โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

วินาทีระทึก! คุณแม่มะกัน ก้มเป่าเทียน ก่อนไฟไหม้ผม ลามเกือบครึ่งหัว

Khaosod

อัพเดต 09 ธ.ค. 2564 เวลา 09.29 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2564 เวลา 09.29 น.

วินาทีระทึก! คุณแม่ชาวมะกัน ก้มหน้าเป่าเทียนฉลองวันเกิด ไม่ทันสังเกตเห็นปลายผมโดนเปลวเทียน ทำไฟลุกไหม้ผม ลามเกือบครึ่งหัว

เมื่อเร็ว ๆ นี้"อานา อูสเตอร์เฮาส์" คุณแม่วัย 34 ปี จากรัฐยูทาห์ สหรัฐฯ ได้จัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดร่วมกับคนในครอบครัว ซึ่งเธอคาดหวังว่างานจะเต็มไปด้วยความสุข แต่ทว่าเหตุการณ์มันกลับตรงกันข้ามทั้งหมด

จากวิดีโอ จะเห็นอานานั่งอยู่ข้างลูกชายวัย 7 ขวบ พร้อมถือเค้กวันเกิดกันคนละก้อน ส่วนสมาชิกคนอื่น ๆ ในครอบครัวต่างพากันร้องเพลงอวยพรอย่างมีความสุข ก่อนสถานการณ์จะพลิกผัน หลังจากเธอก้มหน้าลงไปเป่าเทียน ปลายผมได้ไปสัมผัสกับเปลวเทียนเข้า จนไฟไหม้ผม

สิ่งที่อานาคิดได้ตอนนั้นคือ เธอต้องถือเค้กไว้กับตัว เพื่อให้แน่ใจว่าไฟจะไม่ลุกลามไปทำอันตรายให้คนอื่น โชคดีที่สามีและสมาชิกในครอบครัวมีไหวพริบดี เนื่องจากไม่มีน้ำอยู่ใกล้ตัว พวกเขาจึงพากันใช้มือตบที่ผมของเธอซ้ำ ๆ เพื่อดับไฟ จากนั้นก็รีบพาเธอไปพบแพทย์

ตามรายงาน เปลวไฟได้ไหม้ทำลายเส้นผม ขนคิ้ว ขนตา สร้างรอยไหม้ที่แก้ม หู คาง อานามีอาการเจ็บตาและตาพร่ามัว เนื่องจากบาดแผลที่กระจกตา

โดยสาเหตุของไฟไหม้ครั้งนี้ อานามองว่าน่าจะเกิดจากการใช้เทียนมากเกินไป ซึ่งปกติแล้วเธอจะใช้เทียนแบบตัวเลข แต่เนื่องจากวันนั้นร้านค้าปิด เธอจึงหาเทียนแบบปกติหลายเล่มมาประดับหน้าเค้กแทน

โชคดีที่อานาและครอบครัวมองโลกในแง่ดี หลังจากที่เห็นว่าเธอปลอดภัย ครอบครัวก็มักพูดตลกเกี่ยวกับเรื่องนี้ เช่น สำหรับคริสต์มาสปีนี้คงต้องหาถังดับเพลิงมาประดับบ้านไว้ ส่วนวันเกิดปีหน้าคงเป็นธีมไฟและน้ำแข็ง และที่สำคัญเค้กวันเกิดจะต้องมีเทียนประดับหน้าเค้กไม่เกิน 2 เล่ม!

https://www.youtube.com/watch?v=8ozF28b831c

ขอบคุณที่มา nypost

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...