ทริสเรทติ้ง มอง “ThaiBev” ปรับโครงสร้างถือหุ้น ไม่กระทบอันดับเครดิต คาดรายได้-EBITDA เพิ่มขึ้น 15-20%
ทริสเรทติ้ง มอง "ThaiBev" ปรับโครงสร้างถือหุ้น ไม่กระทบอันดับเครดิต คาดหลังทำธุรกรรมเสร็จสิ้น รายได้-EBITDA เพิ่มขึ้น 15-20%
วันที่ 23 กรกฎาคม 2567ทริสเรทติ้ง ประเมินว่าธุรกรรมที่ประกาศโดยบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หรือ ThaiBev ซึ่งประกอบด้วยการเสนอซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมดของ บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) (SSC) และการเสนอแลกเปลี่ยนทันกับ TCC Assets Ltd. (TCCAL) นั้น ยังไม่ส่งผลกระทบต่ลอันดับเครติดของบริษัทในทันที
ทั้งนี้ทริสเรทติ้งคาดว่าเมื่อธุรกรรมดังกล่าวสิ้นสุดลง บริษัทจะมีรายใต้เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่บริษัทจะยังคงรักษาโครงสร้างภาระหนี้สินทางการเงินให้อยู่ในระดับปัจจุบันเอาไว้ได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวจะเป็นปัจจัยสนับสนุนอันดันดับเครติดองค์กรและตราสารหนี้ปัจจุบันของบริษัทที่ระลับ "AA" และแนวโน้มอันดับเครดิต "Stable" ต่อไป
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2567 ThaiBev ได้ประกาศว่าบริษัทได้ทำการเสนอซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมดจำนวน 94.94 ล้านหุ้นของ SSC หรือคิดเป็นประมาณ 35.3% ของหุ้น SSC ทั้งหมด โดยธุรกรรมดังกล่าวจะต้องใช้เงินทุนทั้งสิ้นจำนวน 5.9 พันล้านบาท นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2567 บริษัทยังได้ประกาศที่จะเสนอแลกเปลี่ยนหุ้นโดยการโอนหุ้นทั้งหมดจำนวน 28.78% ใน Frasers Property Ltd. (FPL) ให้แก่ TCCAL เพื่อแลกกับการที่ TCCAL จะโอนหุ้นจำนวน 41.30% ใน Fraser and Neave Ltd. (F&N) ให้แก่บริษัทอีกด้วย
โดยธุรกรรมการแลกเปลี่ยนหุ้นดังกล่าวนี้บริษัทไม่ต้องจ่ายเงินสด เมื่อการแลกเปลี่ยนหุ้นสำเร็จ บริษัทจะมีสัดส่วนการถือหุ้นใน F&N เพิ่มขึ้นเป็น 69.6% ของหุ้นทั้งหมดของ F&N และจะส่งผลให้บริษัทต้องรวมผลการดำเนินงานทางการเงินของ F&N เข้ามาในงบการเงินรวมของบริษท
ทั้งนี้ F&N เป็นบริษัทชั้นนำในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในประเทศสิงคโปร์ซึ่งดำเนินธุรกิจหลัก 3 ด้าน ได้แก่ ธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ธุรกิจนม และธุรกิจสิ่งพิมพ์ โดยรายได้ของ F&N มาจากยอดขายในประเทศมาเลเซียในสัดส่วน 40% จากประเทศไทย 31% จากประเทศสิงคโปร์ 20% และส่วนที่เหลือมาจากประเทศอื่น ๆ
หลังจากธุรกรรมทั้งสองเสร็จสิ้นแล้ว ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะมีรายได้และ EBITDA เพิ่มขึ้นประมาณ 15%-20% ในขณะที่อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ที่ปรับปรุงแล้วจะปรับลดลงเล็กน้อยแต่จะยังคงใกล้เคียงกับระดับเดิม
นอกจากนี้ธุรกรรมการรวมกิจการของ F&N นี้จะช่วยให้บริษัทมีการกระจายความหลากหลายของแหล่งรายได้ทั้งในเชิงภูมิศาสตร์และประเภทของสินค้า ซึ่งเดิมส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทยและประเทศเวียดนาม นอกจากนี้บริษัทยังคาดว่าจะสามารถผสานประโยชน์ทางธุรกิจทั้งในแง่ของการเพิ่มรายได้ผ่านการจำหน่ายสินค้าร่วมกันกับ F&N ให้มากขึ้นและเป็นการลดต้นทุนที่ซ้ำซ้อนลงอีกด้วย