โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

SABINA อีกหนึ่งหุ้นปันผลดี จับตาปี 67 ให้ผลตอบแทนกว่า 5%

Wealthy Thai

อัพเดต 10 ส.ค. 2567 เวลา 12.32 น. • เผยแพร่ 03 พ.ค. 2567 เวลา 07.44 น.

หุ้นปันผลสัปดาห์นี้ Wealthy Thai ขอนำเสนอ SABINA หรือ บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) ผู้ออกแบบ ผลิต และจำหน่ายสินค้าชุดชั้นในสตรี ภายใต้เครื่องหมายการค้า Sabina ที่ผู้บริโภคหลายคนคุ้นเคย โดย SABINA เป็นหนึ่งในหุ้นที่จ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอและให้อัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ในระดับสูง
ดังนั้นจึงอยากชวนนักลงทุนมาสำรวจว่าในปี 2567-2568 บริษัทยังให้ตอบแทนดีต่อเนื่องหรือไม่ และผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตอย่างไร
โดยในปี 2566 ที่ผ่านมา SABINA อนุมัติจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 1.33 บาท คิดเป็น 100% ของกำไรสุทธิ โดยมีการจ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตรา 0.66 บาท คงเหลือการจ่ายปันผลอีก 0.67 บาท ซึ่งบริษัทได้ขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 3 พ.ค. ไปแล้ว และผู้ถือหุ้นจะเงินปันผลในวันที่ 17 พ.ค. 2567
ส่วนปี 2567-2568 บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดการณ์ว่า SABINA จะจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1.40 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 5.5% และจ่ายเงินปันผลที่ 1.58 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 6.3% ตามลำดับ
สำหรับทิศทางการเติบโตฝ่ายวิเคราะห์คาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 1/67 ทำ New high ที่ 121 ล้านบาท โต 3.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 7% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้แรงหนุนจากมาตรการ Easy e-receipt บางส่วน และยังมีการทำการตลาดต่อเนื่องเน้นสินค้าราคาเข้าถึงได้มากขึ้น แต่ยังถือว่าอยู่ในกรอบประมาณการกำไรทั้งปีของฝ่ายวิเคราะห์
ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 2/67 คาดกำไรทรงตัวจากไตรมาส 1/67 จากการทำการตลาดต่อเนื่องในช่วงเทศกาลต่างๆ และการกระตุ้นตลาด NSR ในต่างประเทศ ทำให้คาดว่าจะยังรักษาระดับรายได้และกำไรสุทธิในไตรมาส 2/67 ได้ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า
นอกจากนี้ยังคาดว่ากำไรจะเด่นที่สุดในไตรมาส 4/67 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 1/67 จากการออกสินค้าใหม่ และกำลังซื้อฟื้นตัวจากมาตรการ Digital wallet ปัจจุบัน SABINA กลับมาเน้นยอดขายในกลุ่มสินค้าระดับกลางถึงล่างมากขึ้น แม้ว่าจะมี GPM ไม่สูงเท่ากับสินค้าราคาสูง แต่เข้ากับภาวะเศรษฐกิจและราคามีส่วนให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกง่ายขึ้น เพราะเชื่อในคุณภาพของแบรนด์อยู่แล้ว
ด้านการเติบโตแบบ Inorganic ยังไม่มีโครงการใหม่ในช่วงนี้ ยังอาศัยการเติบโตแบบ Organic เป็นหลัก ส่วนยอดขายในฟิลิปปินส์อยู่ระหว่างทำตลาดออนไลน์ยังไม่มีนัยสำคัญต่อผลผลประกอบการ
แม้การเติบโตของกำไรในช่วงครึ่งแรกปี 2567 จะยังไม่เด่น แต่ราคาหุ้นได้ตอบรับไปมากแล้ว ทำให้ปัจจุบันซื้อขายที่ PER 2567 ต่ำเพียง 16.2 เท่า และคาดเงินปันผลงวดครึ่งปีแรก ที่ 0.65 บาท ให้ผลตอบแทน 2.6% โดยฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าผลประกอบการจะกลับมาเด่นอีกครั้งในช่วงไตรมาส 4/67 จากมาตรการ Digital wallet ทำให้กำไรทั้งปีคาดว่าจะอยู่ที่ 472 ล้านบาท โต 13.1% จากปีก่อน เป็นหุ้นที่เหมาะต่อการซื้อเพื่อถือลงทุนมากกว่าการซื้อเก็งกำไร ให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2567 ที่ 29.10 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...