โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ขวาปะทะขวา : เสรีประชาธิปไตยคือทางออก

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 25 พ.ค. 2568 เวลา 06.42 น. • เผยแพร่ 25 พ.ค. 2568 เวลา 06.42 น.

บทความพิเศษ | ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์

https://www.facebook.com/sirote.klampaiboon

ขวาปะทะขวา

: เสรีประชาธิปไตยคือทางออก

ไม่ต้องสงสัยว่าการเมืองไทยกำลังจะมีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอีกไม่นาน

แต่เนื่องจากบทความนี้ไม่ได้เขียนโดยหมอดู คำถามว่าไม่นาน คืออีกนานแค่ไหนจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรตอบ

ส่วนคำตอบที่พึงตอบได้คือสัญญาณการเมืองทั้งหมดไม่มีอะไรดีต่อรัฐบาลเลย

นับจากวันที่ 30 เมษายนที่ศาลฎีกามีมติไต่สวนคุณทักษิณ ชินวัตร คดีชั้น 14 ว่าไม่ได้ถูกลงโทษจำคุกจริงๆ คุณทักษิณและพวกก็ถูกทุกสถาบันพิพากษาว่าทำอะไรก็ผิดหมด คำขอออกนอกประเทศถูกศาลปฏิเสธ 2 ศาล, แพทยสภาลงโทษหมอที่รักษาคุณทักษิณ ส่วนรัฐมนตรีทวี สอดส่อง ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ไปเลย

ในวันที่ 22 พฤษภาคม ศาลปกครองสูงสุดก็จะวินิจฉัยคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คดีค่าเสียหายโครงการจำนำข้าวที่ศาลชั้นต้นเคยตัดสินแล้วว่าไม่ผิด และคำตัดสินศาลปกครองสูงสุดจะทำให้คุณยิ่งลักษณ์ต้องรับผิดชอบคดีจำนำข้าวสูงกว่าที่คุณยิ่งลักษณ์คาดคิด และในที่สุดจะมีผลให้คุณยิ่งลักษณ์ตัดสินใจไม่กลับไทย

ทิศทางคดีแบบนี้ทำให้เดาได้ง่ายว่าคำตัดสินคุณทักษิณคดีชั้น 14 ซึ่งศาลนัดไต่สวนวันที่ 13 มิถุนายน จะเป็นอย่างไร

และถ้าคุณทักษิณประสบชะตากรรมในคดีชั้น 14 แบบเลวร้ายที่สุดเหมือนคุณยิ่งลักษณ์ในคดีจำนำข้าว ผลคดีทั้งหมดนี้จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในตัวคุณแพทองธาร ชินวัตร อย่างแน่นอน

แม้จะมีคำอธิบายการเมืองไทยด้วยแนวคิดพิสดารประเภทรัฐพันลึก, รัฐล้มเหลว หรือรัฐราชการ แต่ถึงที่สุดการเมืองไทยก็เหมือนที่อื่นในโลกที่ล้วนมีการเมืองเชิงสถาบันและการเมืองเชิงอุดมการณ์เป็นองค์ประกอบ และทั้งสององค์ประกอบนี้กำลังมีสิ่งบอกเหตุหลายอย่างที่อันตรายต่อประชาธิปไตย

แน่นอนว่ารัฐบาลนี้ไม่ใช่รัฐบาลแรกที่เผชิญภัยคุกคามจาก “ตุลาการภิวัฒน์” ซึ่งลุกลามเป็น “นิติสงคราม” แต่ข้อน่าสังเกตก็คือ “นิติสงคราม” ครั้งนี้ล็อกเป้าไปที่คุณทักษิณและพวก ไม่ใช่รัฐบาลทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้นคือ “นิติสงคราม” มีการขยายอำนาจศาลและใช้อำนาจศาลแบบที่น่ากังวล

