โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธุรกิจอาบอบนวด จากรุ่งโรจน์ สู่ร่วงโรย ทยอยปิดตัว

MATICHON ONLINE

อัพเดต 02 พ.ค. 2567 เวลา 17.10 น. • เผยแพร่ 02 พ.ค. 2567 เวลา 16.38 น.

ธุรกิจอาบอบนวด จากรุ่งโรจน์ สู่ร่วงโรย ทยอยปิดตัว

การปิดฉาก ประกาศขายที่ดิน 645 ล้านบาท ของอาบอบนวดชื่อดัง “เอมมานูเอล” ย่านรัชดาฯ รายล่าสุด น่าจะเป็นการบ่งบอกถึงสภาพธุรกิจนี้ได้เป็นอย่างดี ในวันนี้ยัง “เจิดจรัส” หรือ “อัสดง

ถามว่า”ธุรกิจอาบอบนวด” เป็นธุรกิจที่หมดอนาคตแล้วจริงหรือไม่ “โสภณ พรโชคชัย” ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด (AREA) กล่าวว่าธุรกิจอาบอบนวดมีมากที่สุดในปี 2556 ถึง 527 แห่งในเขตกรุงเทพฯเพียงอย่างเดียว และในปี 2547 มีอยู่ 390 แห่ง แสดงว่ามีการเจริญเติบโตสูงมาก แต่ทั้งนี้สถานอาบอบนวดเหล่านี้ ส่วนหนึ่งรวมไปถึงสปาและอื่นๆ ที่มีขนาดใหญ่และที่เกี่ยวข้องด้วย จึงทำให้ตัวเลขดูสูงมาก

โสภณ“กล่าวว่า อย่างไรก็ตามล่าสุดปี 2567 พบว่าในกรุงเทพมหานครมี “อาบอบนวด” แท้ ๆ อยู่เพียง 71 แห่งโดยเขตที่มีมากที่สุด คือ เขตดินแดง 19 แห่ง รองลงมาเขตห้วยขวาง 18 แห่ง เขตราชเทวีมี 9 แห่ง และเขตบางพลัดมี 4 แห่ง นอกนั้นกระจัดกระจายทั่วไป เช่น คลองหกวา บางกะปิ บางเขน บางคอแหลม ปทุมวัน พญาไท ภาษีเจริญ ยานนาวา วังทองหลาง วัฒนา สนวนหลวง วัฒนา สะพานสูงและสัมพันธวงศ์ โดยแบ่งเป็นเขตละ 1-2 แห่งเท่านั้น

ส่วนในจังหวัดภูมิภาค “โสภณ” กล่าวว่า มีอยู่ 29 แห่ง ประกอบด้วย ชลบุรีมีมากที่สุด 6 แห่ง นครราชสีมา 4 แห่ง นอกนั้นมีเพียง 1-2 แห่งต่อจังหวัด ได้แก่ กระบี่ ขอนแก่น จันทบุรี เชียงใหม่ นครปฐม นนทบุรี ภูเก็ต ระยอง สมุทรปราการ สระบุรี สุโขทัย สุราษฎร์ธานี สุรินทร์ อุดรธานี และอุบลราชธานี

โดยอาบอบนวดที่มีทุนจดทะเบียนสูง ๆ มี 14 อันดับแรก ได้แก่

  • กรุงเทพมหานคร เขตห้วยขวาง ยูโทเปีย เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ คอมเพล็กซ์ 300,000,000 บาท
  • กรุงเทพมหานคร เขตราชเทวี พลาซ่า 88 270,000,000 บาท
  • กรุงเทพมหานคร เขตห้วยขวาง ลา เบลล์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ คอมเพล็กซ์ 150,000,000 บาท
  • นนทบุรี เมืองนนทบุรี เวลธี พิลล่าร์ 100,000,000 บาท
  • กรุงเทพมหานคร เขตห้วยขวาง ทวีชัยสมบุญ 80,000,000 บาท
  • กรุงเทพมหานคร เขตบางพลัด เจ้าพระยาพาเลซ 64,000,000 บาท
  • กรุงเทพมหานคร เขตภาษีเจริญ เมลโรส พลาซ่า 36,000,000 บาท
  • กรุงเทพมหานคร เขตดินแดง เดอะ ลอร์ด สปา 35,000,000 บาท
  • จันทบุรี เมืองจันทบุรี บูรพา บารมี 30,000,000 บาท
  • กรุงเทพมหานคร เขตบางพลัด พี.79 15,000,000 บาท
  • กรุงเทพมหานคร เขตบางเขน โพธิ์วัชร 12,500,000 บาท
  • กรุงเทพมหานคร เขตพญาไท นทีทิพย์ 12,000,000 บาท
  • กรุงเทพมหานคร เขตดินแดง พี.พี.ที.เอส.คอนสตรัคชั่น 11,000,000 บาท
  • ชลบุรี บางละมุง เย็นสบาย 10,000,000 บาท

