โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ย้อนรอยนโยบายหาเสียง “ปฏิรูปกองทัพ”

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2567 เวลา 09.36 น.

ย้อนรอยนโยบายหาเสียง “ปฏิรูปกองทัพ” หลังทหารเกณฑ์ถูกหักเงินเดือนจ่ายค่าจิปาถะเกือบครึ่ง

กระแสข้อเรียกร้องเรื่องการปฏิรูปกองทัพได้เป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจของประชาชนและบรรดาสื่อมวลชนในช่วงที่มีการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนมีนาคม พ.ศ.2562 ที่ผ่านมา ซึ่งในการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นนี้ บรรดาพรรคการเมืองต่างๆ ได้แข่งขันกันนำเสนอนโยบายแก่ประชาชน หนึ่งในนโยบายที่ถูกจับตามองมากที่สุด คือ “เรื่องของการปฏิรูปกองทัพ” โดยได้มีข้อเสนอจากพรรคการเมืองต่างๆ ทั้งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปรับแก้ตัวบทกฎหมายที่เกี่ยวกับอำนาจและบทบาทหน้าที่ของกองทัพ ข้อเสนอเรื่องการปรับลดจำนวนกำลังพล รวมถึงจำนวนนายพลของกองทัพ การตัดหรือลดงบประมาณ การปรับปรุงระบบสวัสดิการของทหาร การจัดหายุทโธปกรณ์ นโยบายเกี่ยวกับการเกณฑ์ทหาร หรือแม้กระทั่งเรื่องการถือครองที่ดินและผลประโยชน์ต่างๆ ที่กองทัพมีส่วนเกี่ยวข้อง

จากข้อเสนอและกระแสเรื่องการปฏิรูปกองทัพที่ปรากฎขึ้นในช่วงการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ.2562 นั้น ก่อให้เกิดข้อถกเถียงและความความคิดเห็นของประชาชนที่แตกออกเป็นสองฝ่ายหลักๆ ฝ่ายหนึ่งคือผู้ที่เห็นด้วยและสนับสนุนให้กองทัพมีการปฏิรูป โดยมองว่าหากกองทัพยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงก็จะส่งผลเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประชาธิปไตย กองทัพจะยังคงมีบทบาทและอิทธิพลในการเข้ามาก้าวก่ายแทรกแซงการเมือง ขณะที่ประชาชนอีกส่วนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของพรรคการเมืองต่างๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวในประเด็นดังกล่าว ก็มองว่าการปฏิรูปกองทัพเป็นวาระทางการเมืองที่ถูกเสนอขึ้นโดยบรรดาพรรคการเมืองจะทำให้กองทัพซึ่งเป็นสถาบันหลักที่ดูแลด้านความมั่นคงของชาติเกิดความอ่อนแอ ส่งผลเสียทั้งต่อรัฐบาลและประเทศชาติ

“พรรคก้าวไกล” ซึ่งถือเป็นพรรคที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆ ได้มีข้อเสนอเกี่ยวกับเรื่องนี้ ว่า ให้ยกเลิกการบังคับการเกณฑ์ทหาร ปฏิรูปกองทัพ เปลี่ยนเป็นระบบสมัครใจร้อยเปอร์เซ็นต์ ปฏิรูปให้เกิดประสิทธิภาพอย่างมากในปัจจุบัน เพื่อให้งบประมาณที่สิ้นเปลือง ถูกเปลี่ยนถ่ายสู่สวัสดิการและประโยชน์ของประชาชนโดยแท้จริง ให้การเกณฑ์ทหารในเดือน เม.ย. 66 เป็นการเกณฑ์ทหารครั้งสุดท้าย

ขณะที่ “พรรคเพื่อไทย” บอกว่า ให้ยกเลิกการเกณฑ์ทหารจากการบังคับ ให้เป็นโดยสมัครใจ เปิดกว้างในการสมัครออนไลน์ให้ทำง่ายและครอบคลุม โดยไม่กำหนดเป้าหมายการรับ เพื่อทำให้เป็นทหารมืออาชีพ รับลดงบกลาโหมลง 10 % เพื่อนำไปสนับสนุนคนรุ่นใหม่ เพื่อให้งบประมาณที่ใช้เหมาะสมสอดคล้องกับความเป็นจริง

ด้าน “พรรคไทยสร้างไทย” ระบุ ให้ยกเลิกการจับใบดำใบแดง เพื่อเปลี่ยนให้เป็นระบบสมัครใจ ปรับลดจำนวนพลทหารให้เพียงพอต่อความจำเป็น ซึ่งหากนำงบประมาณการเกณฑ์ทหาร และลดทอนงบประมาณที่ไม่จำเป็นออกไป เปลี่ยนเป็นสวัสดิการเพิ่มงบประมาณให้กับผู้ที่สมัครใจเป็นพลทหาร เป็นการสร้างแรงจูงใจให้คนมาสมัครเพิ่มขึ้น