ในกรณีคุณทวี ศาลรัฐธรรมนูญขยายอำนาจตัวเองไปสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่เฉพาะภารกิจเกี่ยวกับ DSI และคดีพิเศษ ทั้งที่อำนาจสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นอำนาจต่อตำแหน่ง หยุดต้องหยุดทั้งหมด

ส่วนคดีคุณยิ่งลักษณ์มี Option ค่าเสียหายระดับ 10,027 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าที่ฝ่ายคุณยิ่งลักษณ์ประเมิน

ไม่ว่าจะเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “ตุลาการภิวัฒน์” หรือ “นิติสงคราม” ทั้งกระบวนการและผลตัดสินคดีแบบนี้ล้วนเป็นสิ่งบอกเหตุว่าอำนาจตุลาการกำลังจัดการฝ่ายคุณทักษิณอย่างมีนัยยะสำคัญ และถึงแม้ฝ่ายคุณทักษิณจะมีพฤติกรรมเข้าข่ายถูกดำเนินคดี วิธีใช้อำนาจแบบนี้ก็เข้าข่ายผิดปกติเช่นกัน

ศาลรัฐธรรมนูญ, ศาลปกครอง และแพทยสภามีอำนาจตัดสินเรื่องเกี่ยวกับคุณทักษิณด้วยกฎหมายที่ต่างกัน

แต่ที่เหมือนกันคือทั้งหมดล้วนเป็นสถาบันที่แข็งแกร่ง (Establishment) จนคดีชั้น 14, คดีคุณทวี และคดีจำนำข้าว เป็นคดีที่สถาบันเหล่านี้วินิจฉัยอำนาจฝ่ายบริหารแบบเป็นฝ่ายกำหนดเกม

สถาบันแบบ Establishment ถือว่าเป็นฝ่าย “ขวา” ในทุกสังคม แต่คำว่า “ขวา” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องอุดมการณ์ หากยังหมายถึงองค์กรที่เป็นองค์ประกอบของรัฐ กับสถาบันการปกครองทั้งหมด และสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้คือองค์กรเหล่านี้แสดงสัญญาณที่ปะทะกับคุณทักษิณอย่างเต็มตัว

รัฐบาลแพทองธารไม่เท่ากับประชาธิปไตย และความเละทะของรัฐบาลก็ไม่เท่ากับความเละเทะของประชาธิปไตยด้วย เพราะรัฐบาลในระบอบไหนก็บริหารประเทศเละเทะได้ทั้งนั้น

แต่การที่สถาบันหลักมีบทบาท “นิติสงคราม” เป็นสัญญาณเตือนภัยว่าประชาธิปไตยกำลังมีความเสี่ยงที่อันตราย

“วาทะ” (ไมใช่วาทกรรม) ทางการเมืองที่ฮือฮาช่วงนี้คือที่ปรึกษากรรมาธิการ (กมธ.) ร่างรัฐธรรมนูญ 2560 พูดเรื่องหยุดประชาธิปไตย แม้ผมจะดีเบตทางทีวีกับผู้พูดเรื่องนี้หลายหนจนรู้ว่าคำพูดนี้ไม่มีแก่นสารอะไร

แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าคำพูดนี้สะท้อนความต้องการและความพยายามหยุดการเมืองเชิงสถาบัน

ประชาธิปไตยคือระบอบการปกครองที่ประชาชนสามารถเลือกรัฐบาลและล้มรัฐบาล ความมั่นคงของรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยจึงขึ้นอยู่กับที่มาว่ามาโดยประชาชนหรือไม่ และการใช้อำนาจเป็นไปด้วยความชอบธรรมหรือเปล่า

ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลแพทองธารมีปัญหาจริงๆ

หนึ่งในเรื่องอื้อฉาวที่สุดของรัฐบาลนี้คือคดีฮั้ว ส.ว. และไม่ว่าเนื้อแท้เรื่องนี้จะเป็นแบบไหนระหว่างพรรคสีน้ำเงินผิดแบบที่ DSI กล่าวหา หรือเพื่อไทยอยากคุม ส.ว.แบบพรรคสีน้ำเงินบอก มลทินของคดีก็พัวพันกับไม่พรรคเพื่อไทยก็ภูมิใจไทย และผลลัพธ์ที่ได้คือพรรคใหญ่รัฐบาลล้วนเฮงซวย

ส.ว.เป็นหนึ่งในสถาบันนิติบัญญัติเหมือนสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ ส.ว.มีที่มาซึ่งสังคมเชื่อว่า “ฮั้ว” แทบทั้งสภา จะยกเว้นก็แค่กลุ่ม ส.ว.พันธุ์ใหม่ ซ้ำปฏิบัติการฮั้วยังถูกกล่าวหาว่าเชื่อมโยงถึงพรรคใหญ่ฝ่ายรัฐบาลระดับรองนายกฯ, เลขาฯ พรรค ฯลฯ สถาบันนิติบัญญัติทั้งหมดย่อมหมดความน่าเชื่อถือโดยปริยาย

ส.ว.มีอำนาจเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, กกต., ผู้ตรวจการแผ่นดิน และ ป.ป.ช. ทันทีที่ ส.ว.ถูกเชื่อมโยงกับพรรคการเมือง ตุลาการและผู้บริหารองค์กรอิสระอื่นย่อมมีมลทินมัวหมองด้วยทั้งสิ้น

ความสกปรกของ ส.ว.ที่ถูกกล่าวหาจึงทำให้องค์กรอิสระอื่นเสี่ยงล้มละลายด้านความน่าเชื่อถือตามไปในบั้นปลายด้วย

ถ้าเชื่อว่า DSI ทำคดี ส.ว. เพราะพรรคเพื่อไทยอยากคุม ส.ว. เพื่อคุมอำนาจเลือก กกต.และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทยก็ไม่ต่างกับพรรคภูมิใจไทยในแง่ต้องการกินรวบ ส.ว.เพื่อกินรวบองค์กรอิสระหลังจากกินรวบทำเนียบแล้ว และ ส.ว.สีแดงก็ทำให้พรรคเพื่อไทยสกปรกเหมือน ส.ว.สีน้ำเงิน

หากคดีฮั้ว ส.ว.จบด้วยการฮั้วของนายใหญ่เพื่อไทยและครูใหญ่ภูมิใจไทย ความไม่น่าเชื่อถือของ ส.ว.ก็จะลุกลามเป็นความไม่น่าเชื่อถือต่อเพื่อไทย, ภูมิใจไทย, นายใหญ่ และครูใหญ่ภูมิใจไทย

ผลลัพธ์ที่ได้คือความล้มละลายทางอุดมการณ์ของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติแทบทั้งหมดในทันที

น่าสังเกตว่าหนึ่งในหลักฐานของคำร้องยุบพรรคคดีฮั้ว ส.ว. คือ ส.ว.ไม่เลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตามที่ประธานศาลและผู้เกี่ยวข้องเลือก ความน่าเชื่อถือของศาลเป็นหลักฐานในการกล่าวหาว่า ส.ว.เชื่อมโยงกับพรรคการเมือง ศาลที่เป็น Establishment จึงเป็นฐานของการยุบพรรคอย่างที่ไม่ควรเป็น

ไม่ใช่ความลับว่าการเมืองไทยในแง่อุดมการณ์ตั้งแต่หลังรัฐประหาร 2549 มีแกนกลางที่การต่อสู้ทางอุดมการณ์เพื่อครอบครองความคิดจิตใจ (Hegemony) ระหว่างอำนาจที่มาจากการเลือกตั้ง กับอำนาจที่ประชาชนไม่ได้เลือก

