โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“นานาชาติ” โตสวนเด็กเกิดน้อยค่าเทอมพุ่ง 2-9 แสนต่อปี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 ต.ค. 2567 เวลา 10.19 น. • เผยแพร่ 23 ต.ค. 2567 เวลา 03.00 น.

วิกฤติเด็กไทยอัตราเกิดน้อยฉุดธุรกิจโรงเรียนระส่ำปิดตัวนับ “พัน” โรง สวนทางโรงเรียน “นานาชาติ” ฟอร์มดีโต 13% มูลค่าแตะ 8 หมื่นล้านบาท ค่าเทอมพุ่ง 2-9 แสนบาทต่อปี โรงเรียนใหม่ผุดนอกรอบกรุงเทพ-หัวเมืองใหญ่ดันตลาดแข่งขันสูง กลุ่มเด่นหล้าเตรียมขยาย “มัธยม” รักษาฐานนักเรียนเดิม-ขยายฐานนักเรียนใหม่

จากปัญหาโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป อัตราการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่องราว ๆ 4.5% ส่งผลให้จำนวนนักเรียนไทยลดลงประมาณ 0.9% ส่งผลต่อเนื่องให้จำนวนนักเรียนและโรงเรียนไทยเข้าสู่ภาวะหดตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สิ่งที่น่าสนใจ คือ การลงทุนโรงเรียนนานาชาติกลับเพิ่มขึ้นมากอย่างมีนัยสำคัญและมีแนวโน้มขยายตัวไปสู่นอกกรุงเทพฯ มากขึ้น เนื่องจากพื้นที่ที่จำกัดในเมืองหลวงและการแข่งขันของจำนวนโรงเรียนในกรุงเทพฯ ที่หนาแน่น

ส่วนหนึ่งมาจากจำนวนผู้ปกครองที่มีศักยภาพในการลงทุนด้านการศึกษาของบุตรหลานสูงขึ้นส่งผลต่อเนื่องให้โรงเรียนนานาชาติและจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย 6.9% ต่อปีมาโดยตลอด

หากย้อนไปดูข้อมูลจาก KResearch จะพบว่า ในปีการศึกษา 2567 นี้ภาพรวมจำนวนนักเรียนไทยลดลงราว ๆ 1.7% และมีจำนวนโรงเรียนลดลงจากปีการศึกษาก่อนหน้ามากถึง 6.6% หรือกว่า 2,355 โรงเรียน ส่งผลให้ปัจจุบันไทยเหลือโรงเรียนอยู่เพียง 33,098 โรงเรียนเท่านั้น

สวนทางกับจำนวนนักเรียนที่เข้าสู่ระบบโรงเรียนนานาชาติที่เพิ่มขึ้นถึง 10.2% จากดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นแรงส่งให้ค่าเล่าเรียนเพิ่มขึ้นถึง 3.8% ส่งผลให้มูลค่าตลาดโรงเรียนนานาชาติจะมีมูลค่ามากกว่า 8 หมื่นล้านบาท เติบโต 13% จากปีก่อนหน้า

เด็กเกิดน้อยโรงเรียนเอกชนไม่รอดปิดตัวนับ “ร้อย”

ดร.เต็มยศ ปาลเดชพงศ์ กรรมการบริหารเด่นหล้ากรุ๊ป เปิดเผยกับ “การเงินธนาคาร” ว่า ปัญหาการเกิดของเด็กที่น้อยลงต่อเนื่องในระยะ 6-7 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดความกังวลว่าในระยะถัดไปประชากรไทยจะลดลงมาก ซึ่งจะมีผลกระทบต่อโรงเรียนเอกชนแน่นอน โดยใน 5-6 ปีมานี้โรงเรียนเอกชนปิดตัวไปหลายร้อยโรงทั่วประเทศส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก

