โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เสน่ห์ของการเป็นนักธุรกิจ นายแบบ และพาร์ทเนอร์ร้านอาหาร มาคุยสบายๆ กับ “จีโน่-ชลธาร”

LSA Thailand

อัพเดต 18 ก.ค. 2567 เวลา 10.58 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2567 เวลา 03.56 น. • Lifestyle Asia Thailand

พบกับ 50 ICON ของ Lifestyle Asia บุคคลผู้ทรงอิทธิพลต่อความคิด การทำงาน และไลฟ์สไตล์จากมุมมองของคนรุ่นใหม่ สู่ความสำเร็จอันน่าทึ่งในอาชีพการงานของพวกเขา และนี่คือเรื่องราวของ “จีโน่-ชลธาร เชี่ยววารีสัจจะ” นายแบบ นักธุรกิจ และพาร์ทเนอร์ร้านอาหารชื่อดัง Verde

คนเราจะมีสักกี่บทบาทในหนึ่งคนกัน อย่างตัว “จีโน่-ชลธาร เชี่ยววารีสัจจะ” เองใส่หมวกถึง 3 ใบในแง่ของการทำงาน หนุ่มวัย 27 ปีคนนี้เป็นที่จับตามองตั้งแต่ในรั้วมหาลัยด้วยการรับหน้าที่เป็นจุฬาฯ คทากร ตามมาด้วยการเป็นนายแบบจากสังกัด Kissmodels เดินแบบและถ่ายงานในหลายโอกาสควบคู่ไปด้วยกัน ก่อนที่ตัวเขาจะตัดสินใจเข้าทำงานในองค์กรดังเป็น Business Development และล่าสุดกับการทำงานในองค์กร TikTok ที่ช่วยแบรนด์ปิดดีลพาร์ทเนอร์มาแล้วหลายต่อหลายจ๊อบ วันนี้ LSA จะพามารู้จักหนุ่มจากคณะเศรษฐศาสตร์จุฬาฯ คนนี้ให้ลึกขึ้นอีกนิด ทั้งในแง่ของตัวตน แพชชั่น และมุมมองการทำงานที่เขาเล่าว่า เอนจอยกับการทำงานเป็นรูทีนแบบ 9-5 นาฬิกามากกว่า เพราะมันทำให้ตัวเขามีวินัยในการใช้ชีวิต และชมแฟชั่นเซตของเขาร่วมกับนาฬิกา Hamilton แบรนด์ดังจากสวิตเซอร์แลนด์ไปพร้อมๆ กัน

Image Credit: Lifestyle Asia

อัพเดตเรื่องราวชีวิตให้ฟังหน่อย

“ตอนนี้งานหลักจะทำอยู่ที่ TikTok ครับเป็น Business Development เกือบปีแล้ว นอกเหนือจากนี้ก็เป็นหุ้นส่วนร้านอาหาร Verde เป็นร้านสไตล์ All-day Lunch เป็นอาหารเมดิเตอเรเนียนสไตล์เฮลท์ตี้ เสิร์ฟพวกแซนด์วิช สลัด เน้นพวกเมนูปลา อาหารออร์แกนิค ร้านจะอยู่ตรงสุขุมวิท 26 เปิดมาประมาณปีกว่าๆ แล้ว แล้วก็มีรับถ่ายแบบบ้างแต่ก็จะทำงาน BD เป็นหลัก ซึ่งก่อนหน้านี้ก็คือทำกับแบรนด์ Grab แล้วก็มา Shopee ก็ทำเป็นส่วน BD มาโดยตลอด คือการคุยกับลูกค้าเพื่อทำพาร์ทเนอร์ชิพกับแบรนด์ต่างๆ ให้เข้ามาใช้แพลตฟอร์มของเรา ผมจบเศรษฐศาสตร์จุฬาฯ ก็จริง แต่ช่วงนั้นเทคมันกําลังบูม ส่วนใหญ่คนก็จะไปทํางานธนาคาร หรือเป็นพวกโบรกเกอร์มากกว่า เราเลยเลือกมาจับทางนี้แทนเพราะสนใจด้วย”