โสภณ” คำนวณว่า ในสถานประกอบการอาบอบนวด 527 แห่งในปี 2556 แต่ละแห่งอาจมีผู้ให้บริการประมาณ 50 คน หรือเป็นผู้ให้บริการรวมประมาณ 50,000 คน หากสมมุติให้รายได้จากการนวดเป็นเงินคนละ 1,500 บาท โดยคนหนึ่งทำงานประมาณ 3 ครั้งต่อวัน จะเป็นเงินประมาณ 82,125 ล้านบาทต่อปี

“แต่สำหรับผลการศึกษาเมื่อปี 2550 อาบอบนวดมีมูลค่าอยู่ที่ 23,803 ล้านบาท อย่างไรก็ตามหากถือตามตัวเลขประมาณการล่าสุดหรือใน 10 ปีต่อมา (ปี 2560) โดยทั่วไปเจ้าของสถานที่น่าจะได้ประมาณ 50% ของสถานที่หรือราว 41,062.5 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในเดือนธันวาคม 2559 จัดเก็บภาษีสถานอาบอบนวดได้ทั่วประเทศประมาณ 10.22 ล้านบาท หากประมาณการทั้งปีคงเป็นเงินเพียง 122.64 ล้านบาทเท่านั้นเอง” โสภณกล่าว

โสภณ” ยังกล่าวว่า เมื่อพิจารณาในแง่การเงิน ในปัจจุบันโรงแรมระดับ 3 ดาวทั่วไปอาจมีอัตราการเข้าพัก 60% หากมีห้องพัก 100 ห้อง และมีรายได้สุทธิอยู่ที่ 1,000 บาท จะเป็นเงินเดือนละ 1,800,000 บาทต่อเดือน ขณะที่หากเป็นในกรณีอาบอบนวด 100 ห้อง หากได้ค่าห้องสุทธิเพียง 600 บาทต่อห้อง (ตามภาวะตลาดในปัจจุบัน) แต่มีคนมาใช้บริการวันละ 1 รอบ จะได้เงิน 1,800,000 บาทต่อเดือนเช่นกัน แต่รายได้ทางอื่น เช่น อาหารเครื่องดื่ม น่าจะได้มากกว่าโรงแรมทั่วไป

“ดังนั้นในชั้นนี้โอกาสที่อาบอบนวดจะล้มหายตายจากไป จึงยังมาไม่ถึง หากยิ่งมีการผสานระหว่างการเป็นโรงแรมกับการเป็นโรงนวด การเป็นร้าน Spa (ชั้นค่อนข้างดี) ก็ยิ่งจะมีโอกาสมากขึ้นในการดำรงอยู่”โสภณกล่าว

อย่างไรก็ตาม”โสภณ“มองว่าหากราคาที่ดินเพิ่มสูงขึ้นเพราะตั้งอยู่ในทำเลดี ก็น่าจะขายกิจการทิ้งได้ เช่น ในกรณีโรงนวดหรือโรงแรมที่สร้างรายได้สุทธิได้เดือนละ 1,800,000 บาท หรือปีละ 21,600,000 บาท จะมีมูลค่ารวม 270 ล้านบาท (ณ อัตราผลตอบแทนที่ 8%) หากที่ดินที่ตั้งโรงการมีขนาด 1.5 ไร่โดยประมาณ เท่ากับเป็นที่ดินในราคา 450,000 บาทต่อตารางวา (ตัดทิ้งค่าสิ่งก่อสร้างและอื่นๆ) ดังนั้นหากราคาที่ดินเพิ่มขึ้นเป็น 1 ล้านบาทต่อตารางวา การขายกิจการทิ้งจึงจะดีกว่า ไม่ต้องยุ่งยากในการทำธุรกิจนี้ หรืออาจนำเงินไปทำธุรกิจอื่นก็ได้

ดังนั้น ธุรกิจอาบอบนวด จึงยังไม่ตายไปเสียหมด ยังมีอุปสงค์และอุปทานในสัดส่วนที่พอ ๆ กันอยู่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธุรกิจอาบอบนวด จากรุ่งโรจน์ สู่ร่วงโรย ทยอยปิดตัว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...