“ประเสริฐ” ย้ำชัด กกพ.องค์กรอิสระ มีสิทธิเดินหน้าคัดเลือกผู้ผลิตไฟฟ้า
ในขณะที่สถานการณ์พลังงานของไทยยังมีข้อถกเถียง ไม่ว่าจะเป็นกรณีแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (PDP 2024) ที่ยังปรับปรุงไม่แล้วเสร็จกรณีการสั่งระงับการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็นการชั่วคราว จำนวน 2,180 เมกะวัตต์ สถานะหนี้กองทุนน้ำมันฯ รวมถึงแผนการจัดหาพลังงานของประเทศในอนาคต เป็นต้น นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน และประธานคณะกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนล่าสุด
นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน และประธานคณะกรรมการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า หลังจากที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ลงนามหนังสือราชการ เรื่อง ให้ระงับการดำเนินการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) เพิ่มเติมเป็นการชั่วคราว สำหรับกลุ่มที่ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิงและขยะอุตสาหกรรม ในรูปแบบ Feed-in Tariff (FIT) ปริมาณ 2,180 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นปริมาณการรับซื้อไฟฟ้ารวมไม่เกิน 600 เมกะวัตต์ สำหรับพลังงานลม และไม่เกิน 1,580 เมกะวัตต์ สำหรับพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน ซึ่งเป็นการเปิดให้ผู้ที่ไม่ชนะการประมูลในรอบแรกเข้าร่วมประมูลในรอบที่ 2 ส่งถึงเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) โดยระบุว่า เป็นการดำเนินการมาก่อนที่นายพีระพันธุ์ จะเข้ารับตำแหน่ง ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการของ กกพ. จึงต้องระงับและขอ ดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องและข้อเท็จจริงนั้น
ก.พลังงานไม่มีอำนาจสั่ง กกพ.
เมื่อวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา นายพูลพัฒน์ ลีละสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. ได้พิจารณาเห็นชอบผลการคัดเลือกผู้ยื่นขอผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติมจำนวน 72 ราย ปริมาณพลังไฟฟ้าที่เสนอขายรวม 2,145.4 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น พลังงานลม จำนวน 8 ราย รวม 565.40 เมกะวัตต์ กำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ หรือ SCOD ตั้งแต่ปี 2571-2573 และพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน จำนวน 64 ราย รวม 1,580 เมกะวัตต์ กำหนด SCOD ตั้งแต่ 2569-2573 โดยได้สอบถามรัฐมนตรีเหมือนกัน เรื่องที่รัฐมนตรีให้ระงับเสนอ กกพ. ทาง กกพ.ก็พิจารณาและสอบถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้รับแจ้งว่า รัฐมนตรีไม่ได้สอบถามอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการแบ่งรอบ 2 จำนวน 3,600 เมกะวัตต์ และอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีเพียงเพื่อรักษาการตาม พ.ร.บ.เท่านั้น และ กกพ. เป็นองค์กรอิสระ กระทรวงพลังงานไม่มีอำนาจบังคับบัญชา
ผลการผ่านการคัดเลือกที่ออกมานั้นได้แจ้งให้ผู้ยื่นขอผลิตไฟฟ้าทราบและยอมรับเงื่อนไข การลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าภายใน 14 วัน และกลุ่มที่ 2 ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และผู้ยื่นขอผลิตไฟฟ้าที่มีรูปแบบการเชื่อมต่อสถานีไฟฟ้าเดียวกันยอมรับเงื่อนไขการลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ประกาศผลการคัดเลือก นับถัดจากวันที่สำนักงาน กกพ.ประกาศรายชื่อ ซึ่งประกาศอาจจะไม่เป็นโมฆะ หากตรวจสอบแล้วไม่พบความผิดพลาดจะต้องดูว่า ระหว่างนี้จะมีคำสั่งจากรัฐมนตรีออกมาหรือไม่
PDP 2024 ทบทวนหลายเรื่อง
สำหรับความคืบหน้าการจัดทำร่างแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2024) ขณะนี้อยู่ระหว่างทบทวนแผนเพิ่มเติมหลังจากที่รัฐมนตรีมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อจัดทำร่างแผน PDP 2024 โดยอาจจะพิจารณาใหม่ในหลายเรื่อง เช่น ปริมาณการสำรองไฟฟ้า ต้นทุนค่าไฟ ต้นทุนเชื้อเพลิง และพลังงานหมุนเวียน นอกจากนี้ในร่างแผนพีดีพีใหม่ ได้ปรับระบบสำรองไฟฟ้าเป็น LOLE (ดัชนีโอกาสเกิดไฟฟ้าดับ (Loss of Load Expectation)) เพื่อพิจารณาถึงความมั่นคง ขณะเดียวกันก็ต้องพิจารณาเรื่อง การลงทุนด้านเทคโนโลยี AI และ Data Center ที่มีความต้องการพลังงานสีเขียวเพิ่มมากขึ้น สำรองไฟฟ้าก็ต้องเพียงพอ