แล้วได้ใช้ประสบการณ์ของการเป็น Business Development มาใช้กับตัวร้านอาหารด้วยไหม

“เป็นคําถามที่ดีเลยครับ (ยิ้ม) ตอนที่อยู่ Grab ผมทำ Grab Food คือทําฟู้ดเดลิเวอรี่เลย มันคือการทํายังไงก็ได้ให้ร้านค้าเพิ่มยอดขายบนแกร็บฟู้ดให้มากที่สุด หลักๆ ของร้านก็จะมีทําโปรโมชั่นแล้วก็ทําพวกโฆษณา เพื่อเพิ่มยอดขายบนฟู้ดเดลิเวอรี่ ก็จะเน้นดูออนไลน์มากกว่า ผมจะดูตรงนี้ส่วนเพื่อนผมที่เป็นเชฟเราก็จะแบ่งหน้าที่กัน เขาจะทำออฟไลน์ดูหน้าร้านเป็นหลัก”

“ที่ผ่านมาผมทำ BD กับทั้ง 3 แบรนด์นี้ (Grab, Shopee, TikTok) เป็นเพราะมันมีความเป็นแพลตฟอร์มรุ่นใหม่ออนไลน์ด้วย อย่างติ๊กต๊อกเองผมเคยอยากทำโซเชียลมิเดียมานานแล้ว เลยคิดว่ามันน่าจะเป็นโอกาสที่ดี จริงๆ เนื้องานในแต่ละแบรนด์ที่ผมเคยทำมันก็คล้ายๆ กัน แต่ว่าเนื้อหาหรือว่าพวกรายละเอียดมันคนละอย่างกันเลย ติ๊กต๊อกคือเป็นมาร์เก็ตติ้งล้วนๆ เกี่ยวกับการเพิ่มการรับรู้ให้กับแบรนด์ ส่วนที่เหลือมันเหมือนเราต้องไปเจอพาร์ทเนอร์ เจอลูกค้าเพื่อแปลงพวกเขาให้กลับมาเป็นลูกค้าเราให้ได้”

Image Credit: Lifestyle Asia

แล้วแพชชั่นที่สนใจจริงๆ ล่ะ

“ผมว่าแพชชั่นมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เลยครับ แล้วแต่ช่วงเวลาเลย แต่ก็รู้สึกว่าเป็นคนที่ชอบทําพวกปิดดีล ทําพาร์ทเนอร์ชิพกับแบรนด์ต่างๆ ชอบทำงานที่มันเป็นเชิงแบบ Front Facing มากกว่าทำอยู่หลังบ้าน เพราะที่ทำอยู่มันก็แบ่งเป็น 80:20 เลยระหว่างทำงานหน้าบ้านปิดดีลลูกค้า กับหลังบ้านที่คุยกับทีมงาน”

“จริงๆ ผมถือว่าเปลี่ยนงานบ่อยนะ เฉลี่ยประมาณปีครึ่ง (ยิ้ม) ถ้าถามว่าเพราะอะไรถึงอิ่มตัวในการทำงานระหว่างแบรนด์ ผมว่าถ้าเทียบกับงานทั่วไปที่เป็น Corporate มันเป็นอะไรที่จังหวะเร็วกว่าเยอะ ในหนึ่งปีของการทําเทคเองมันอาจจะเท่ากับ 3 ปีของการทํางานคอร์ปอเรทก็ได้ เนื่องจากว่าบริษัทมันเล็กมันมีทิศทางที่เปลี่ยนไปตลอด แต่การทำคอร์ปอเรทกว่าจะทําโปรเจกต์นี้จบ มันก็เกือบหนึ่งปีแล้ว ผมว่าการทําธุรกิจเราต้องได้ทั้งสองอย่าง ไม่ใช่แค่ตัวเลขอย่างเดียวหรือว่าไม่ใช่แค่แบรนด์อย่างเดียว มันต้องไปด้วยกัน อย่างตอนนี้ทำร้านอาหารผมคิดว่ามันเป็นสเต็ปแรกที่ดีที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบต่างๆ การดูแลจัดการหลังบ้าน หน้าบ้าน เพราะปกติผมทํางานบริษัทมันเป็น B2B มาตลอด แต่พอทําร้านอาหารมันเป็น B2C ก็ต้องปรับตัวเหมือนกัน”

