โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

BITE SIZE : รถไฟฟ้าสายสีเหลือง เส้นทางเชื่อมสู่กรุงเทพฯ ตะวันออก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 มิ.ย. 2566 เวลา 10.58 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2566 เวลา 04.00 น.

Prachachat BITE SIZE โดย พฤฒินันท์ สุดประเสริฐ

ตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา คนกรุงเทพฯ เริ่มทดลองเดินทางฟรีด้วย “รถไฟฟ้าสายสีเหลือง” และมีการกล่าวถึงรถไฟฟ้าสายนี้เป็นอย่างมาก ในฐานะที่เป็นรถไฟฟ้าสายใหม่ของกรุงเทพฯ

โดยเส้นทางสายนี้ เป็นหนึ่งในรถไฟฟ้าสายสำคัญที่เชื่อมการเดินทางของคนกรุงเทพฯ จากย่านบางกะปิ-หัวหมาก-ศรีนครินทร์ จนถึงสำโรง รวม 23 สถานี และเป็นระบบขนส่งที่ทะลวงปัญหาการจราจร ที่ติดขัดสะสมมานานกว่า 2 ทศวรรษ จนคนกรุงเทพฯ เคยเรียกย่านลำสาลีว่า “ลำสาหัส” มาแล้ว

รู้จัก “รถไฟฟ้าสายสีเหลือง”

โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง เริ่มต้นดำเนินการโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2550-2554 เดิมแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงรัชดา/ลาดพร้าว-พัฒนาการ และช่วงพัฒนาการ-สำโรง และกลายมาเป็น รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ในปัจจุบัน ซึ่งเริ่มทดลองให้บริการแล้ว ตั้งแต่ 3 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา

รถไฟฟ้าสายสีเหลือง มีทั้งหมด 23 สถานี ระยะทางรวม 30.4 กิโลเมตร วงเงินลงทุนรวม 51,810 ล้านบาท โดยรถไฟฟ้าสายนี้ ครอบคลุมพื้นที่สำคัญ โซนกรุงเทพฯ ตะวันออก เริ่มต้นจากสถานีลาดพร้าว เชื่อมต่อไปยัง หัวหมาก บางกะปิ ลำสาลี พัฒนาการ ศรีนครินทร์ จนไปสิ้นสุดสายที่สำโรง จ.สมุทรปราการ

นอกจากนี้ รถไฟฟ้าสายสีเหลือง เป็นรถไฟฟ้าสายแรก ๆ ของไทย ที่เป็นระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) ขณะที่ผู้ใช้บริการหลายคนให้ชื่อเล่นกับขบวนรถไฟฟ้าสายนี้แล้วว่า “น้องเก๊กฮวย” มาจากสีเหลืองที่น่ารัก ซึ่งเป็นสีของสายรถไฟฟ้า และขบวนรถไฟฟ้า

รถไฟฟ้าเชื่อมชีวิต คนกรุงเทพฯ ตะวันออก

รถไฟฟ้าสายสีเหลือง เชื่อมการเดินทางสู่พื้นที่สำคัญ โซนกรุงเทพฯ ตะวันออก ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีโครงการศูนย์การค้าขนาดใหญ่ หมู่บ้านจัดสรร ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กำลังปรับโฉมรับการมาของรถไฟฟ้าสายนี้ อาทิ

  • สถานีบางกะปิ : สถานีดังกล่าว มี “เดอะมอลล์ บางกะปิ” ที่กำลังปรับโฉมใหม่เป็น เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ เปิดให้บริการเป็นทางการในปลายปี 2566 และพื้นที่ใกล้ ๆ กันยังมีห้างตะวันนา และห้างอื่น ๆ รวมถึง แฮปปี้แลนด์ เซ็นเตอร์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพื้นที่การค้าที่อยู่คู่ย่านบางกะปิมาอย่างยาวนาน
  • สถานีกลันตัน : สถานีดังกล่าว มี “ธัญญาพาร์ค” ศูนย์การค้าสีเขียว ของกลุ่มธนิยะ
  • สถานีสวนหลวง ร.9 : สถานีดังกล่าว มีห้างใหญ่ถึง 2 ห้าง คือ ซีคอนสแควร์ และพาราไดซ์ พาร์ค รวมถึงตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์ ซึ่งอยู่ใกล้กับซีคอนสแควร์

