โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

Pre-approve กับ 6 ข้อควรรู้ เช็กให้ชัวร์ก่อนกู้สินเชื่อ ซื้อบ้าน-คอนโด

DDproperty

เผยแพร่ 02 มิ.ย. 2566 เวลา 13.19 น.
Pre-approve กับ 6 ข้อควรรู้ เช็กให้ชัวร์ก่อนกู้สินเชื่อ ซื้อบ้าน-คอนโด

การ Pre-approve ถือเป็นขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญที่จะช่วยตรวจสอบในเบื้องต้นได้ว่าคุณจะสามารถขอสินเชื่อบ้านผ่านหรือไม่ เพื่อป้องกันปัญหาการเสียค่าจองและค่าทำสัญญาจะซื้อจะขายในการซื้อบ้านหรือซื้อคอนโด

Pre-approve คืออะไร

Pre-approve สินเชื่อบ้าน หรือ การยื่นประเมินสินเชื่อบ้านในเบื้องต้นนั้นเป็นการขอตรวจสอบสถานภาพทางการเงินและความสามารถในการชำระหนี้ โดยพิจารณาจากราคาซื้อขายบ้านหรือคอนโดที่ผู้ขอสินเชื่อแจ้ง รายได้ รายจ่าย และเครดิตหรือความน่าเชื่อถือ เช่น ติดเครดิตบูโร (ประวัติเสียในการชำระหนี้กับบัตรเครดิตและ/หรือสินเชื่อ) หรือไม่ ชำระค่าบัตรเครดิตครบถ้วนตรงเวลาหรือไม่

หาก Pre-approve ผ่าน หมายความว่า ผู้ขอมีโอกาสดีที่จะขอสินเชื่อผ่าน แต่หากผลเป็นตรงกันข้าม ก็ยังไม่ควรที่จะจองหรือตกลงซื้อบ้านหรือคอนโดกับผู้ขาย

Pre-approve สินเชื่อบ้านช่วยในการเตรียมความพร้อมทางการเงิน

6 ข้อควรรู้เกี่ยวกับการขอ Pre-approve

1. การขอ Pre-approve นั้นเป็นการยื่นขอพิจารณาให้ธนาคารตรวจสอบว่า จะสามารถกู้สินเชื่อผ่านหรือไม่ ซึ่งเป็นขั้นตอนก่อนการจองบ้านหรือคอนโด การทำสัญญาจะซื้อจะขาย และการชำระค่าดาวน์ แต่การขอสินเชื่อนั้นเป็นขั้นตอนที่ต้องทำหลังจากดำเนินการสิ่งเหล่านี้แล้ว

2. ราคาที่นำมาใช้ในการพิจารณาคือ ราคาซื้อขายบ้านที่ผู้ขอ Pre-approve แจ้ง แต่การขอสินเชื่อจะใช้ราคาจะซื้อจะขาย (ราคาจริง) พร้อมข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับบ้านหรือคอนโด ซึ่งธนาคารจะนำไปใช้ประกอบการคำนวณหาราคาประเมินที่จะนำมาใช้พิจารณาการขอสินเชื่ออีกที

3. ธนาคารจะใช้เอกสารต่าง ๆ ในการขอสินเชื่อเหมือนกับเอกสารที่ใช้ในการขอ Pre-approve เพียงแต่ผู้ขอสินเชื่อต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม ได้แก่ สัญญาจะซื้อจะขาย แผนที่บ้านหรือคอนโด และอาจขอเอกสารอื่น ๆ เพิ่มเติมอีกแล้วแต่กรณี

4. ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการขอ Pre-approve แต่มีค่าธรรมเนียมในการขอสินเชื่อ เว้นแต่ธนาคารจะมีโปรโมชั่นยกเว้นค่าธรรมเนียมนั้น

5. ระยะเวลาผลของ Pre-approve การขอ Pre-approve ใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน ในขณะที่การขอสินเชื่อใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์

6. ผลที่ได้จากการขอ Pre-approve เช่น วงเงินสินเชื่อและค่าผ่อนต่อเดือน อาจแตกต่างจากผลการขอสินเชื่อ อย่างไรก็ดี อาจมีกรณีที่ Pre-approve ผ่าน แต่ธนาคารไม่อนุมัติสินเชื่อได้ ขื้นอยู่กับและการพิจารณาองค์ประกอบอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น ความชัดเจนของที่มารายได้ ราคาประเมินที่อยู่อาศัยที่จะซื้อ

ประโยชน์ในการขอ Pre-approve

1. ทำให้ทราบว่ามีความสามารถขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยในวงเงินประมาณนี้หรือไม่ จึงช่วยให้สามารถตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้นทั้งในเรื่องการซื้อ การขอวงเงินสินเชื่อ และการเลือกธนาคารที่จะยื่นขอสินเชื่อ