อย่างไรก็ตาม “โรงเรียนนานาชาติ” ยังเติบโตอยู่เพราะ “ผู้ปกครอง” มีความตื่นตัวและสนใจในโรงเรียนนานาชาติเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจุบันเป็นยุคของ โลกาภิวัตน์ หรือ Globalization มีการติดต่อสื่อสารกับต่างประเทศมากขึ้น ทำให้มีความจำเป็นเรื่องของภาษา การปรับประยุกต์การเรียนการสอนให้เข้ากับเด็ก ๆ ที่ต้องเติบโตไปทำงานกับต่างประเทศมากขึ้น

รวมทั้งปัจจัยเรื่องของสภาพเศรษฐกิจถึงแม้ว่าไทยจะเติบโตช้า แต่ก็มีการเติบโตเรื่อย ๆ บวกจำนวนสมาชิกในครอบครัวที่ลดลงจากเมื่อ 40 ปีที่แล้วเฉลี่ยหนึ่งครอบครัวจะมีลูกประมาณ 3 คน เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้วจะมีลูกครอบครัวละประมาณ 2 คน แต่ปัจจุบันนี้เหลือประมาณครอบครัวละ 1 คน เพราะฉะนั้นจึงมีกำลังส่งให้เด็กต่อคนมาก เด็กบางคนยังมีญาติที่ช่วยสนับสนุนค่าเล่าเรียนเพิ่มทำให้มีกำลังส่งมากขึ้นในกลุ่มโรงเรียนนานาชาติ

นานาชาติแข่งดุตีวงขยายรอบนอกกรุงเทพ-หัวเมืองใหญ่

อย่างไรก็ดีจากดีมานด์โรงเรียนนานาชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้โรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพเริ่มไม่เพียงพอ ส่งผลให้ระยะ 10 ปีที่ผ่านมามีโปรเจคใหญ่ๆ ที่ลงทุนหลักหลาย “ร้อยล้าน” หรือ “พันล้าน” รอบกรุงเทพฯเกิดขึ้นใหม่เกิน 10 โปรเจคส่งผลให้การแข่งขันสูงมากขึ้นในตลาด โดยเฉพาะรอบกรุงเทพฯ ซึ่งปัจจุบันการแข่งขันนั้นขยายตัวกว้างออกไปมีการลงทุนโรงเรียนนานาชาติในหัวเมืองต่างๆมากขึ้น

“ในตลาดนานาชาติมีความต้องการจำนวนมาก แต่โรงเรียนจะถูกจำกัดด้วยการเดินทางถ้าต้องเดินทางเกิน 40 นาทีผู้ปกครองก็ไม่สะดวกแล้ว และไม่ค่อยเป็นผลดีกับนักเรียนเท่าไหร่ ดังนั้นจะมีหลายโรงเรียนแบ่งส่วนแบ่งการตลาดไป

ช่วงนี้เป็นตลาดของผู้บริโภคเป็น consumer market ผู้ปกครองและนักเรียนได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้มากเพราะทุกโรงเรียนแข่งขันกันเพิ่มสถานที่และcapacity รวมไปถึงคุณภาพบุคลากรทั้งการอบรม การทุ่มซื้อตัวบุคลากรดีๆเข้ามา เพราะฉะนั้นตอนนี้เป็นการแข่งขันกันเรื่องคุณภาพและเป็นโชคดีของผู้บริโภค

เพราะโรงเรียนนานาชาติค่อนข้างอยู่ในตลาดเสรีถ้าทำไม่ดีก็ปิดตัวไป และถ้ายังมีดีมานด์ก็จะมีคนเปิดเพิ่ม ตอนนี้ทั่วประเทศมีโรงเรียนนานาชาติเกือบ 300 โรงแต่อยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑลประมาณ 200 โรง แน่นอนว่าซัพพลายมีมากกว่าดีมานด์จริงแต่เป็นปัญหาของโรงเรียนบางโรงเรียนอาจจะรับนักเรียนได้ไม่เต็มจำนวนที่สามารถรับได้โดยเฉพาะโรงเรียนใหม่ๆ”

นานาชาติค่าเทอม 2 -9 แสนต่อปีเริ่มเห็นสัญญาณแข่งขันด้านราคา

แน่นอนว่านอกจากการแข่งขันด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและบุคลากรแล้ว“ค่าเทอม” ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ถูกนำมาแข่งขันด้วย ดร.เต็มยศ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันโรงเรียนนานาชาติมีการแข่งขันทางด้านราคา “แต่ผู้ปกครองอาจจะไม่เห็น”**

