โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

นักวิทย์ออสซี่พัฒนาเทคโนโลยีถ่ายภาพ ‘สมองรับยา’ ได้แบบเรียลไทม์

Xinhua

อัพเดต 12 ก.ค. 2568 เวลา 15.38 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2568 เวลา 08.38 น. • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(ภาพจากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ : นักวิจัยทำงานในห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ เมืองบริสเบนของออสเตรเลีย วันที่ 1 เม.ย. 2020)

ซิดนีย์, 12 ก.ค. (ซินหัว) — ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ในออสเตรเลีย พัฒนาอุปกรณ์นวัตกรรมใหม่ที่ผสานการใช้คลื่นอัลตราซาวด์เข้ากับเทคโนโลยีการถ่ายภาพขั้นสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการส่งยาเข้าสู่สมอง โดยทีมนักวิจัยระบุว่าเทคโนโลยีใหม่นี้อาจปฏิวัติการรักษาโรคทางระบบประสาทเสื่อม อาทิ โรคอัลไซเมอร์และโรคพาร์กินสัน ซึ่งการส่งยาไปยังบริเวณสมองที่ต้องการยังคงเป็นความท้าทายหลักในปัจจุบัน

วันศุกร์ (11 ก.ค.) มหาวิทยาลัยฯ เปิดเผยว่าเทคโนโลยีนี้ช่วยให้สามารถถ่ายภาพเซลล์สมองแบบตามเวลาจริงหลังจากใช้คลื่นอัลตราซาวด์ ทำให้สามารถส่งยาเฉพาะจุดผ่านแนวกั้นเลือด-สมอง และติดตามการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ที่ได้รับการรักษา ตลอดจนสามารถสังเกตว่ามีการตอบสนองและฟื้นตัวอย่างไรได้

แนวกั้นเลือด-สมองเป็นด่านป้องกันที่ขัดขวางยาจำนวนมากไม่ให้เข้าสู่สมอง แต่เทคโนโลยีนี้ใช้กระบวนการที่เรียกว่าโซโนพอเรชัน (sonoporation) โดยใช้ฟองอากาศขนาดเล็กที่กระตุ้นด้วยการอัลตราซาวด์ เพื่อเปิดรูขนาดเล็กชั่วคราว ทำให้ยาเข้าสู่เนื้อเยื่อสมองได้

ปราเนช ปัดมานาพัน ผู้เขียนหลักของงานวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์และสถาบันสมองควีนส์แลนด์ของมหาวิทยาลัยฯ เปิดเผยว่าเป้าหมายของทีมวิจัยคือการเพิ่มอัตราการดูดซึมของยาเข้าสู่สมอง เนื่องจากปัจจุบันมีเพียงราวร้อยละ 1-2 ของยาขนาดโมเลกุลเล็กเท่านั้นที่สามารถไปถึงสมองได้

งานวิจัยนี้ ซึ่งเผยแพร่ในวารสารด้านเทคโนโลยีการปลดปล่อยยา (Journal of Controlled Release) ระบุว่าระบบที่พัฒนาขึ้นเองนี้ใช้เวลากว่า 5 ปีในการออกแบบและสร้างขึ้น โดยสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงระดับเซลล์และโมเลกุลในแต่ละเซลล์หลังจากได้รับอัลตราซาวด์ ซึ่งช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถวิเคราะห์และปรับปรุงวิธีการส่งยาให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ทั้งนี้ ทีมนักวิจัยยังระบุว่านอกจากการนำไปใช้ในทางประสาทวิทยาแล้ว เทคโนโลยีนี้อาจเปิดแนวทางใหม่ให้กับการรักษาโรคด้วยวิธีโซโนพอเรชันในสาขาอื่นอย่างโรคหัวใจและโรคมะเร็ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...