โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

คัด 7 หุ้นน่าสะสม รับงบไตรมาส 2/68 เด่น

Wealthy Thai

อัพเดต 26 ม.ค. เวลา 01.18 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 02.15 น.

เริ่มเข้าสู่ช่วงประกาศงบการเงินไตรมาส 2/68 แล้ว นักลงทุนอาจกำลังเฟ้นหาหุ้นที่คาดว่าจะมีผลประกอบการเติบโตโดดเด่น เพื่อเก็งกำไรก่อนรายงานงบ วันนี้ Wealthy Thai จึงมี 7 หุ้นที่คาดว่ากำไรไตรมาส 2/68 จะเติบโตทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้ามาฝาก
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ในช่วง Preview และ รายงานกำไร หนึ่งในกลยุทธ์มักสร้างผลตอบแทนดี คือ การเก็งหุ้นที่แนวโน้มงบไตรมาส 2/68 เด่น โดยเน้นไปที่กลุ่มที่คาดจะรายงานกำไรเติบโตได้ทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) สอดคล้องกับที่ Bloomberg คาด หรือผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว สะท้อนการฟื้นตัว QoQ / YoY หรือกลุ่มที่กำไรจะเร่งขึ้นในช่วงถัดไป รวมถึงมี Upside จากประมาณการปัจจุบัน หรือ มีปัจจัยบวกหนุน โดยงวดไตรมาส 2/68 แนะนำเน้น ADVANC, BCH, BDMS, KTC, MINT, PTTGC และ SCC
สำหรับ ADVANC แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 350 บาท คาดกำไรหลักไตรมาส 2/68 ที่ 1.1 หมื่นล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ โต 31% YoY และ 5% QoQ ปัจจัยหนุนหลักคือรายได้สูงขึ้นจากทั้งธุรกิจโทรศัพท์ และ FBB ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ผสานกับการควบคุมต้นทุนดี ฯลฯ โดยคาดกำไรปี 2568 เติบโต 16.6% YoY ปัจจัยหนุนราคาหุ้นในปีนี้ยังมีจากภาพเกณฑ์ประมูลคลื่นที่ชัดเจนคาดยังเป็นภาพหนุน Upside ต้นทุนคลื่นระยะถัดไป บวกกับดอกเบี้ยขาลงหนุน
ADVANCในฐานะหุ้น High Yield กำลังจะเข้าสู่ช่วงการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล โดยปกติแล้วประมาณ 1 เดือนก่อนวัน XD หุ้น ADVANC มักจะให้ผลตอบแทนดีกว่า SET เสมอ คาดการณ์เงินปันผลระหว่างกาลจะสูงถึง 6.56 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล 2.4% สำหรับช่วงเวลาการถือครอง 1 เดือน (XD ในเดือนสิงหาคม)
ส่วนBCH แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 19 บาทคาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/68 อยู่ที่ 350 ล้านบาท โต 26% YoY และ 9% QoQ จาก 1. คาดรายได้เติบโตจากกลุ่มเงินสดและรายได้ประกันสังคมเติบโตดีขึ้น, 2. คาด Gross margin ที่ 28.3% (ไตรมาส 2/67 ที่ 26.1% และไตรมาส 1/68 ที่ 28.1%) ดีขึ้นจากมี Economies of scale ของการใช้บริการเพิ่มขึ้น และไม่มีผลกระทบการปรับลดอัตราจ่าย RW>2 เหมือนไตรมาส 2/67
โดยฝ่ายวิเคราะห์มองบวกต่อกำไรปี 2568 ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และคาดกำไรสุทธิครึ่งหลังปีนี้จะเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก โดยคงคาดกำไรสุทธิปี 2568 โต 24% YoY ดีขึ้นและเด่นสุดในกลุ่มโรงพยาบาลที่ศึกษา แนะนำ ซื้อ เป็นหุ้นเด่น
ขณะที่BDMS แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 33 บาทคาดไตรมาส 2/68 จะมีกำไรสุทธิโต 4% YoY แต่ลดลง 20% QoQ โดยการเติบโตจากไตรมาส 2/67 เนื่องจากคาดรายได้โตตามการใช้บริการทั้งชาวต่างชาติ และคาดบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดี ทำให้มี EBITDA margin 18.8% ดีขึ้น
ทั้งนี้ คาดค่าใช้จ่ายภาษีเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน จากได้สิทธิประโยชน์ภาษี BOI น้อยกว่าไตรมาส 2/67 แต่ใกล้เคียงไตรมาส 1/68 ส่วนกำไรสุทธิที่คาดลดลงจากไตรมาส 1/68 เป็นปัจจัยฤดูกาลที่การใช้บริการจะลดลง อย่างไรก็ตาม Valuation ซื้อขายอยูที่ราว 17–18 เท่า ถูกสุดในรอบหลายปี
KTC แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 40 บาทคาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/68 อยู่ที่ 1,875 ล้านบาท โต 3% YoY และ 1% QoQ เพราะการลดลงของค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL) จากช่วงที่ผ่านมามีการตั้งสำรองล่วงหน้าไว้จำนวนมาก รวมถึงคุณภาพสินทรัพย์บริหารได้ดี NPL Ratio ที่ 2% ใกล้กับไตรมาส 1/68 ที่ 1.97% โดยรวมกำไรสุทธิปี 2568 คาดทำจุดสูงสุดใหม่ต่อจากปีก่อน
MINT แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 38 บาท มองว่ากำไรสุทธิหลักจะเติบโต YoY และ QoQ ในไตรมาส 2/68 และปี 2568 เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน อยู่ที่ 9.2 พันล้านบาท โดย MINT ยังคงเป็น Top Pick ในกลุ่มโรงแรม ราคาหุ้น outperform เมื่อเทียบกับคู่เทียบในกลุ่ม (– สะท้อนถึงโมเดลธุรกิจที่มีกระจายความเสี่ยงดี ช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลง)
SCC แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 175 บาทคาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/68 มีแนวโน้มเป็นจุดสูงสุดของปีจากกำไรพิเศษก้อนใหญ่ (ส่วนใหญ่เป็น non-cash) หากตัดออกกำไรปกติโตสูงจากไตรมาส 1/68 ฟื้นทั้งอัตรากำไรของธุรกิจซีเมนต์และปิโตรเคมี รวมถึงมีปันผลโตโยต้าเข้ามาหนุน มองจุดซื้อเป็นช่วงที่ HDPE spread เหนือ 400 ดอลลาร์/ตัน ได้ต่อเนื่อง ส่งให้ LSP เปิดผลิตได้ในระยะยาว ลดภาระค่าใช้จ่ายคงที่ และมีโอกาสเกิด upside ต่อประมาณการ หากผลิตได้มากกว่าคาด
สุดท้ายPTTGC แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 28 บาท คาดผลประกอบการไตรมาส 2/68 ขาดทุนน้อยลงจากไตรมาส 1/68 ผสานแนวโน้มครึ่งหลังปี 2568 มีปัจจัยบวกทยอยเข้ามาหนุน ได้แก่ 1. การลดค่าใช้จ่ายคงที่ของธุรกิจปิโตรเคมี จะทยอยดีขึ้นอีกในช่วงไตรมาส 2/68 ถึงครึ่งปีหลัง 2. แรงหนุนของ feedstock ราคาต่ำอย่าง Ethane เข้ามามากขึ้นในครึ่งปีหลัง และ 3. สถานะทางการเงินมีแนวโน้มดีขึ้น หลังการขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ core asset และกำไรพิเศษ (ไม่มีภาษี)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...