กกต.เชียงใหม่ คัดสำนวน 70 ล้าน แพ้คดีใบส้ม ทนายงัด 157 ถ้าไม่รับผิดชอบเจอแน่
เชียงใหม่ – กกต.เชียงใหม่ ชี้กกต.กลางรับผิดชอบ คดี “สุรพล” ชนะคดีแพ่ง กกต.ให้ชดใช้ พร้อมดอกเบี้ยกว่า 70 ล้าน แจงทำตามอำนาจหน้าที่-ขวัญกำลังใจดีอยู่ ด้านทนาย รับ อยากฟ้อง ม.157 แต่ผู้ใหญ่ห้ามไว้ ถ้าเงียบเฉย-บ่ายเบี่ยง เจอแน่
เมื่อวันที่ 21 เมษายนนายนพดล สุยะ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดเชียงใหม่ เผยกรณีศาลจังหวัดฮอด พิพากษาคดีแพ่งให้ นายสุรพล เกียรติไชยากร อดีต ส.ส.เชียงใหม่ 8 สมัย ชนะคดีฟ้องกกต. และเจ้าหน้าที่ รวม 14 คน พร้อมให้ชดใช้ค่าเสียหายและเยียวยา รวมกว่า 64 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยรวมทั้งสิ้น กว่า 70 ล้านบาท ว่า คดีดังกล่าวเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต.กลาง ซึ่งได้ส่งทีมกฎหมาย และนิติกร ไปฟังคำพิพากษาดังกล่าว พร้อมคัดสำเนาคำพิพากษา เพื่อสรุปและรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น โดยสำนักงาน กกต.จังหวัดเชียงใหม่ ไม่ได้เกี่ยวข้องอย่างใด
“คดีดังกล่าว มีเจ้าหน้าที่ กกต.เชียงใหม่ ถูกฟ้องแพ่ง จำนวน 4 รายจาก 14 คน ซึ่งทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง และสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าว เมื่อปี 2562 หรือ 3 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันเหลือผู้ปฏิบัติงานเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่เหลือได้โยกย้าย หรือเลื่อนตำแหน่งไปตามวาระ ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ยังปฏิบัติงานอยู่ มีขวัญกำลังใจดี และยังมาทำงานตามปกติ ซึ่งคดีดังกล่าว ไม่ได้บั่นทอนกำลังใจผู้ปฏิบัติงาน เพราะทำตามอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น” นายนพดล กล่าว
ด้าน นายปกป้อง กลับวิเศษ ทนายความบริษัท ปว.ประมวลกฎหมายจำกัด ซึ่งเป็นทนายความนายสุรพล กล่าวว่า มีเจ้าหน้าที่ กกต.เชียงใหม่ถูกฟ้อง 4 ราย คือ นายเกรียงไกร พานดอกไม้ อดีต ผอ.กกต.เชียงใหม่ ซึ่งเลื่อนตำแหน่งเป็น รองเลขาธิการ กกต. นายชาญชนินทร์ จินตนา อดีตหัวหน้างานสืบสวนสอบสวน กกต.เชียงใหม่ นายสุรเชษฐ์ อินทจักร นิตกร (ชำนาญการ) กลุ่มงานสืบสวนสอบสวน และพรรคการเมือง และ พ.ต.ท.สมชาย หมายมั่น อดีตพนักงานสอบสวน สภ.หางดง ที่เป็นบุคคลภายนอกให้ร่วมเป็นพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าว และได้สอบปากคำนายสุรพล ซึ่งการฟ้องดังกล่าว เป็นการฟ้องตัวบุคคล ไม่ใช่ตำแหน่งหน้าที่ เนื่องจากมีรายมือชื่อในสำนวนการสอบสวนคดีดังกล่าว
“ทีมทนายความ จำเป็นต้องฟ้อง กกต.และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานสู้คดีในชั้นศาลชั้นต้น อุทธรณ์ ฎีกาจนศาลฎีกายกฟ้อง และศาลแพ่งให้ชนะคดี พร้อมสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายและเยียวยาดังกล่าว และส่วนตัวเห็นว่า ควรฟ้อง กกต.และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตาม ม.157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และจงใจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ และนายสุรพล ที่ถูกกล่าวหา แต่มีผู้ใหญ่ห้ามปรามไว้ เนื่องจากเห็นว่าศาลให้ความยุติธรรม และคืนความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหายแล้ว” นายปกป้อง กล่าว
ทั้งนี้ นายปกป้อง ยังกล่าวด้วยว่า ทีมทนายความ ยังรอดูท่าที หรือแถลงการณ์จากกกต. ก่อนว่า เป็นอย่างไร หากยังเงียบเฉย หรือบ่ายเบี่ยงไม่รับผิดชอบใดๆ อาจหารือกับนายสุรพล และพรรคเพื่อไทย (พท.) เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ฟ้อง กกต.และผู้เกี่ยวข้อง ตาม ม.157 ต่อไป
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง