โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดชีวิต บุรินทร์ บ้านหรูใจกลางกรุง รักสะอาด ไม่ชอบจับลูกบิด – เปลี่ยนพี่เลี้ยงลูก 40 คน

The Bangkok Insight

อัพเดต 19 ม.ค. 2565 เวลา 11.04 น. • เผยแพร่ 19 ม.ค. 2565 เวลา 10.59 น. • The Bangkok Insight

เปิดชีวิต บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ บ้านหรูใจกลางกรุง รักสะอาดขั้นสุด ไม่ชอบจับลูกบิด ห้องน้ำสาธารณแทบะไม่เข้า เผยเปลี่ยนพี่เลี้ยงลูกมาแล้ว 40 คน

ถ้าพูดถึงชื่อของ บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ เชื่อว่าหลายคนต้องรู้จักในฐานะเจ้าของน้ำเสียงนุ่ม ลึก ดูสุขุม นักร้องนำวง กรู๊ฟไรเดอร์ส ที่มีเพลงฮิตติดหูตลอดกาล กับเพลง หยุด แต่นอกเหนือจากงานในวงการบันเทิงแล้ว บุรินทร์ ยังเป็นผู้บริหารบริษัท เมโทรฮอนด้าออโตโมบิล จำกัด, บริษัท เมโทร ออโต้เฮาส์ จำกัด, บริษัท มิตซูเมโทร จำกัด แน่นอนว่าดีกรีความสามารถและฐานะไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

เปิดชีวิต บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ รักสะอาด ไม่ชอบจับลูกบิด - เปลี่ยนพี่เลี้ยงลูก 40 คน

โดย บุรินทร์ เคยให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Club Friday Show เปิดใจเล่าชีวิตของตัวเอง กว่าจะเป็นหนุ่มหล่อที่ดูใจเย็น ตอนเด็ก ๆ จะเป็นคนอารมณ์ร้อนอย่างมาก ถึงขั้นยกพวกตีกันกับเด็กโรงเรียนอื่น รวมถึงความเป็นระบบระเบียบและรักสะอาดขั้นสุด ไม่ชอบจับลูกบิด ห้องน้ำสาธารณะไม่เข้า ต้องไปที่บ้านเท่านั้น อีกทั้งยังเปลี่ยนพี่เลี้ยงลูกมาแล้ว 40 คน

บุคลิกที่คนมอง บุรินทร์ เข้ามาดูเป็นคนเจ้าชู้ ?

“จริงเหรอ ผมไม่ได้เจ้าชู้เลย และเป็นคนที่ไม่ได้ชอบเข้าไปจีบสาว ผมชอบอยู่กับดนตรี ชอบทำอะไรเหมือนเดิมทุกอย่าง ชอบกินร้านอาหารร้านเดิม สั่งเมนูเดิม ไปเที่ยวประเทศเดิม ชอบไปกินร้านอาหารร้านเดิมของประเทศนี้ จริง ๆ ก็เป็นคนน่าเบื่อเหมือนกัน”

เป็นคนโมโหร้ายมั้ย ?

“ตอนเด็ก ๆ เป็นคนที่อารมณ์ร้อน ใช้อารมณ์เข้าไปสู้อย่างเดียว เราก็จะมีกลุ่มมีแก๊งของเรา ส่วนใหญ่ผมจะเป็นคนเปิด ก็มีโดนต่อยกลับมาบ้าง ก็เจ็บนะ แต่ตอนนั้นเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นลูกผู้ชายสำคัญมาก เรื่องเพื่อนสำคัญมาก เคยมีตามไปเอาเรื่องถึงโรงเรียนก็มีครับ แต่ส่วนตัวผมจะเป็นคนที่ไม่หาเรื่องใครก่อน ไม่ใช่อยู่ดี ๆ ก็ไปผลักเค้า ส่วนใหญ่จะโดนหาเรื่องก่อนตลอด ไม่ใช่คนเริ่มก่อน ผมว่ามันเป็นเรื่องของเด็ก ๆ มากกว่า ฮอร์โมนทำให้เราเป็นอย่างนั้น และเราก็อยู่กับสิ่งแวดล้อมที่เพื่อน ๆ ทุก ๆ คนมาจากหลายโรงเรียนและเป็นหัวโจกหมด คุณพ่อคุณแม่ก็ว่านะ ว่าทำไมต้องไปมีเรื่องกับเค้า เคลียร์คุยให้รู้เรื่องสิ แต่พ่อแม่ก็ไม่ได้อยู่ด้วยตลอดเวลานะ เราจำในคำสอน”

มีวีรกรรมอะไรมั้ย ?