ตารางเปรียบเทียบจำนวนเงินผ่อนชำระบ้าน และวงเงินกู้ซื้อบ้าน-คอนโดสูงสุด

เงินเดือน จำนวนเงินผ่อนต่องวดสูงสุด วงเงินกู้สูงสุด เงินเดือน 15,000 บาท 6,000 บาท 900,000 บาท เงินเดือน 20,000 บาท 8,000 บาท 1,200,000 บาท เงินเดือน 25,000 บาท 10,000 บาท 1,500,000 บาท เงินเดือน 30,000 บาท 12,000 บาท 1,800,000 บาท เงินเดือน 35,000 บาท 14,000 บาท 2,100,000 บาท เงินเดือน 40,000 บาท 16,000 บาท 2,400,000 บาท เงินเดือน 45,000 บาท 18,000 บาท 2,700,000 บาท เงินเดือน 50,000 บาท 20,000 บาท 3,000,000 บาท เงินเดือน 55,000 บาท 22,000 บาท 3,300,000 บาท เงินเดือน 60,000 บาท 24,000 บาท 3,600,000 บาท เงินเดือน 65,000 บาท 26,000 บาท 3,900,000 บาท เงินเดือน 70,000 บาท 28,000 บาท 4,200,000 บาท เงินเดือน 80,000 บาท 32,000 บาท 4,800,000 บาท เงินเดือน 90,000 บาท 36,000 บาท 5,400,000 บาท เงินเดือน 100,000 บาท 40,000 บาท 6,000,000 บาท

หมายเหตุ: ตัวเลขโดยประมาณ

2. แม้ Pre-approve ไม่ผ่าน ก็ช่วยให้ทราบว่า ต้องปรับปรุงอะไร เพื่อเพิ่มความสามารถในการชำระหนี้ เช่น หากพบว่าความสามารถในการผ่อนไม่เพียงพอ ก็สามารถแก้ไขได้โดยจ่ายเงินดาวน์มากขึ้นเพื่อลดวงเงินในการยื่นกู้สินเชื่อหรือหาผู้กู้ร่วม

หากมีประวัติหนี้เสียอยู่ในเครดิตบูโร ก็ไม่ควรยื่นขอสินเชื่ออย่างน้อย 2 ปี และในระหว่างนี้ ก็ควรชำระหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่ออื่นที่มีให้ครบและตรงเวลาเพื่อสร้างประวัติเครดิตที่ดี

4. ช่วยป้องกันไม่ให้สูญเสียเงินจากการผิดสัญญาจะซื้อจะขายในกรณีขอสินเชื่อไม่ผ่าน

5. ช่วยป้องกันไม่ให้เสียประวัติและโอกาสในขอสินเชื่อ เพราะหากขอสินเชื่อไม่ผ่าน ต้องรออีก 1-2 ปี จึงจะสามารถยื่นขอสินเชื่อใหม่ได้

เอกสารที่ใช้ในการขอ Pre-approve

  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนารายการเดินบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน (Statement)
  • สำเนาสลิปเงินเดือน (Payslip) สำหรับพนักงานประจำ
  • สำเนาหนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่ายย้อนหลัง 6 เดือนและหลักฐานการเสียภาษีของปีล่าสุดสำหรับฟรีแลนซ์
  • ใบสมัครขอสินเชื่อของธนาคาร
  • ใบยินยอมให้ตรวจสอบเครดิตบูโรของธนาคาร

ค่าใช้จ่ายในการขอ Pre-approve

ธนาคารให้บริการ Pre-approve สินเชื่อบ้านหรือคอนโดโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ

ระยะเวลาในการพิจารณา Pre-approve

ประมาณไม่เกิน 5 วันทำการ

การขอ Pre-approve เป็นเพียงวิธีการช่วยตรวจสอบความพร้อม เพื่อพิจารณาว่าจะขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยหรือไม่ และจะขอกับธนาคารไหน อย่างไร ปัจจัยหลักที่จะทำให้ได้รับอนุมัติสินเชื่อก็คือ กำลังทรัพย์และการบริหารจัดการทางการเงินอย่างเหมาะสมในระดับที่ทำให้ธนาคารเชื่อว่าสามารถชำระหนี้ได้อย่างไม่มีปัญหา

โดยก่อนที่จะไปถึงขั้นตอนการเลือกซื้อ ขอแนะนำให้ผู้ที่ต้องการขอสินเชื่ออ่านวิธีการเตรียมตัวขอสินเชื่อบ้าน-คอนโด เพื่อความราบรื่นในทุกย่างก้าวสู่การเป็นเจ้าของบ้านในฝัน

สนใจรับบทความดีดี อัปเดต ข่าวอสังหาริมทรัพย์และ อ่านคู่มือซื้อขาย พร้อม รีวิวโครงการคอนโดฯ ใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคา รวมถึง ทำความรู้จักกับทำเลฮอตทั่วกรุง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการซื้อ-ขาย-เช่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...