โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สตง.ถล่ม แยกขัง “เปรมชัย-พิมล” ผู้ต้องขังสูงอายุ มีโรคประจำตัว-เร่งตามตัว อีก 2 ราย

JS100

อัพเดต 18 พ.ค. 2568 เวลา 04.00 น. • เผยแพร่ 18 พ.ค. 2568 เวลา 03.44 น. • JS100:จส.100
สตง.ถล่ม แยกขัง “เปรมชัย-พิมล” ผู้ต้องขังสูงอายุ มีโรคประจำตัว-เร่งตามตัว อีก 2 ราย

ความคืบหน้าหลังศาลอาญาไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ผู้ต้องหา 15 ราย ในคดีโครงการก่อสร้างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม ประกอบด้วย 1.นายสุชาติ ชุติปภากร อายุ 64 ปี , 2.นายพิมล เจริญยิ่ง อายุ 85 ปี , 3.นายธีระ วรรธนะทรัพย์ อายุ 59 ปี , 4.นายสุพล อัครอารีสุข อายุ 51 ปี , 5.นายชัยณรงค์ เสียงไพรพันธ์ อายุ 43 ปี , 6.นายอภิชาต รักษา อายุ 38 ปี , 7.นายเปรมชัย กรรณสูต หรือ “เสี่ยเปรมชัย” ผู้บริหารบริษัทอิตาเลี่ยนไทย จำกัด อายุ 71 ปี , 8.นายเกรียงศักดิ์ กอวัฒนา อายุ 65 ปี , 9.นายชวน หลิงจาง อายุ 42 ปี , 10.นายอนุวัต คันสร อายุ 53 ปี , 11.นายธิปัตย์ รัตนวงศา อายุ 42 ปี , 12.นายปฏิวัติ ศิริไทย อายุ 53 ปี , 13.นายกฤตภัฏ ปล่องกระโทก อายุ 51 ปี , 14.นายสมชาย ทรัพย์เย็น อายุ 56 ปี วิศกรผู้ควบคุมงาน และ 15.เป็นนิติบุคคล ซึ่งผู้ต้องหาที่เป็นผู้บริหารบริษัทและวิศวกร

รวมทั้ง ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนค้านประกันตัวเนื่องจากอัตราโทษสูง และเกรงว่าหากได้รับการประกันตัว ผู้ต้องหาจะหลบหนี หรือไปยุ่งกับพยานหลักฐาน ซึ่งคดีต้องสอบสวนพยานอีก 15 ปาก กรณีมีเหตุผลอันสมควรจะรอผลการสอบสวนให้เสร็จสิ้นก่อน ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว แม้ภายหลังทนายความได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์วงเงินคนละ 600,000-800,000 บาท เพื่อขอประกันตัวระหว่างสู้คดี ก่อนเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงได้นำตัวผู้ต้องหาไปคุมขังระหว่างฝากขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

นางกนกวรรณ จิ๋วเชื้อพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดนนทบุรี ในฐานะรองโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า เมื่อ16 พ.ค. เวลาประมาณ 20.00 น. เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร รับตัว นายเปรมชัย และพวกรวม 14 ราย จากศาลอาญารัชดาภิเษก โดยเรือนจำดำเนินการรับตัวตามระเบียบ และพยาบาลเรือนจำเข้าตรวจประเมินสุขภาพทันทีภายหลังรับตัวเข้าเรือนจำ ก่อนนำตัวเข้าสู่กระบวนการแยกกักโรคในแดนแรกรับ เนื่องจากผู้ต้องขังมีจำนวนมาก จึงแบ่งออกเป็น 2 ห้อง แยกกักห้องละ 6 คน

ส่วนของผู้ต้องขังสูงอายุ 2 ราย คือ นายพิมล เจริญยิ่ง และ นายเปรมชัย กรรณสูต พยาบาลเรือนจำประเมินแล้วเป็นผู้ต้องขังสูงอายุ มีโรคประจำตัว ช่วยเหลือตัวเองลำบาก จึงให้แยกกักโรคเพื่อเฝ้าดูอาการที่สถานพยาบาล และจัดให้มีอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ (อสรจ.) ซึ่งเป็นอดีตแพทย์เป็นผู้ดูแล โดยเรือนจำอนุญาตให้นำยารักษาโรคประจำตัวติดตัวมาด้วย และรอพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอาการต่อไป สำหรับการส่งตัวออกไปรักษาตัวต่อที่ รพ.ราชทัณฑ์นั้น ให้เป็นไปตามความเห็นแพทย์ ขณะนี้ไม่ได้มีการส่งรักษาภายนอกเรือนจำ ทุกรายให้ความร่วมมือกับเรือนจำดี ไม่ได้แสดงอาการเครียดชัดเจน อยู่ระหว่างการปรับตัว