“มีตอนที่ย้ายโรงเรียนไป พอสอบเทียบ ม.6 ได้ คือผมเรียนจบ ม.5 ที่เตรียมอุดม แล้วย้ายไปอยู่ ISB ตอน ม.6 เข้าเรียนสัปดาห์ที่ 2 ก็มีประชุมนักเรียน จำได้ว่าตอนนั่งประชุมอยู่ คือผมเรียนซ้ำชั้น เกรด 10 เพราะภาษาอังกฤษไม่ดี แล้วมีเด็กเกรด 11 นั่งอยู่ข้างหลัง นั่งถีบเก้าอี้ ผมก็หันไปบอกว่า ให้หยุดทำ แต่เค้าก็ไม่หยุดทำต่อไปเรื่อย ๆ จนผมก็หันไปบอกอีกว่า ถ้าไม่หยุด จบแน่ มึงเจอกูแน่ ก็นั่นแหละครับ เค้าก็ไม่หยุด ก็จำได้เลยว่า พอครูใหญ่บอกเลิกประชุมปุ๊บ ผมก็หันไปสอยหน้าเลย ทั้ง ๆ ที่คนอยู่เต็มห้องประชุม จากนั้นก็เป็นที่รู้จักกันทั้งโรงเรียน”

ต่อยเชียร์ลีดเดอร์กลางสนามบอล ?

“เรื่องนี้ตลกมากครับ คือเค้าเป็นรุ่นน้องเรา และเราไม่ถูกกัน วันนั้นเรากลับไปโรงเรียนเก่า รุ่นน้องคนนี้เห็นเราเค้าก็มาหาเรื่องและรุมผมแบบ 20 กว่าคนอะ จนผมต้องวิ่งหนีออกไปนอกโรงเรียน จนผมรู้สึกว่าจะกลับมาเอาคืนและเก็บทีละคน ค่อย ๆ ต่อยกับคนนี้ ๆ แต่เราจำหน้าได้หมดนะ เพราะอยู่โรงเรียนเดียวกัน แต่ก็ไม่ได้เจอรุ่นน้องคนนี้เลย

จนสุดท้ายย้ายมาอยู่เตรียมอุดม วันนั้นเป็นงานกีฬาที่มีหลายโรงเรียนมาเจอกัน วันนั้นหันไปเจอหน้ารุ่นน้องคนนี้ แล้วรู้สึกคุ้นหน้าว่าทำไมลีดเดอร์คนนี้หน้าคุ้น ๆ วะ ผมก็คิดว่าอาจจะไม่ใช่ เค้าเป็นนักเรียนเกเรขนาดนั้น ไม่น่าจะมาเป็นลีดเดอร์ได้ ผมก็หันไปบอกเพื่อนว่า ไอ้นี่มันเคยรุมเรา เลยยกเพื่อนไป 10 คน แล้วไอ้รุ่นน้องคนนี้มันกำลังเต้นอยู่ ผมก็วิ่งเข้าไปซัดเลย เสร็จก็วิ่งหนีออกมา ตอนนั้นเป็นเรื่องใหญ่มาก ผมต้องวิ่งไปซุ่มตามพุ่มไม้ จนมันเป็นเรื่องของโรงเรียนต้องมาคุยกันเลย

แต่พอเวลาผ่านไป ผมก็คิดว่าควรใช้สติดีกว่า อย่ามาใช้อารมณ์เลือดร้อนเลย ตอนนั้นเราคิดไม่ได้ เราใจร้อนมาก ซึ่งปัญหามันอยู่ที่ลูกผมตอนนี้ ลูกชายคนโตของผมเรียบร้อยมาก ชอบการเรียน แต่คนเล็กเนี่ยเหมือนผมเปี๊ยบ ถอดแบบมาเลย ไปโรงเรียนวันแรกต่อยเพื่อน วันที่สองต่อยครูพี่เลี้ยง วันที่สามต่อยครูประจำชั้น วันที่สี่เรียกผู้ปกครอง เนี่ยก็นั่งคุยกับเค้าว่าอย่าใช้อารมณ์มาก ให้นับ 1-10 เยอะ ๆ”

เป็นคนที่สะอาดอยู่เหนือเหตุผลทั้งปวงในโลก เป็นคนที่ไม่จับลูกบิดประตูนอกบ้านเลย จริงมั้ย ?

“คือถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ จะไม่จับเลย”

แล้วเวลาออกไปนอกบ้าน แล้วต้องเปิดปิดจะทำยังไง ?

