แม่เลี้ยงเดี่ยวลูก 3 ฐานะยากจน ต้องขอข้าวกิน เคราะห์ซ้ำลูกชาย 13 ปี ป่วยมะเร็งสมอง หมอบอกอยู่ได้ไม่ถึงปี หลั่งน้ำตาวอนสังคมช่วย
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 12 พ.ค. 2567 เวลา 16.27 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. 2567 เวลา 16.27 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์(12 พ.ค.67) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านม.6 ต.คลองแม่ลาย อ.เมือง จ.กำแพงเพชร พบกับครอบครัวของ "นางสายฝน" อายุ 45 ปี และลูกอีก 3 คน คือ ด.ช.ใจเพชร อายุ 13 ปี (น้องพีท) , ด.ญ.กาญจนา อายุ 11 ปี น้องกาน และด.ญ.มยุรา อายุ 10 ปี น้องกิ่ง โดยทั้งหมดเรียนอยู่ ร.ร.บ้านเขาน้ำเพชร (ห่างจากบ้านเพียง 1 กิโลเมตร) เดินไปเรียนทุกวันเพราะไม่มียานพาหนะ
นางสายฝน ผู้เป็นแม่ เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนเองเลี้ยงลูกทั้ง 3 โดยลำพังเพราะสามีได้ทิ้งตนและลูกไปตั้งแต่ยังเล็ก ตนมีอาชีพรับจ้างทั่วไป (รับจ้างขุดมัน ,เก็บมันท้ายไร่) มีรายได้วันละ 300 บาท ใครจ้างให้ไปทำอะไรก็ไป หากวันไหนไม่มีใครจ้างก็ไม่มีเงินให้ลูกกิน โดยจะให้เงินลูกไปโรงเรียนคนละ 10 บาทเท่านั้น จากเงินที่เหลือที่ไปรับจ้างก็นำมาเป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน วันไหนไม่มีเงินให้ลูกไปโรงเรียนก็อดมื้อกินมื้อ ลูกทั้ง 3 ก็หยุดเรียนไปช่วยแม่เก็บมันสำปะหลังและรับจ้างบ่อยครั้ง
วันไหนไม่มีงานรับจ้าง ก็ไม่มีเงินซื้อข้าวให้ลูกกิน ตนเคยไปรอเก็บอาหารหมดอายุตามร้านสะดวกชื้อและร้านอาหารตามสั่งที่คนกินเหลือขอนำมาให้ลูกกินเพื่อประทังชีวิตแม้ตนอดก็ยอม เพราะยากจนเหลือเกิน บ้านที่อยู่ก็ได้ความเมตตาจาก นางนิตยา พูลสวัสดิ์ ผู้ใหญ่บ้าน ม.6 บ้านเขาน้ำเพชร บริจาคที่ดินและประสานทางอำเภอขอบ้านโครงการหลวง มาสร้างให้อยู่อาศัยหลายปีแล้ว
และที่เป็นทุกข์อยู่ทุกวันนี้คือเมื่อต้นปีที่ผ่านมาลูกชายคนโต ด.ช.ใจเพชร อายุ 13 ปี อยู่ๆมีอาการมือและเท้าชาไปครึ่งซีก และมีอาการปวดหัว ซึ่งก็เดินลากเท้าจนเป็นแผล ตนเลยพาไปหาหมอที่ รพ.กำแพงเพชร ซึ่งหมอให้นอนพักดูอาการ 2 วัน และให้น้ำเกลือปรากฎว่าหัวด้านขวาของลูกบวมขึ้น หมอจึงให้เข้าห้องผ่าตัดในวันที่ 5 มกราคม 67 ที่ผ่านมาทันที ซึ่งหลังจากผ่าตัดก็พบก้อนเนื้อใหญ่ขนาด 5 ช.ม. และวันที่ 23 เม.ย.67 หมอนัดไปฟังผลก็พบว่าเป็นมะเร็งเนื้อร้ายในสมอง หากไม่รักษาก็จะมีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึงปี หมอจึงทำการส่งตัวให้ไปรักษาในสัปดาห์หน้าที่ รพ.จุฬาฯ กรุงเทพฯ (วันที่ 22 พ.ค.67) ทำให้ตนเองทุกข์ใจหนักกว่าเดิม กินไม่ได้นอนไม่หลับ ไม่มีเงินพาลูกไปรักษาทั้งค่าเดินทางและค่ากินต่างๆปัจจุบันก็ลำบากแย่แล้ว จึงตัดสินใจที่จะปล่อยให้ลูกนั้นเป็นไปตามวิบากกรรม หมดหนทางนอนร้องไห้ทุกคืน และในช่วงนี้อากาศร้อนลูกก็จะปวดหัวหนัก และเวลาพูดกับทุกคน ก็จะขี้หลงขี้ลืมในเรื่องที่เพื่งพูดไป
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปเกาะติดดูชีวิตของครอบครัวนางสายฝน โดยวันนี้ก็ได้พาลูกทั้ง 3 คนไปเก็บมันสำปะหลังท้ายไร่ รับจ้างหาเงินมาประทังชีวิตวันต่อวัน โดยได้กลับมากินข้าวที่บ้านตอนกลางวัน พบสภาพห้องครัวทำกินดูไม่คุ้มฟ้าคุ้มฝน ซึ่งเมนูอาหารที่ทำให้ลูกกินวันนี้ก็ไปเก็บผลมะละกอข้างบ้านนำมาหั่นเป็นชิ้นบางๆและผัดใส่น้ำปลากินกับข้าวเปล่า บางวันก็กินข้าวขยำน้ำปลา
โดยนางสายฝน ได้นำเอกสารส่งตัวและตัวอย่างชิ้นเนื้อที่ผ่าตัดออกมาจากหัวของลูกชายให้ดู เพื่อเตรียมนำไปให้หมอที่โรงพยาบาลจุฬากรุงเทพฯสัปดาห์หน้า แต่ยังไม่มีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ยังไม่รู้ว่าจะได้ไปหรือไม่ โดยช่วงที่ไปหาหมอในจังหวัดก็อาศัยเงินจากเพื่อนบ้านหยิบยื่นให้และขับรถไปส่งบ้าง ยิ่งลูกมาป่วยแบบนี้ก็ทำงานบ้างไม่ทำงานบ้าง ตนจะทำทุกวิถีทางให้ลูกมีชีวิตอยู่ แม้ว่าจะไม่สมประกอบก็ตาม วันนี้ตนอยากจะขอวอนหน่วยงานและความเมตตาจากผู้ใจบุญในสังคมช่วยเมตตาตนบ้างสักครั้ง ให้มีเงินค่ารถค่าอาหารพาลูกตนได้ไปรักษาและมีหวังที่จะหายจากโรคร้ายครั้งนี้