หากดูราคาที่ประกาศบนเว็บไซต์ของโรงเรียนจะมีราคาที่แจ้งไว้ แต่ละโรงเรียนจะมีการให้ scholarship หรือ ทุนการศึกษากับนักเรียนที่เรียนเก่งและนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ หรือมีการเสริมบางอย่างเช่นส่วนลดในงาน open house

“ถ้าเข้าไปดูในเว็บไซต์ของโรงเรียนราคาจะขึ้นทุกปี แต่ถ้าดูรายละเอียดจะเห็นว่าแต่ละโรงเรียนจะมีส่วนลดในส่วนต่างๆลงมา ปัจจุบันค่าใช้จ่ายของโรงเรียนนานาชาติเริ่มต้นตั้งแต่ปีละ 2 แสนบาทไปจนถึงปีละ 8-9 แสนบาทแล้วแต่ระดับชั้นและคุณภาพครู คุณภาพอาคารสถานที่ต่างๆ

บางที่เก็บ 2 แสนกว่าก็เป็นนานาชาติก็มี แต่ก็อาจจะไม่ได้ใช้ครูต่างชาติสอน ไม่มีครูเจ้าของภาษาหรือไม่ได้ใช้ครูที่มีวุฒิการศึกษาที่จบด้านการศึกษาโดยตรงมาสอน แต่ของเรา ทั้งDLTS และ DBS เป็นครูเจ้าของภาษาและมีใบประกอบวิชาชีพครูจบตรงทั้งหมด”

เด่นหล้าเตรียมขยายชั้นมัธยมปีการศึกษาหน้า

ทั้งนี้ปัจจุบัน“เด่นหล้ากรุ๊ป” ประกอบด้วย 3 โรงเรียนและหลายหลักสูตร โดย 2 โรงเรียนแรกคือ เด่นหล้าเพชรเกษม” และ เด่นหล้าพระราม 5” มี 4 หลักสูตร คือ ก่อนเข้าเรียน หลักสูตรบูรณาการ หลักสูตร Thai และ English program ส่วนหลักที่ 4 คือ นานาชาติ”

โรงเรียนเด่นหล้าเพชรเกษมรับเฉพาะชั้นอนุบาล ส่วนเด่นหล้าพระราม 5 จะมีตั้งแต่อนุบาลประถมและกำลังจะมีมัธยมในปีการศึกษาหน้า ส่วน DBS เป็นนานาชาติ 100% ใช้หลักสูตรอังกฤษมีตั้งแต่อนุบาลรับตั้งแต่ 2 ขวบไปจนถึงป.6

แผนการลงทุนในช่วง 3 ปีข้างหน้าจะเน้นในการขยายระดับชั้นจากปัจจุบันมีถึงป. 6 ซึ่งปีการศึกษาหน้าเมษายน 2568 จะเพิ่มระดับมัธยม 3

“DBS เราใช้หลักสูตรของอังกฤษ เพราะมีความเข้มแข็งด้านวิชาการและมีกรอบที่ค่อนข้างชัดเจน และการใช้ครูอังกฤษก็จะนำมาซึ่งธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆและมารยาทซึ่งใกล้เคียงและค่อนข้างถูกจริตกับคนไทยมากกว่า

ส่วน DLTS ปัจจุบันใช้หลักสูตรของอเมริกา เน้นหลักสูตรนานาชาติ 3 ภาษา และ STEM คือเน้นด้านวิทย์ คณิตและวิศวกรรม ซึ่งประเทศที่ก้าวหน้าด้าน STEM มากที่สุดก็คือสหรัฐอเมริกา แต่เรากำลังจะเปลี่ยนไปเป็น IB ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องของการสอนให้เป็นนานาชาติมากขึ้น ทำให้เด็กมีความเป็น global spective หรือมีแนวคิดที่สามารถทำงานได้กับคนทั่วโลก รู้จักวัฒนธรรมทั่วโลกและเคารพคนทั่วโลก”

