเทนท์ ผ่านกระบวนการอบรมและให้คำปรึกษาแนะนำในการใช้สื่อออนไลน์ 100 สถานประกอบการ จากนั้นผลักดันต่อยอดธุรกิจ เพื่อไปแสดงสินค้าในงาน หอการค้าแฟร์ 2020 (TCC Fair 2020) ในช่วงปลายปีที่จะถึงนี้ ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการนี้สามารถเข้าร่วมได้และไม่มีค่าใช้จ่ายในการสมัคร

ดร.ภราดร สุรีย์พงษ์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและวิเทศสัมพันธ์ วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า โครงการนี้จะเริ่มต้นดำเนินการในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการ 15 เดือน ซึ่งวางกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการเป็นผู้ประกอบการ SMEs และ OTOP ใน 17 จังหวัดภาคเหนือจำนวน 3,000 ราย นักศึกษาจาก 12 มหาวิทยาลัยใน 17 จังหวัดภาคเหนือจำนวน 2,000 ราย รวมผู้เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 5,000 ราย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...