“ถ้าเจอลูกบิดจะรู้สึกมาก ๆ เลยว่าจะทำอย่างไรดี ถ้าเป็นประตูผลัก ผมจะไปที่ที่สูงที่สุดหรือต่ำที่สุด เพราะมันจะมีสัมผัสน้อยที่สุด จริง ๆ คุณแม่ผมก็จะเป็นคล้าย ๆ กันแต่น้อยกว่าผมหน่อย คุณแม่จะไปทานข้าวที่ไหนก็จะขอน้ำร้อนมาล้างจาน ล้างช้อนก่อนกินข้าว”

แม้แต่ในภัตตาคารหรู ๆ ?

“ไม่ ๆ ภัตตาคารหรู ๆ ไม่เคย แต่ร้านบางที่ที่เราไม่แน่ใจ เราก็จะชัวร์ไว้ก่อน ถ้าให้ดูดีหน่อยเราก็จะสั่งชาร้อนมาสักกาแล้วก็เอามาแอบลวกหน่อย”

แล้วตอนนั้นยังไง บุรินทร์ คิดว่าการที่ไม่จับลูกบิดประตู เพราะคิดว่ามันเป็นศูนย์รวมเชื้อโรค ?

“ใช่ครับ ซึ่งจริง ๆ มันเป็นเรื่องจริงนะครับ”

บางทีเราก็จะไปยืนรอให้มีคนมา ?

“ใช่ครับ คือผมเข้าห้องน้ำแล้วบางทีเจอลูกบิด เวลาเข้าห้องน้ำเสร็จเค้าจะมีสบู่ให้ล้างมือแล้วมีกระดาษทิชชูให้เช็ด หรือมีที่เป่ามือให้ แต่ที่เป่ามือผมก็จะไม่ใช้ เพราะที่เป่ามือเป็นศูนย์รวมเชื้อโรค เพราะมันไม่เคยโดนทำความสะอาด ผมก็จะไม่เป่ามือ ผมก็จะเช็ดมือ แต่ถ้าไม่มีกระดาษเนี่ยผมก็จะ คราวนี้จะหมุนลูกบิดยังไง ก็เคยยืนรอนานมากเหมือนกัน จนสุดท้ายคนเข้ามาปุ๊บก็รีบเอาขายันแล้วเดินออกไปเลย”

ถึงขั้นมีทิชชูส่วนตัว ?

“มีครับ ในรถผมมีทิชชูเปียก มีทิชชูแบบแอลกอฮอล์ แบบต่อต้านแบคทีเรีย แบบธรรมดา แล้วก็มีเจลล้างมือ”

ที่น่าจะมีปัญหาที่สุดก็น่าจะเป็นห้องน้ำกับบันไดเลื่อนมั้ย ?

“ห้องน้ำกับบันไดเลื่อนครับ และปุ่มกดลิฟต์ ผมจะใช้ข้อนิ้วข้อที่สองกดลิฟต์ คือจะใช้ที่ตัวเองจะไม่มาโดนร่างกาย ถ้าเป็นห้องน้ำแล้วมีทิชชูก็จะเอาทิชชูมาจับลูกบิดออกมาแล้วเอาไปทิ้งถังขยะด้านนอก หรือว่าถ้าไม่มีหนทางจริง ๆ ไม่มีใครเดินเข้ามาด้วย สุดท้ายผมก็จะใช้เสื้อผมไปจับที่ลูกบิดแล้วหมุนออกไป”

แล้วถ้าปวดท้อง ต้องเข้าห้องน้ำจะนั่งส้วมต้องทำยังไง ?

“ตอนเด็ก ๆ ทำไม่ได้ครับ ต้องกลับบ้าน”

แล้วถ้าทนไม่ได้ล่ะ ?

“ต้องทนเพื่อกลับบ้าน สมัยก่อนรถยังไม่ติด แต่ถ้ามาสมัยนี้รถเริ่มติดก็จะไปเข้าตามล็อบบี้โรงแรม จะหาโรงแรมที่ใกล้ที่สุดแล้วก็จะไปเข้าตามล็อบบี้โรงแรม”

รวมถึงการเลี้ยงลูกด้วย เพราะเราต้องไปปกป้องสุขอนามัยของเค้า ?

“ใช่ครับ”

เปลี่ยนพี่เลี้ยงไป 40 คนจริงเหรอ ?

