โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้ช่วย รมว.กต. คาด “มาริษ” ถก รมต.ต่างประเทศกัมพูชาที่ญี่ปุ่น

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 29 พ.ค. 2568 เวลา 12.46 น. • เผยแพร่ 29 พ.ค. 2568 เวลา 05.46 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

รัฐสภา 29 พ.ค.-“ผู้ช่วย รมว.กต.” คาด “มาริษ” ถก รมต.ต่างประเทศกัมพูชาที่ญี่ปุ่น ปมเหตุสองฝ่ายปะทะที่ช่องบก เผย ปลาย มิ.ย.ประชุม คกก.ชายแดน ยกปัญหานี้คุย เชื่อมีผลที่ดี ขออย่าเร่ง จนท. เป็นเรื่องละเอียดอ่อน

นายรัศม์ ชาลีจันทร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงเหตุปะทะระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา บริเวณช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ว่า นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.การต่างประเทศ ได้พูดคุยกับ รมว.การต่างประเทศชองกัมพูชาตลอด และขณะนี้ทั้ง 2 คน อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นด้วยกัน น่าจะมีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ เราพยายามที่จะลดระดับความขัดแย้งให้มากที่สุด ทั้งนี้ ในส่วนของปัญหานี้ทางกระทรวงการต่างประเทศมีคณะกรรมการร่วมชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (เจบีซี) ซึ่งจะมีเพิ่มการหารือกับฝ่ายกัมพูชาปลายเดือน มิ.ย.นี้ เพื่อแก้ปัญหานี้

ส่วนจะมีแนวโน้มเรื่องการปักปันเขตแดนที่ชัดเจนมากขึ้นหรือไม่ นายรัศม์ กล่าวว่า มันอยู่ในเรื่องของเจบีซี ปัญหาเรื่องการปักปันเขตแดนก็ต้องมีการพูดถึง แต่กระบวนการยาวนาน ต้องค่อยๆ ทำไป เพราะหลักเขตแดนจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติ หลักเขตแดนสูญหายบ้าง ต้องมีการพิสูจน์กันว่า อยู่ที่ไหน ทั้งนี้ การดำเนินการพูดคุยตามหลักการทูตเพื่อหาข้อยุติร่วมกันก็ยังคงดำเนินการต่อไป และน่าจะมีผลในทางที่ดีขึ้นเมื่อมีการมานั่งคุยกันในช่วงเดือน มิ.ย.

เมื่อถามย้ำว่า จะสำเร็จหรือไม่ เพราะปัญหาชายแดนบริเวณช่องบก มีการปะทะกันมายาวนาน นายรัศม์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของทั้งสองฝ่าย ส่วนจะสิ้นสุดเมื่อไหร่นั้นเป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์ที่จะต้องพิสูจน์ เพราะสมัยก่อนเรื่องเทคโนโลยียังไม่ก้าวหน้า แต่ทุกวันนี้มีความก้าวหน้าและสามารถช่วยได้ ซึ่งทั้งสองฝ่ายต้องมีเจตนารมณ์ที่ดีที่มาแก้ปัญหานี้ร่วมกัน และจะต้องมีการทำความเข้าใจกับประชาชนของทั้งสองประเทศ เพราะเรื่องของเขตแดนเป็นเรื่องของความรู้สึกของประชาชนด้วย แต่อย่างน้อยตนคิดว่า มีการเจรจาย่อมดีกว่าไม่มี ตราบใดที่ยังเดินหน้าไปได้ก็สามารถเป็นไปตามทิศทางที่ควรจะเป็น แน่นอนเราต้องมีข้อยุติไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว ซึ่งถ้าเร็วได้ก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ไม่ควรที่จะไปบีบบังคับหน่วยงานทั้งสองฝ่าย ไปสร้างความคาดหวัง ความกดดัน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีหลายประเด็นที่ต้องนำมาพิจารณา ต้องให้เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายพิสูจน์กันตามหลักฐาน.-316.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...