โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทรัมป์เผย รัสเซียตกลงเจรจาหยุดยิง แต่ไม่ยอมระบุกรอบเวลา

SpringNews

อัพเดต 20 พ.ค. 2568 เวลา 07.01 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2568 เวลา 06.40 น.

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวหลังจากโทรศัพท์คุยกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เมื่อวันจันทร์ ว่า รัสเซียและยูเครนจะเริ่มเจรจาหยุดยิงทันที แต่ปูตินระบุว่ากระบวนการนี้ต้องใช้เวลา และประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่าเขาไม่พร้อมที่จะเข้าร่วมกับยุโรปในการคว่ำบาตรครั้งใหม่เพื่อกดดันรัสเซีย

ในโพสต์บนโซเชียลมีเดียของทรัมป์กล่าวว่า หลังจากการพูดคุยของเขากับผู้นำรัสเซีย เขาได้ถ่ายทอดแผนดังกล่าวไปยังประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน รวมถึงผู้นำของสหภาพยุโรป ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมนี และฟินแลนด์ ในการโทรคุยพร้อมกันเป็นกลุ่ม พร้อมย้ำว่า "รัสเซียและยูเครนจะเริ่มเจรจาเรื่องการหยุดยิงและนำไปสู่การยุติสงครามในทันที"

ด้านประธานาธิบดีปูติน ได้กล่าวขอบคุณทรัมป์ที่สนับสนุนการกลับมาเจรจาโดยตรงระหว่างรัสเซียและยูเครนอีกครั้ง หลังจากที่ทั้งคู่ได้พบกันในตุรกีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นการเจรจาแบบพบหน้ากันครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2022 ส่วนการสนทนาทางโทรศัพท์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานั้น ปูตินระบุว่า ความพยายามทั้งหมดยังอยู่ในเส้นทางที่ควรจะเป็น

ปูตินให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า เขาได้ตกลงกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ แล้วว่า รัสเซียจะเสนอและพร้อมที่จะทำงานร่วมกับยูเครนในการจัดทำบันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพในอนาคตที่เป็นไปได้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผู้นำยุโรปและยูเครนเรียกร้องให้รัสเซียตกลงหยุดยิงทันที และทรัมป์เน้นย้ำให้ปูตินตกลงหยุดยิง 30 วัน แต่ปูตินไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ โดยยืนกรานว่าต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขก่อน และไม่สามารถกำหนดเส้นตายได้ว่าจะเริ่มหยุดยิงเมื่อไหร่

ขณะที่ผู้นำยุโรปยังคงตัดสินใจเพิ่มแรงกดดันต่อรัสเซียด้วยการคว่ำบาตร หลังได้รับข้อมูลสรุปเกี่ยวกับการโทรศัพท์พูดคุยกันระหว่างทรัมป์และปูตินแล้ว แต่ทรัมป์แสดงท่าทีว่าไม่พร้อมที่จะทำตามการเคลื่อนไหวดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่ามันอาจทำให้ทุกอย่างแย่ลง

ด้านยูเครนและผู้สนับสนุนกล่าวหาว่ารัสเซียล้มเหลวในการเจรจาด้วยความจริงใจ โดยทำเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้ทรัมป์ใช้แรงกดดันใหม่ต่อเศรษฐกิจของประเทศเท่านั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...