โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

เกษตรกรเลี้ยงควายเชียงรายหวั่นโรคระบาดทำควายตายแล้ว 245 ตัว

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 12 พ.ย. 2567 เวลา 10.16 น. • เผยแพร่ 12 พ.ย. 2567 เวลา 10.16 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(12พ.ย.67) ที่ จ.เชียงราย กรณีควายที่ชาวบ้านเลี้ยงอยู่ภายในบริเวณเวียงหนองหล่ม ต.จันจว้าใต้ อ.แม่จัน ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 3 ปาง คือ ปางควายบ้านต้นยาง , ปางควายป่าสักหลวง และปางควายบ้านห้วยน้ำรากหรือปางควายเวียงหนองล่มมีอาการน้ำลายฟูมปาก ไม่ยอมกินหญ้าและอาหาร จนทำให้ควายเกิดล้มป่วยและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก โดยควายที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ชาวบ้านสังเกตพบอาการมาตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา เบื้องต้นชาวบ้านไปแจ้งกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบแล้ว และแจ้งว่าควายเป็นพยาธิ แต่ชาวบ้านที่มีประสบการณ์เลี้ยงควายมานานกว่า 20 ปี สงสัยว่าจะเป็นโรคปากและเท้าเปื่อยมากกว่า

นายสายฝน ชุ่มมงคล ประธานกลุ่มผู้เลี้ยงควายเวียงหนองหล่ม เล่าว่า ควายเริ่มมีอาการมาตั้งแต่น้ำท่วมครั้งแรก จากน้ำที่ท่วมทั้งหมด 3 ครั้ง อาการที่พบเห็นคือคอกระด้างและปากเปื่อยเท้าเปื่อย ไปแจ้งทางปศุสัตว์จังหวัดแล้วเขามอบหมายให้ปศุสัตว์อำเภอมาดูแล แต่ไม่มาดำเนินการแก้ไขให้ จนควายตายจะหมดคอก

"ตอนนี้จึงอยากขอความช่วยเหลือจากภาครัฐบ้าง แม้ปศุสัตว์จะบอกไม่ได้เกิดจากโรคระบาด ตนเชื่อว่าสาเหตุมีหลายอย่าง ตั้งแต่มีการขุดลอกเวียงหนองหล่มจนสถานที่เลี้ยงสัตว์หาย จนทำให้อาหารไม่พอ น้ำก็ท่วม จะให้ชาวบ้านหาฟางมาควายกินก็คงไม่ไหว ค่าใช้จ่ายต่อวันเป็นพันบาท คอกของตนจากที่เคยมี 80 กว่าลดเหลือ 40 กว่าตัว รวมทั้ง 3 ปาง ตอนนี้ควายตายไปแล้ว 245 ตัว ทุกวันนี้ก็ยังทยอยตายอยู่เรื่อย ๆ วันละ 3 - 4 ตัว" นายสายฝน

นายสายฝน บอกด้วยว่า ที่ผ่านมาทางภาครัฐบ่ายเบี่ยงไม่ให้ความช่วยเหลือ ขนาดไปร้องเรียนกับทางจังหวัดก็ยังไม่มาดำเนินการ การเยียวยาก็ไม่มี เพราะอ้างว่าไม่ได้เกิดจากโรคระบาดสัตว์ แต่ภาษีมีการเก็บไปทุกปี ชาวบ้านต้องพึ่งตัวเอง รักษาตามมีตามเกิด บางคนจ่ายค่ายาไปมากแล้วแต่ก็ไม่ดีขึ้น จนรู้สึกท้อ แต่เพราะเลี้ยงกันมาตั้งบรรพบุรุษ เห็นควายเจ็บป่วยล้มตายก็เสียใจ เพราะมีความผูกพันกันมา รายได้จากการเลี้ยงควายทำให้หลายครอบครัวอยู่ได้ แต่ยิ่งมีการขุดลอกเวียงหนองหล่มมากขึ้น พื้นที่ที่เคยเป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์ก็หายไปมาก จากที่เคยมีควายเลี้ยงในเวียงหนองหล่ม 4 - 5 พันตัว ตอนนี้เหลือไม่ถึง 1 พันตัว

ด้าน น.ส.สุวิชชา ปัญจขันธ์ นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย เปิดเผยถึงสาเหตุการตายของควายในปางควายทั้ง 3 แห่ง ว่า เท่าที่ได้มีการเก็บตัวอย่างจากฟาร์มของเกษตรกร ผลการตรวจพิสูจน์จากศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคเหนือตอนบนจังหวัดลำปาง พบว่าควายมีภาวะโลหิตจางอย่างรุนแรงและตับวาย ตรวจพบมีพยาธิในกระเพาะอาหาร สันนิษฐานว่าตั้งแต่ปางควายประสบปัญหาภัยแล้งจนถึงน้ำท่วม

"ควายมีอาหารไม่เพียงพอ ส่งผลต่อการเจริญเติบโต ควายขาดสารอาหารจนร่างกายอ่อนแอ ประกอบกับฤดูฝนมีแมลงเยอะจนเกิดพยาธิในเลือดด้วย แต่สาเหตุหลักน่าจะเกิดจากการขาดอาหารเป็นหลัก เมื่อควายมีร่างกายอ่อนแอ เกิดความเครียดบวกกับอากาศเปลี่ยนแปลงทำให้เกิดโรคได้ง่ายขึ้น" น.ส.สุวิชชา กล่าว

ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้นั้น น.ส.สุวิชชา กล่าวอีกว่า บอกว่า จากการประชุมร่วมกันกับชาวบ้านผู้เลี้ยงสัตว์ได้ข้อสรุปว่า จะหาแนวทางร่วมกัน โดยเบื้องต้นจะหาผู้ประสานงานในแต่ละปางเพื่อมาเข้ารับการอบรมให้ความรู้การเลี้ยงควายแบบประณีต ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องอาหารสัตว์และการดูแลสุขภาพสัตว์ วางโปรแกรมการตรวจสุขภาพประจำปี โปรแกรมวัคซีน โปรแกรมการกำจัดพยาธิ

"จริง ๆ อยากแนะนำให้ทางปางกักสัตว์ที่เป็นโรคไว้เหมือนกัน เวลาปล่อยลงสู่หนองน้ำทำให้พยาธิในทางเดินอาหารระบาดเพิ่ม อยากให้เลี้ยงแบบประณีตมากขึ้น เช่น ปลูกพืชอาหารสัตว์เสริมด้วยอาหารแห้งเพื่อลดโอกาสที่จะเกิดโรค อย่างไรก็ตามตอนนี้ยังยืนว่าควายที่ตายไม่ได้เกิดจากโรคระบาดสัตว์" น.ส.สุวิชชา กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรุ่งนี้(13พ.ย.) เวลา 09.00 น. ปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย และปศุสัตว์อำเภอแม่จัน พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ จะลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ปางควายเวียงหนองล่ม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...