Image Credit: Lifestyle Asia

คิดอย่างไรที่ปัจจุบันคนไม่ได้ทำแค่งานเดียว เหมือนจีโน่เองที่มีหลายหน้าที่ แล้วจัดการตัวเองอย่างไร

“เห็นด้วยมาก เพราะอย่างผมเองก็เป็นคนที่ทํางานตั้งแต่ช่วงสมัยเรียนมหาลัย ก็มีเริ่มถ่ายแบบแล้ว รู้สึกว่างานพวกนี้มันทําให้เรียนรู้อะไรได้เยอะมากๆ เทียบกับการแค่เรียนหนังสือ มันช่วยให้เราเรียนรู้ในเชิงของการเจอคน การคุยงานกับคน ได้มุมมองใหม่ๆ ผมคิดว่าการที่ได้ทํางานหลายๆแบบมันก็ได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างที่เราอาจจะไม่รู้มาก่อนด้วย”

“ส่วนเรื่องจัดการเวลาก็ได้บ้างไม่ได้บ้างครับ (หัวเราะ) หลักๆ ผมก็แบ่งเวลาแหละ เลือกรับงานบ้างเพราะเราก็ทำหลายอย่าง อย่างเป็นโมเดลถามว่าเอนจอยไหม อืม…ก็เต็ม 10 ให้ประมาณ 7 ละกัน ไม่ได้แบบเป็นแพชชั่นอยากจะถ่ายแบบไปตลอดชีวิต แต่ก็รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่สนุกดี ซึ่งผมก็เอนจอยกับการทำธุรกิจมากกว่า มันมีความรู้สึกอิมแพคมากกว่าในแง่ที่เวลาเราปิดดีลสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอัน นอกจากนี้งานอดิเรกก็ชอบออกกําลังกาย ตีเทนนิส ส่วนในอนาคตอาจจะมีแผนเรียนต่อ เพราะที่บ้านรับทำเหมาก่อสร้างด้วย ก็อาจจะข้ามไปโลกนั้นด้วยก็ได้”

ผู้ชายที่ชื่อจีโน่ในอีก 10 ปีข้างหน้า

“ก็คิดว่าน่าจะทําธุรกิจของตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์ จริงๆ การเป็นพนักงานบริษัทผมก็เอนจอยวัฒนธรรมแบบนั้นนะ มันเป็นรูทีนแบบ 9-5 ข้อดีคือมันทำให้เรามีวินัยในการทำงาน ผมว่าแบบนั้นอาจจะดีกว่า เพราะว่าอย่างพาร์ทเนอร์ของผมที่ทําร้านอาหารด้วยกัน เขาอยากมีร้านเป็นของตัวเองจะได้มีเวลามากขึ้น กลายเป็นว่าเขาทํางาน 24 ชั่วโมงเลย ผมคิดว่าการที่มีรูทีนมันทําให้เราไม่ต้องคิดมากว่าวันนี้เราจะทําอะไรดี แบบใน 8 ชั่วโมงก็คือทําให้มันดีที่สุด แล้วหลังจากนั้นก็ไปทําอย่างอื่นต่อ ผมมองว่าชีวิตมันไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่ว่างานก็คือส่วนหนึ่งของชีวิตเหมือนกัน”

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟสไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia

The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...