“นายเปรมชัย สามารถรับประทานอาหารได้ เมื่อเช้าทานโจ๊กและวันนี้ญาตินำยารักษาโรคกับใบรับรองแพทย์มาฝาก ส่วน นายชวน หลิน จาง ไม่มีปัญหาด้านการสื่อสาร เนื่องจากพูดภาษาอังกฤษได้ ทุกคนไม่มีใครร้องรออะไรเป็นพิเศษ”

กิจการร่วมค้า ระหว่าง บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จํากัด (มหาชน) และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จํากัด (ต่อไปเรียกว่า “กิจการร่วมค้า”) ออกแถลงการณ์ร่วมกัน แจ้งว่า กิจการร่วมค้าได้เฝ้าติดตามและทราบถึงกระบวนการสอบสวนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจการร่วมค้า ในฐานะผู้รับเหมาก่อสร้าง เกี่ยวกับเหตุการณ์อาคารสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม

กิจการร่วมค้าจะยังคงให้ความร่วมมือในการสอบสวนตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง และขอรับรองว่า กิจการร่วมค้าจะให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนภายใต้กรอบของกฎหมาย เพื่อให้ผลการสอบสวนได้รับข้อเท็จจริงที่ถูกต้องตามหลักวิชาการและเป็นธรรมแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยกิจการร่วมค้าเชื่อมั่นว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถสรุปผลการสอบสวนอย่างรอบคอบ รวดเร็ว เป็นกลางและยุติธรรมบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานต่อไป

พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. กล่าวเกี่ยวกับคดีตึก สตง. ถล่มว่า ในคดีนี้มีการออกหมายจับผู้ต้องหา 17 ราย และเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ 15 ราย และพนักงานสอบสวนได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 14 ราย และนิติบุคคล 1 ราย ผัดฟ้องฝากขังที่ศาลตั้งแต่เมื่อวานนี้ ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว ถูกนำตัวส่งเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เมื่อวาน ส่วนอีก 2 ราย ได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้นว่าจะมีการเข้ามามอบตัวในเร็วๆ นี้

ส่วนรายละเอียดได้สั่งการให้กองบังคับการสืบสวน โดยพล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บชน. ติดตามเพื่อป้องกันการหลบหนี

สำหรับสาเหตุของการทำให้อาคารถล่ม เราดูเป็นส่วน ส่วนแรกแบบถูกต้องตามมาตรฐานหรือไม่ ได้ประชุมกับผู้เชี่ยวชาญการออกแบบ ว่าตัวอาคารสามารถต้านแรงลมได้เท่าไหร่ กรณีมีการเกิดแผ่นดินไหวสามารถรองรับได้เท่าไหร่ มีค่ามาตรฐานอยู่โดยเป็นมาตรฐานทางวิชาการ

ส่วนที่ 2 เป็นการออกหมายในส่วนของผู้ควบคุมงาน ว่ามีการควบคุมงานตามมาตรฐานตามแบบหรือไม่

ส่วนที่ 3 ผู้รับจ้างก่อสร้าง และอีกส่วนเป็นการส่งวัสดุอุปกรณ์ในการใช้ก่อสร้างไม่ว่าจะเป็นปูน มีความมั่นคงแข็งแรงตามสเปคหรือไม่ เหล็กเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ มีครบถ้วนตามแบบหรือไม่ การแจ้งข้อหาเป็นไปตามมาตรฐานที่ผู้เชี่ยวชาญระบุไว้ ศาลจึงออกหมายจับ

ด้านบริษัทเหล็ก จะต้องมีการสืบสวนสอบสวนต่อว่า มีความผิดร่วมด้วยหรือไม่ หากใครมีส่วนเกี่ยวข้องดำเนินการไม่ถูกต้อง ต้องรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ยืนยัน มีพยานหลักฐานมากพอที่จะดำเนินคดี ส่วนใหญ่พยานหลักฐานที่ได้มา เป็นพยานหลักฐานที่ได้มาจากผู้เชี่ยวชาญ จึงเชื่อมั่นว่าจะสามารถดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ สตง. หรือบริษัทเหล็กถ้ามีหลักฐานกระทำความผิด

ด้านสถาบันนิติเวช โรงพยาบาล ตำรวจระบุว่า พบร่างผู้เสียชีวิตแล้ว 92 ศพ จากศพ และชิ้นส่วนศพ ที่เข้าสู่ระบบ ดังนี้

++ศพ 80 ร่าง

++ชิ้นส่วน 318 ชิ้น

ผู้เสียชีวิตยืนยันตัวตนแล้ว

+++ศพ 88 ราย

+++ชิ้นส่วน 12 ราย

สามารถยืนยันเอกลักษณ์บุคคลได้ 88 ราย คืนร่างให้กับญาติแล้ว 75 ราย

#สตงถล่ม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...