ส่วนการพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่อยู่ในระดับสูงเกินจริง จำเป็นต้องดูภาพรวม ซึ่งปัจจุบันความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (ช่วงพีก) เกิดในช่วงกลางคืน ทำให้ปริมาณสำรองช่วงกลางคืนประมาณ 30% และตัดกำลังการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ในช่วงกลางวันออกไป ซึ่งตามแผน PDP 2024 ปริมาณสำรองไฟฟ้าจะปรับลดลง เพราะไม่มีโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่เข้ามา ทำให้สำรองไฟฟ้าปี 2569-2570 จะลดลง และถ้าไม่มีโรงไฟฟ้าใหม่เข้ามาตั้งแต่ปี 2570 จะยิ่งทำให้สำรองไฟฟ้าลดลง ขณะที่การซื้อขายไฟฟ้าระหว่างเอกชนโดยตรง (Direct PPA) ที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) อนุมัติโครงการนำร่อง 2,000 เมกะวัตต์นั้น ได้ถูกบรรจุอยู่ใน PDP 2024 โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จะเป็นผู้จัดทำเงื่อนไข
สำรวจปิโตรฯอันดามันรอบใหม่
นอกจากนี้ ในไตรมาส 1 ปี 2568 จะมีการเปิดให้ยื่นสำรวจแหล่งปิโตรเลียมในทะเลฝั่งอันดามันรอบใหม่ (รอบ 26) ซึ่งได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการปิโตรเลียมเรียบร้อยแล้ว โดยมีหลายบริษัทให้ความสนใจ เช่น บริษัท Total Energy, ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามีการเปิดให้สัมปทานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในบริเวณนี้ เนื่องจากมีศักยภาพด้านก๊าซธรรมชาติอยู่ใกล้กลับแหล่งยาดานา และเยตากุน ของประเทศเมียนมา แต่กลับไม่มีการพัฒนาเชิงพาณิชย์ เนื่องจากมองว่าไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน
เบรกขุดถ่านหินทำค่าไฟพุ่ง
สำหรับกรณีที่รัฐมนตรีมีหนังสือสั่งให้ กฟผ. ระงับการดำเนินการที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างงานจ้างเหมาขุด-ขนถ่านหินที่เหมืองแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ซึ่งบริษัท สหกลอิควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (SQ) ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ชนะการเสนอราคา 7,170 ล้านบาท หลังจากบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (ITD) ได้ยื่นอุทธรณ์นั้น กฟผ.ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ คาดใช้เวลาประมาณ 30 วัน หลังจากนั้นนำเสนอต่อคณะกรรมการ กฟผ. ต่อไป
ทั้งนี้ ปัจจุบัน กฟผ. มีสภาพคล่องและกระแสเงินสดประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาท มีศักยภาพในการบริหารจัดการการลงทุนและหนี้ได้ แต่หากมีปัญหาสภาพคล่องก็จะทำให้การส่งเงินเข้ารัฐล่าช้าออกไป ปัจจุบันหนี้คงค้างค่าไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 8 หมื่นล้านบาท
กองทุนน้ำมันฯติดลบ 8 หมื่น ล.
สำหรับการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีภาระหนี้ในการอุดหนุนราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้ม (LPG) ในขณะที่ไม่ได้มีการอุดหนุนเชื้อเพลิงชีวภาพ มีการเก็บเงินเข้ากองทุนทั้งกลุ่มเบนซินและดีเซล จึงทำให้คาดว่า การบริหารกองทุนจะสามารถใช้หนี้ได้ตามแผน โดยสถานะกองทุนล่าสุด วันที่ 15 ธันวาคม 2567 ติดลบ 80,747 ล้านบาท แบ่งเป็นน้ำมัน ติดลบ 33,593 ล้านบาท LPG ติดลบ 47,154 ล้านบาท ซึ่งกองทุนเริ่มติดลบต่ำกว่าแสนล้าน จากปัจจัยราคาน้ำมันดิบอยู่ในระดับทรงตัว มีการดูแลดีเซลในระดับเพดานไม่เกิน 33 บาท/ลิตร
ขณะนี้กองทุนมีเงินไหลเข้าประมาณ 7 พันล้านบาทต่อเดือน และคาดว่าในปี 2568 เป็นปีที่ราคาพลังงานไม่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลภาพรวมการจัดการค่าไฟฟ้า ราคาน้ำมัน เป็นไปตามแผนที่วางไว้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ประเสริฐ” ย้ำชัด กกพ.องค์กรอิสระ มีสิทธิเดินหน้าคัดเลือกผู้ผลิตไฟฟ้า
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net