โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รายงานพิเศษ : SAFE ธุรกิจกำลังรับผลบวก “กฎหมายสมรสเท่าเทียม” ดันฐานลูกค้าเพิ่ม หนุนรายได้โต

Share2Trade

อัพเดต 24 ม.ค. 2568 เวลา 08.04 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. 2568 เวลา 04.00 น. • Share2Trade

บมจ.เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป (SAFE) เตรียมรับอานิสงส์ “กฎหมายสมรสเท่าเทียม” กระตุ้นการให้บริการของบริษัทฯมีโอกาสเติบโตได้อีก 2-3 เท่าตัวจากฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ตั้งเป้ารายได้ปี 2568 โตแตะ 20%

SAFE_รายงานพิเศษ S2T (เว็บ) copy_0.jpg

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ตลาดบริการรักษาภาวะมีบุตรยากของโลกในปี 2568 มีมูลค่ากว่า 2.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 6.8% จากปี 2567 ส่วนแนวโน้มตลาดบริการรักษาภาวะมีบุตรยากของไทยปี 2568 คาดมีมูลค่ากว่า 6.3 พันล้านบาท เติบโต 6.2% จากปี 2567 แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ ลูกค้าชาวไทย มีสัดส่วน 70% ของผู้มาใช้บริการทั้งหมด และลูกค้าชาวต่างชาติอีก 30% โดยเฉพาะการรักษาด้วยวิธีเด็กหลอดแก้ว ที่คาดว่าจำนวนรอบการรักษาจะเพิ่มขึ้น 5.9% และเป็นวิธีที่ชาวต่างชาตินิยม เนื่องจากอัตราความสำเร็จสูงกว่าวิธีอื่นๆ

ภายใต้การบริหารของ นพ.วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ สูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาผู้มีบุตรยากและนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป (SAFE) ได้ก่อตั้ง SAFE Fertility Group ขึ้นในปี 2007 และภายหลังในปี 2009 เป็นผู้นำทางด้านรักษาผู้มีบุตรยาก และด้านวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อนในเอเชีย โดย SAFE ได้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ ซึ่งให้การบริการที่หลากหลาย เช่น ตู้เลี้ยงตัวอ่อน Embryoscope, Life NGS, Automated machine เพื่อช่วยให้คนไข้ประสบความสำเร็จในการมีบุตร

ชูเทคโนโลยี PGTSeqA นำเข้าใหม่

PGTSeqA เป็นเทคโนโลยีและเป็นเครื่องมือในการตรวจและคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อนได้แม่นยำ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์ให้สูงขึ้น จะสามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศให้มาใช้บริการเพิ่มขึ้น โดยประเมินว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยการเติบโตและสร้างรายได้ที่ค่อนข้างสูง นอกจากนี้ SAFE ยังเป็นบริษัทเดียวในประเทศไทยที่มีสิทธิ์ในการใช้เทคโนโลยีนี้จากผู้ผลิตในสหรัฐอเมริกา

กฎหมายสมรสเท่าเทียมช่วยเพิ่มฐานลูกค้า

ขณะที่ “กฎหมายสมรสเท่าเทียม” ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว และจะเริ่มใช้วันที่ 23 มกราคม 2568 ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพื่อเปิดทางให้ทำ IVF ให้กับกลุ่มเพศทางเลือก สมรส หญิง-หญิง หรือ ชาย-ชาย แล้วต้องการมีลูกจำเป็นต้องใช้น้ำเชื้อบริจาค การฝากไข่ ซึ่งอาจตั้งครรภ์เอง หรือ ว่าจ้างก็ได้ แต่ทั้งนี้จะต้องมีกฎหมายมารองรับก่อน โดยคาดว่ากฎหมายลูกต่างๆทยอยออกมา อาทิ กฎหมาย “อุ้มบุญ” ทำให้ความต้องมีลูกเปิดกว้างในกลุ่ม LGBT โดยเฉพาะกลุ่มชาวต่างชาติ และกฎหมายสามารถโยกย้ายอ่อนได้หากฝากไข่ไว้ที่ประเทศไทย หากกฎหมายเริ่มผ่อนคลายและเอื้ออำนวย จะส่งผลให้การให้บริการของบริษัทฯมีโอกาสเติบโตได้อีก 2-3 เท่าตัวจากฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้น