และทุกอย่างที่เกิดในเวลานี้คืออำนาจที่มาจากการเลือกตั้งถอยหลังลงคลอง

ถ้าทำให้สถาบันจากการเลือกตั้งเสื่อมขั้นล้มละลายทางอุดมการณ์ได้ การทำลายอำนาจจากการเลือกตั้งก็ง่ายนิดเดียวในประเทศที่มีรัฐประหาร 2 ครั้งในรอบ 9 ปี, มีทหารเป็นนายกฯ 11 ปีในรอบ 19 ปีหลังรัฐประหาร 2549 และมีนายกฯ ที่ไม่ได้มาจากพรรคชนะเลือกตั้งถึง 15 ปีใน 19 ปี ของช่วงเดียวกัน

กล่าวอย่างรวบรัดที่สุด การเมืองไทยวันนี้เกิดการเผชิญหน้าทางสถาบันระหว่าง Establishment ซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้งกับรัฐบาล และเกิดการเผชิญหน้าทางอุดมการณ์ระหว่างอำนาจจากการเลือกตั้งและอำนาจที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งจนมีแนวโน้มที่เสรีประชาธิปไตยจะถอยหลังลงคลอง

ในการดีเบตระหว่างผมกับคนที่พูดเรื่อง “หยุดประชาธิปไตย” คำพูดที่ผมตกใจที่สุดคือการอ้างว่าประเทศเหมือนโต๊ะที่ต้องล้มเพื่อกวาดคนที่มีปัญหา เพราะวิธีคิดนี้ให้บางคนมีอำนาจกวาดล้างทุกคนที่คนกลุ่มนี้คิดว่าเป็นปัญหา อำนาจที่ไม่มีใครเลือกจึงใหญ่ระดับกำจัดใครก็ตามได้ทันที

ความคิดเรื่อง “หยุดประชาธิปไตย” เป็นวิธีเดียวกับ “แช่แข็งประเทศ” หรือรัฐประหาร เพราะเมื่อคิดว่าคนทั้งประเทศห่วยจนบางคนและบางกลุ่มต้องกวาดล้างคนอื่นให้หมด คำถามคือใครควรเป็นคนกวาดล้าง ใครถูกกวาดล้าง กวาดล้างนานแค่ไหน ซึ่งทั้งหมดคือการใช้อำนาจการเมืองแบบเผด็จการ

การอ้างสถาบันหลักเพื่อกวาดล้างทุกฝ่ายเป็นกระบวนการท่าพื้นฐานของขวาไทย ที่ผ่านมาวิธีนี้ทำได้เพราะฝ่ายที่ถูกกวาดล้างล้วนถูกผลักดันให้เป็นฝ่ายตรงข้ามกลุ่ม Establishment ทั้งสิ้น แต่ปัญหาของการเมืองวันนี้ทั้งคือเพื่อไทยและภูมิใจไทยล้วนเล่นเกมแข่งกันเอียงขวาเหมือนกัน

ประชาธิปไตยมีปัญหาได้เหมือนระบอบปฏิปักษ์ประชาธิปไตย แต่ขณะที่ฝ่าย Establishment ไม่เคยบอกว่าฝ่ายปฏิปักษ์ประชาธิปไตยมีปัญหาจนต้องหยุดระบอบ วาทกรรมว่าประชาธิปไตยมีปัญหาจนต้องหยุดระบอบเพื่อกวาดล้างให้หมดกลับเป็นเรื่องที่พูดกันโดยไม่เห็นหัวประชาชนเลย

เมื่อใดที่ตัวละครหลักทางการเมืองแข่งกันตะโกนความขวา เมื่อนั้นประชาชนย่อมไม่อยู่ในสมการผู้มีอำนาจอย่างที่คนไทยรู้สึกในปัจจุบัน

ทางออกไม่ใช่ความหดหู่สิ้นหวัง แต่คือการผลักดันวาระประชาธิปไตยให้สำเร็จเหมือนที่เคยทำในการเลือกตั้งปี 2566 จนประเทศเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ขวาปะทะขวา : เสรีประชาธิปไตยคือทางออก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...