นอกจากหลักสูตรผู้บริหารยังเพิ่มกิจกรรมในหลักสูตรนานาชาติ DLTS ให้นักเรียนได้เลือกทำทั้งคาบเรียนกิจกรรมเสรีและกิจกรรมหลังเลิกเรียน ส่วน DBS จะมีกิจกรรมและเวลาเรียนมากกว่า ทั้งคาบเรียนเฉพาะและหลังเลิกเรียนที่ผู้ปกครองสามารถเลือกให้เรียนได้ ในละสัปดาห์มีกิจกรรมให้เลือกรวมกว่า 300กิจกรรมตั้งแต่พักเที่ยง ตอนเย็น หลังเลิกเรียน เฉลี่ยแต่ละวันมีมากกว่า 10 รายการให้เด็กเลือกแล้วแต่ระดับชั้น

“ส่วนในระยะ 3-5 ปีข้างหน้าเรามองว่า DBS ค่อนข้างมีหลักสูตร กิจกรรมและสิ่งอำนวยความสดวกต่างๆครบแล้วอาจจะไม่มีการขยายอะไรมาก ส่วนที่พระราม 5 กำลังก่อสร้าง 3 อาคารรวมถึงพื้นที่สนามกีฬาหมื่นกว่าตารางเมตร โดยตึก 1 จะเป็นอาคารเรียนมีหอประชุม โรงยิมและห้องแล็บต่างๆ อาคารที่ 2 เป็นคลับเฮ้าส์ เน้นด้านกีฬา มีห้องออกกำลังกายต่างๆ สนามฟุตซอล 2 สนาม ลู่วิ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่พระราม 5 กำลังทำให้กับหลักสูตร DLTS

เพราะฉะนั้นในช่วง 3 ปีข้างหน้าคงเน้นในเรื่องของการขยายระดับชั้นจากปัจจุบันมีถึงชั้นป. 6 ซึ่งปีการศึกษาหน้าเมษายน 2568 เราจะมีระดับมัธยม3 ก่อน แล้วค่อยพิจรณาก่อนว่าเด็กจบมัธยมต้นจะไปเรียนต่อต่างประเทศหรือเลือกเรียบรูปแบบไหนก่อนจะวางแผนขยายไปยังระดับมัธยมปลาย”

คนไทยยังนิยมส่งลูกหลานไปเรียนต่างประเทศ

ทั้งนี้ ปัจจุบันคนไทยยังนิยมส่งลูกหลานไปเรียนต่างประเทศอยู่ ซึ่งข้อดีที่มองเห็นคือได้ไปเห็นบรรยากาศต่างประเทศ ได้ไปใช้ชีวิต และรู้จักพึ่งพาตัวเองก็เป็นเรื่องสำคัญเพราะหากอยู่เมืองไทยผู้ปกครองอาจดูแลแบบประคบประหงมหรือดูแลมากเกินไป

แต่ข้อเสียคือเรื่องการใกล้ชิดกับครอบครัว ความเข้าใจภาษาไทย และโอกาสที่จะกลับมาใช้ชีวิตในเมืองไทยในอนาคตเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็อาจจะลดลง

“ส่วนมากเด็กไทยถ้าไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษบางคนเริ่มไปตั้งแต่ 8 หรือ 9 ขวบ หรือช่วงอายุ 13ปี และ16 ปี หรือไม่ก็ไปในช่วงมหาวิทยาลัยทั้งปริญญาตรีและปริญญาโท แต่ถ้า “อเมริกา” จะเริ่มไปช่วงอายุ 10-11 ขวบ หรือhigh school อายุ 12-13 ขวบ และมหาวิทยาลัย 18 ปี

ซึ่งส่วนใหญ่นักเรียนไทยที่ไปเรียนต่างประเทศปัจจุบันกว่า90%จะเริ่มจากเรียนนานาชาติก่อนไปถึงก็เรียนได้เลยไม่ต้องเรียนภาษาใหม่ แตกต่างจากเมื่อ 30 ปีที่แล้วคนที่ไปเรียนต่างประเทศอาจจะเรียนโรงเรียนไทยก่อน”

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...