“ไม่ใช่ผมนะครับ ผมและภรรยาผม ไม่ใช่ผมคนเดียว พี่เลี้ยงเนี่ยล้างมือจนเปื่อยตลอดเวลาเลย อาบน้ำทาแอลกอฮอล์ตลอดเวลาเลย เวลาอุ้มให้นมดึก ๆ แฟนผมก็จะบอกว่า อย่าหันหน้าใส่น้อง เพราะจะเอาคาร์บอนไดออกไซด์ใส่หน้า คืออันนี้เค้าเรียกว่า มัมซิลล่า ก็อตซิลล่าผสมกับแม่ 2 อย่าง”

กลัวพี่เลี้ยงจะหายใจรดลูก แล้วสุดท้ายแล้วแก้ปัญหายังไง เพราะเค้าต้องอุ้มลูกกินนม ?

“เค้าต้องอุ้มลูกแล้วหันหน้าออก ตอนหลัง ๆ เราก็เพิ่งคิดได้ว่าเค้าต้องใส่หน้ากากอนามัย เราก็มีหน้ากากอนามัยให้เค้าใส่ คือเวลาที่เด็กไม่สบาย ไม่มีภูมิคุ้มกัน มันเป็นเรื่องใหญ่มาก เดี๋ยวนี้ไม่มีสติกเกอร์ติดบอกให้ล้างมือก่อนออกจากห้องน้ำ และเค้าก็ให้เอาแอลกอฮอล์เช็ดลูกบิดกับที่จับต่าง ๆ แต่ผมเป็นตั้งแต่เด็ก ๆ ผมจำได้ว่าผมคิดถูก ผมไม่ได้คิดผิดนะครับ”

แหม่ม ภรรยา ก็เป็น ?

“ตอนแรก ๆ ไม่เป็น แต่ผมพูดไปเรื่อย ๆ เค้าก็เลยคิดว่าเป็นเรื่องจริงเหมือนกัน เพราะบางทีผมเป็นนักร้องผมจะเป็นหวัดไม่ได้ เป็นไข้ไม่ได้ เจ็บคอไม่ได้ คือป่วยไม่ได้เลย โน้ตที่เราเคยร้องถึง พอป่วยมันจะร้องไม่ถึง ก็เลยหลีกเลี่ยงการที่คนไม่สบาย วงผมจะรู้หมดเลย ไมค์ผมเนี่ย ที่ทำงานเสร็จ ผมให้เอาแอลกอฮอล์เช็ด ทีมงานหลาย ๆ คนจะทราบดี ว่าจะต้องมีกระดาษแอลกอฮอล์ให้เช็ด”

แม่บ้านที่อยู่ในบ้านจะมีรายละเอียดมาเลยว่า วิธีทำความสะอาดห้องเป็นยังไงต้องทำ 1 2 3 4 ทำอะไรก่อนหลัง ?

“ใช่ครับ ผมเหนื่อยที่ต้องมาฝึกเด็กใหม่ เวลาเปลี่ยนพี่เลี้ยง เปลี่ยนแม่บ้านมาถึงต้องมาเปลี่ยนเด็กใหม่ว่า ห้องนี้ต้องทำแบบนี้ อย่างนี้ ผมเลยทำเอกสารเลยว่าห้องนี้ต้องทำ 1 2 3 4 เช็ดตรงนี้ เช็ดที่จับลูกบิดทุก 1 วัน เช็ดที่จับราวบันไดทุก 2 วัน มีหมดทุกอย่าง เลยต้องมีเอกสารจะได้ไม่ต้องมาบอกทุกครั้งเวลาที่เปลี่ยนใหม่”

แม้แต่ชักโครกไม่ได้เป็นแค่นอกบ้าน ในบ้านตัวเอง ในห้องตัวเองก็ต้องเช็ดทำความสะอาดก่อนจะนั่ง ?

“ใช่ ๆ ก็เช็ดครับ เพราะว่าเวลาฉี่เค้าจะไม่ยกฝาชักโครกขึ้น แล้วมันจะนั่งทับตลอด ผมก็ต้องฉีดแล้วล้าง แล้วเช็ดทุกวันทุกครั้ง ซึ่งมันก็ทำให้ผมแทบไม่เป็นหวัดเลย ชีวิตผมเป็นหวัดน้อยมาก”

ทั้งนี้ บ้านของ บุรินทร์ นั้นสวยหรูดูดีมีสไตล์สุด ๆ ถูกออกแบบตกแต่งเหมือนบ้านในต่างประเทศ เป็นกึ่งปูนกึ่งไม้ แถมยังตั้งอยู่ใจกลางกรุงอีกด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...