อานิสงส์ปัจจัยบวกปีมะเมีย

ปีม้าหรือปีนักษัตร “มะเมีย” จะเป็นอีกปีหนึ่งที่คนต้องการมีบุตรมากขึ้น เนื่องจากเป็นปีมงคล คาดว่าแนวโน้มในปี 2568 จะมีผู้มาใช้บริการฝากไข่รอคลอดในปี 2569 และทำ IVF มากขึ้น ซึ่งช่วยกระตุ้นความต้องการของผู้ใช้บริการอยากมีบุตรได้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะฐานกลุ่มลูกค้าชาวจีน, คนไทยเชื้อสายจีน และคนเวียดนาม

ลุ้นปิดดีล M&A

บริษัทฯมองหาโอกาสการขยายการลงทุนเพิ่มโอกาสการเติบโตทางธุรกิจ โดยการเข้าซื้อกิจการ (M&A) ซึ่งที่ผ่านมามีการเจรจา พูดคุยกับหลายราย และพิจารณาอย่างรอบคอบให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับการลงทุน ซึ่งคาดว่าภายในปีนี้จะสามารถปิดดีลใหญ่ได้ 1 โครงการเป็นธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจปัจจุบันของ SAFE

ศูนย์การแพทย์คลินิกมีบุตรยาก

ในปัจจุบัน SAFE เปิดให้บริการรวมทั้งหมด 5 สาขา ได้แก่ สาขาอัมรินทร์ (กรุงเทพฯ), สาขารามอินทรา (กรุงเทพฯ), สาขาศรีราชา (ชลบุรี), สาขาภูเก็ต (ภูเก็ต) และสาขาขอนแก่น (ขอนแก่น) โดยแบ่งสัดส่วนของลูกค้าของบริษัทฯ เป็นคนไทย 53% ต่างประเทศ 47% โดยมาจาก จีน, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, อินเดีย, เวียดนาม และกัมพูชา

เปิดเป้าหมายโครงสร้างรายได้

บริษัทวางเป้าสัดส่วนรายได้ธุรกิจบริษัทดังนี้ 1.ธุรกิจ SAFE ให้บริการรักษาผู้มีบุตรยากสัดส่วนอยู่ที่ 75%, 2.ตรวจพันธุกรรมของตัวอ่อนและทารกในครรภ์สัดส่วนอยู่ที่ 25% และ 3.ธุรกิจให้บริการด้านผิวหนังและความงาม (The Fountain Wellness Center) ซึ่งอยู่ภายใต้บริษัท เซฟ เวลเนส จำกัด (SWC) สัดส่วนราว 1%

ตั้งเป้ารายได้ 68 โต 20%

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SAFE มั่นใจว่าแนวโน้มในปี 2568 คาดว่ายังจะเติบโตได้ดีจาก 1.ปัจจัยบวกปีนักษัตร “มะเมีย” ในปี 2569 เร่งทำ IFV ในปี 2568 , 2.กฎหมายสมรสเท่าเทียมฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น และ 3.ดีล M&A เพื่อมาสร้าง Synergy กับธุรกิจบริษัท รวมถึงมีบริษัทย่อยอย่างบริษัท เน็ก เจนเนอร์เรชั่น จีโนมิค (NGG) ที่ให้บริการการตรวจวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อนและทารกในครรภ์ และให้บริการด้านห้องปฏิบัติการ สนับสนุนผลงานของบริษัทฯให้เติบโต โดยตั้งเป้ารายได้ปี 2568 ที่ 20% เทียบปีที่ผ่านมา

โบรกฯเชียร์ “ซื้อ” เป้า 16.30 บ.

บล.กรุงศรี ปรับคำแนะนำ SAFE เป็น Buy (เดิม Trading Buy) คงราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 16.30 บาท ประเมินด้วยวิธี DCF WACC 9.7% คิดเป็น Imply PE ปี 2568 ที่ 23.6 เท่า ขณะที่ราคาหุ้น SAFE ซื้อขาย PE ปี 2568 เฉลี่ย 18 เท่า หรือเทียบเท่า Forward PE -2.0SD มองว่าเป็นโอกาสลงทุนสำหรับ SAFE

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...