“พรรคเสรีรวมไทย” ให้ลดขนาดกองทัพให้เล็ก ลดจำนวนนายพล รวมถึงการยกเลิกเกณฑ์ทหาร ใช้ความสมัครใจ ให้มีระยะเวลาประจำการแค่ 1 ปีจากเดิม 2 ปี เน้นใช้เทคโนโลยีแทนกำลังคน

ในส่วนของ “พรรคชาติพัฒนากล้า” ทำให้กระบวนการในเกณฑ์ทหารเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ที่ดี เป็นอาชีพหนึ่ง ตำแหน่งหน้าที่ดี ก้าวหน้า เพื่อให้ผู้ที่อยากเป็นทหารมีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยไม่ต้องมีการเกณฑ์ทหาร

สำหรับ“พรรครวมไทยสร้างชาติ” ให้ทหารอาสา แบ่งสัดส่วน เกณฑ์ 30% อาสา 70% เพิ่มสิทธิ สวัสดิการ มีรายได้และได้เรียนจนจบปริญญาตรี

หลังสิ้นสุดการเลือกตั้ง ผลปรากฎว่า พรรคเพื่อไทยที่ได้ สส. เป็นอันดับสอง ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ต่อจากพรรคก้าวไกล ที่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ โดยมี พรรครวมไทยสร้างชาติ , พรรคเสรีรวมไทย , พรรคชาติพัฒนากล้า ที่มีนโยบายเกี่ยวกับการปฏิรูปกองทัพเข้าร่วม มี นายสุทิน คลังแสง จากพรรคเพื่อไทย นั่งเป็นเจ้ากระทรวงกลาโหม

โดย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ย้ำหลังเข้ารับตำแหน่งว่า จะไม่ใช้คำว่าปฏิรูปกองทัพ แต่จะใช้คำว่า พัฒนากองทัพร่วมกัน ซึ่งสอดคล้องกับเนื้อหาที่ปรากฏในเอกสารคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีว่า รัฐบาลจะร่วมกันพัฒนากองทัพ ให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของประเทศพร้อมกับประชาชน ทั้งการเปลี่ยนรูปแบบเกณฑ์ทหารเป็นสมัครใจ, ปรับปรุงการฝึกนักศึกษาวิชาทหารฯ เป็นแบบสร้างสรรค์ รวมถึงการปรับลดกำลังพลนายทหารระดับสูง ฯลฯ

แต่จากกระแสข่าวที่กำลังถูกพูดถึงในปัจจุบัน แม้ทหารเกณฑ์ส่วนใหญ่จะมาจากการสมัครใจ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยหายไปจากค่ายทหารบางค่าย คือการหักเงินเดือนทหารเกณฑ์ เพื่อนำไปจ่ายค่าจิปาถะต่างๆ ทั้งที่สมควร และไม่สมควร อาทิ ค่าดูดส้วม ค่าบริจาค PX ค่า wifi รวมถึงค่าต่างๆ ที่กำลังถูกวิพากวิจารณ์กันอยู่ในโซเชียล ทำให้ต้องกระทุ้งถึงกระทรวงกลาโหมให้ออกมาชี้แจงถึงกระแสดังกล่าวนี้

โดยทาง นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงกลาโหมฝ่ายการเมือง ออกมายืนยันว่า ที่ผ่านมากองทัพบกมีหน่วยฝึกทหารใหม่มากกว่า 200 หน่วย แต่ไม่เคยมีการเรียกเก็บค่าสูบส้วม ซึ่งประเด็นนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบหากพบการกระทำผิดของหน่วยงานใด ทางกระทรวงกลาโหมและกองทัพบกจะดำเนินการลงโทษตามระเบียบต่อไป และทางกองทัพภาคที่ 2 ได้สั่งย้ายผู้บังคับกองพันของกองพันส่งกำลังและบริการที่ 22 ถูกย้ายไปช่วยราชการที่ กองทัพภาคที่ 2 และมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องดังกล่าว

ส่วนที่มีการเรียกเก็บค่า Wi-Fi นั้น พบว่าเป็นเอกสารเก่าหลายปีมาแล้ว ซึ่งดูได้จากระเบียบเก่า ในอดีตมีการหักเงินฝากตามตารางที่ปรากฏ แต่ปัจจุบันไม่มีแล้ว ส่วนการเรียกเก็บค่า Wi-Fi ต่อเดือนนั้นไม่เคยมีปรากฏในระเบียบของกองทัพใดๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...