ทุ่ม 30 ล้านผุด Digital Economy ภาคเหนือ
ทุ่ม 30 ล้านผุด Digital Economy ภาคเหนือ ปั้นเอสเอ็มอี-โอท็อป 5 พันรายเสริมแกร่งดิจิทัล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (25 มิถุนายน 2563) วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคเหนือ แถลงข่าวโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้าน Digital Economy ภาคเหนือ ณ วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
นางชไมพร พงศ์พยุหะ ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารกองทุน สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้สนับสนุนโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้าน Digital Economy ภาคเหนือ หรือ Northern Digital Economy (NDE) เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ด้วยงบประมาณราว 30 ล้านบาท มุ่งเน้นกิจกรรมอบรมและสัมมนาหลักสูตรดิจิทัลโดยเฉพาะ ซึ่งโครงการจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 (ระยะดำเนินโครงการ 15 เดือน)
นายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ทางจังหวัดเชียงใหม่มีนโยบายในการพัฒนาเมืองให้ไปสู่การเป็นสมาร์ทซิตี้ (Smart City) นอกเหนือจากเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลแล้ว ด้านทรัพยากรมนุษย์และความเข้าใจในด้านเทคโนโลยีดิจิทัลก็มีความสำคัญอย่างมากในการพัฒนาเมืองและประเทศให้ก้าวไปสู่สามาร์ทซิตี้ (smart city) และดิจิทัลไทยแลนด์ (Digital Thailand)
ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของกระบวนการพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาเปิดโอกาสในการเพิ่มพูนองค์ความรู้ ขีดความสามารถทั้งด้านวิชาการและด้านการลงมือปฏิบัติงานจริงการใช้เครื่องมือดิจิทัลให้เกิดคุณประโยชน์สูงสุด โดยการที่จะเพิ่มศักยภาพของตัวนักศึกษาเองนั้น โดยมุ่งเน้นไปที่องค์ความรู้และนวัตกรรมเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวในยุคการขับเคลื่อนทางเทคโนโลยี (Digital Transformation) ซึ่งโครงการนี้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่ 12 มหาวิทยาลัย เพื่อบ่มเพาะบัณฑิตด้านดิจิทัลจำนวน 2,000 คน เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในพื้นที่ภาคเหนือ
ด้านนางวิภาวัลย์ วรพุฒิพงค์ ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 (เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน) กล่าวว่า โครงการ Northern Digital Economy นี้ ทางหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคเหนือ จะเป็นหน่วยงานประสานความร่วมมือในหอการค้า 17 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการทั้ง SMEs และ OTOP จำนวน 3,000 ราย เพื่อให้กระตุ้นการรับรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ในการพัฒนาธุรกิจ รวมถึงการร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในพื้นที่ เพื่อร่วมกันบ่มเพาะนักศึกษา และสนับสนุนผู้ประกอบการในการแสดงสินค้าในงานหอการค้าแฟร์ ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน – 6 ธันวาคม 2563 นี้ โดยหอการค้าไทย ซึ่งคาดว่าโครงการนี้จะเป็นโอกาสอันดีที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
นายพัลลภ แซ่จิว รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ จะสนับสนุนกิจกรรมการอบรมสัมมนา และการบ่มเพาะเชิงลึกเพื่อพัฒนาผู้ประกอบการ ร่วมกับสถาบันการศึกษาในจังหวัด และผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลในโครงการ และร่วมคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเพื่อเป็นผู้ประกอบการนำร่องจำนวน 100 ราย เพื่อร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น IoT (ไอโอที), Big Data, AI (เอไอ), Automation, Smart Farming , Delivery และ E-Commerce เป็นต้น
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรวิชญ์ จันทร์ฉาย คณบดีวิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า กิจกรรมการอบรมสัมมนาในโครงการนี้มีทั้งหมด 3 หลักสูตร ประกอบด้วย หลักสูตร Digital Economy หลักสูตร Digital Commerce หลักสูตร Digital Transformation และหลักสูตร Digital Consumption จากนั้นจะมีการคัดเลือกผู้ประกอบการ ที่มีศักยภาพเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการบ่มเพาะหลักสูตร จำนวน 100 สถานประกอบการ เพื่อจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการ กลุ่มนักศึกษา และ Digital Service Provider เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต และการตลาดด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ และดิจิทัลคอนเทนท์ ผ่านกระบวนการอบรมและให้คำปรึกษาแนะนำในการใช้สื่อออนไลน์ 100 สถานประกอบการ จากนั้นผลักดันต่อยอดธุรกิจ เพื่อไปแสดงสินค้าในงาน หอการค้าแฟร์ 2020 (TCC Fair 2020) ในช่วงปลายปีที่จะถึงนี้ ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการนี้สามารถเข้าร่วมได้และไม่มีค่าใช้จ่ายในการสมัคร
ดร.ภราดร สุรีย์พงษ์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและวิเทศสัมพันธ์ วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า โครงการนี้จะเริ่มต้นดำเนินการในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการ 15 เดือน ซึ่งวางกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการเป็นผู้ประกอบการ SMEs และ OTOP ใน 17 จังหวัดภาคเหนือจำนวน 3,000 ราย นักศึกษาจาก 12 มหาวิทยาลัยใน 17 จังหวัดภาคเหนือจำนวน 2,000 ราย รวมผู้เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 5,000 ราย