นอกจากนี้ รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ยังเชื่อมการเดินทางรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ ตั้งแต่สถานีลาดพร้าว เชื่อมรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีหัวหมาก เชื่อมรถไฟฟ้า Airport Rail Link และรถไฟทางไกลสายตะวันออก ที่สถานีรถไฟหัวหมาก และสถานีสำโรง ซึ่งเป็นปลายสายของรถไฟฟ้าสายสีเหลือง เชื่อมรถไฟฟ้า BTS สถานีสำโรง

นอกจากนี้ ยังมีรถไฟฟ้าสายสีอื่น ๆ ที่จะตามมาอีกในอนาคต อย่างรถไฟฟ้าสายสีส้ม ที่จะเชื่อมต่อกับสายสีเหลืองที่สถานีแยกลำสาลี

3 กรกฎาคม 2566 เปิดบริการเต็มรูปแบบ

สำหรับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง เปิดให้บริการแล้ว 22 จาก 23 สถานี ตั้งแต่สถานีภาวนา จนถึงสถานีสำโรง และเปิดให้ทดลองใช้ ตั้งแต่ 06.00-20.00 น. (ข้อมูล ณ วันที่ 17 มิถุนายน 2566)

และตั้งแต่ 19 มิถุนายน 2566 เป็นต้นไป จะเปิดทดลองใช้สถานีลาดพร้าว ซึ่งเป็นสถานีต้นสายของรถไฟฟ้าสายนี้ และเป็นการเริ่มต้นทดลองให้บริการทั้งระบบ ครบ 23 สถานี จากนั้นจะทยอยขยายเวลาทดลองให้บริการ

จนกระทั่งวันเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ จะเปิดให้บริการตามเวลาให้บริการรถไฟฟ้าสายอื่น ๆ คือ 06.00-24.00 น. ของทุกวัน และเริ่มจัดเก็บค่าโดยสาร ซึ่งเบื้องต้นมีข้อมูลว่า อัตราค่าโดยสารจะอยู่ที่ 15-45 บาท ทั้งนี้ ต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการในช่วงเริ่มให้บริการเต็มรูปแบบ

ขณะที่บัตรโดยสารสำหรับการเข้า-ออกระบบรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สามารถใช้ได้ทั้งบัตรแรบบิท (Rabbit Card), ซื้อตั๋วเที่ยวเดียว หรือใช้บัตรเครดิต-บัตรเดบิต วีซ่า และมาสเตอร์การ์ด ที่มีสัญลักษณ์คอนแทคเลส (Contactless) ก็ได้ ซึ่งบัตรเครดิตสามารถใช้ได้ทุกธนาคาร ส่วนบัตรเดบิต ณ วันนี้ ยังสามารถใช้ได้แค่ธนาคารกรุงไทย และธนาคารยูโอบี (รวมบัตรเดบิต TMRW)

ส่วนค่าแรกเข้าที่เป็นหนึ่งในความกังวลของผู้คนสำหรับการจ่ายค่าโดยสารรถไฟฟ้าแต่ละครั้งนั้น ดร.พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการการขนส่งทางราง อธิบายว่า การชำระค่าโดยสารด้วยการใช้บัตร EMV จะเป็นทางเลือกให้ประชาชนในการลดภาระค่าใช้จ่ายจากค่าแรกเข้า หากต้องเปลี่ยนระบบรถไฟฟ้าระหว่างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง และรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ประมาณ 15 บาท และหากประชาชนเดินทางด้วยรถไฟฟ้าทั้งขาไปและกลับ จะสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายค่าแรกเข้าประมาณ 30 บาทต่อวัน หรือราว 600 บาทต่อเดือน

อย่างไรก็ตาม หากมีความคืบหน้าหรือความเคลื่อนไหวเพิ่มเติม ทีมข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” จะนำมาอัพเดตให้ทราบ และสรุปให้ฟังแบบชัด ๆ อีกครั้ง

ชมรายการ Prachachat BITE SIZE EP.7 ได้ที่ https://youtu.be/glfBA_T-GXg

youtube
youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...