“นานาชาติ” โตสวนเด็กเกิดน้อยค่าเทอมพุ่ง 2-9 แสนต่อปี
วิกฤติเด็กไทยอัตราเกิดน้อยฉุดธุรกิจโรงเรียนระส่ำปิดตัวนับ “พัน” โรง สวนทางโรงเรียน “นานาชาติ” ฟอร์มดีโต 13% มูลค่าแตะ 8 หมื่นล้านบาท ค่าเทอมพุ่ง 2-9 แสนบาทต่อปี โรงเรียนใหม่ผุดนอกรอบกรุงเทพ-หัวเมืองใหญ่ดันตลาดแข่งขันสูง กลุ่มเด่นหล้าเตรียมขยาย “มัธยม” รักษาฐานนักเรียนเดิม-ขยายฐานนักเรียนใหม่
จากปัญหาโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป อัตราการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่องราว ๆ 4.5% ส่งผลให้จำนวนนักเรียนไทยลดลงประมาณ 0.9% ส่งผลต่อเนื่องให้จำนวนนักเรียนและโรงเรียนไทยเข้าสู่ภาวะหดตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สิ่งที่น่าสนใจ คือ การลงทุนโรงเรียนนานาชาติกลับเพิ่มขึ้นมากอย่างมีนัยสำคัญและมีแนวโน้มขยายตัวไปสู่นอกกรุงเทพฯ มากขึ้น เนื่องจากพื้นที่ที่จำกัดในเมืองหลวงและการแข่งขันของจำนวนโรงเรียนในกรุงเทพฯ ที่หนาแน่น
ส่วนหนึ่งมาจากจำนวนผู้ปกครองที่มีศักยภาพในการลงทุนด้านการศึกษาของบุตรหลานสูงขึ้นส่งผลต่อเนื่องให้โรงเรียนนานาชาติและจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย 6.9% ต่อปีมาโดยตลอด
หากย้อนไปดูข้อมูลจาก KResearch จะพบว่า ในปีการศึกษา 2567 นี้ภาพรวมจำนวนนักเรียนไทยลดลงราว ๆ 1.7% และมีจำนวนโรงเรียนลดลงจากปีการศึกษาก่อนหน้ามากถึง 6.6% หรือกว่า 2,355 โรงเรียน ส่งผลให้ปัจจุบันไทยเหลือโรงเรียนอยู่เพียง 33,098 โรงเรียนเท่านั้น
สวนทางกับจำนวนนักเรียนที่เข้าสู่ระบบโรงเรียนนานาชาติที่เพิ่มขึ้นถึง 10.2% จากดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นแรงส่งให้ค่าเล่าเรียนเพิ่มขึ้นถึง 3.8% ส่งผลให้มูลค่าตลาดโรงเรียนนานาชาติจะมีมูลค่ามากกว่า 8 หมื่นล้านบาท เติบโต 13% จากปีก่อนหน้า
เด็กเกิดน้อยโรงเรียนเอกชนไม่รอดปิดตัวนับ “ร้อย”
ดร.เต็มยศ ปาลเดชพงศ์ กรรมการบริหารเด่นหล้ากรุ๊ป เปิดเผยกับ “การเงินธนาคาร” ว่า ปัญหาการเกิดของเด็กที่น้อยลงต่อเนื่องในระยะ 6-7 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดความกังวลว่าในระยะถัดไปประชากรไทยจะลดลงมาก ซึ่งจะมีผลกระทบต่อโรงเรียนเอกชนแน่นอน โดยใน 5-6 ปีมานี้โรงเรียนเอกชนปิดตัวไปหลายร้อยโรงทั่วประเทศส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก
อย่างไรก็ตาม “โรงเรียนนานาชาติ” ยังเติบโตอยู่เพราะ “ผู้ปกครอง” มีความตื่นตัวและสนใจในโรงเรียนนานาชาติเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจุบันเป็นยุคของ โลกาภิวัตน์ หรือ Globalization มีการติดต่อสื่อสารกับต่างประเทศมากขึ้น ทำให้มีความจำเป็นเรื่องของภาษา การปรับประยุกต์การเรียนการสอนให้เข้ากับเด็ก ๆ ที่ต้องเติบโตไปทำงานกับต่างประเทศมากขึ้น
รวมทั้งปัจจัยเรื่องของสภาพเศรษฐกิจถึงแม้ว่าไทยจะเติบโตช้า แต่ก็มีการเติบโตเรื่อย ๆ บวกจำนวนสมาชิกในครอบครัวที่ลดลงจากเมื่อ 40 ปีที่แล้วเฉลี่ยหนึ่งครอบครัวจะมีลูกประมาณ 3 คน เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้วจะมีลูกครอบครัวละประมาณ 2 คน แต่ปัจจุบันนี้เหลือประมาณครอบครัวละ 1 คน เพราะฉะนั้นจึงมีกำลังส่งให้เด็กต่อคนมาก เด็กบางคนยังมีญาติที่ช่วยสนับสนุนค่าเล่าเรียนเพิ่มทำให้มีกำลังส่งมากขึ้นในกลุ่มโรงเรียนนานาชาติ
นานาชาติแข่งดุตีวงขยายรอบนอกกรุงเทพ-หัวเมืองใหญ่
อย่างไรก็ดีจากดีมานด์โรงเรียนนานาชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้โรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพเริ่มไม่เพียงพอ ส่งผลให้ระยะ 10 ปีที่ผ่านมามีโปรเจคใหญ่ๆ ที่ลงทุนหลักหลาย “ร้อยล้าน” หรือ “พันล้าน” รอบกรุงเทพฯเกิดขึ้นใหม่เกิน 10 โปรเจคส่งผลให้การแข่งขันสูงมากขึ้นในตลาด โดยเฉพาะรอบกรุงเทพฯ ซึ่งปัจจุบันการแข่งขันนั้นขยายตัวกว้างออกไปมีการลงทุนโรงเรียนนานาชาติในหัวเมืองต่างๆมากขึ้น
“ในตลาดนานาชาติมีความต้องการจำนวนมาก แต่โรงเรียนจะถูกจำกัดด้วยการเดินทางถ้าต้องเดินทางเกิน 40 นาทีผู้ปกครองก็ไม่สะดวกแล้ว และไม่ค่อยเป็นผลดีกับนักเรียนเท่าไหร่ ดังนั้นจะมีหลายโรงเรียนแบ่งส่วนแบ่งการตลาดไป
ช่วงนี้เป็นตลาดของผู้บริโภคเป็น consumer market ผู้ปกครองและนักเรียนได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้มากเพราะทุกโรงเรียนแข่งขันกันเพิ่มสถานที่และcapacity รวมไปถึงคุณภาพบุคลากรทั้งการอบรม การทุ่มซื้อตัวบุคลากรดีๆเข้ามา เพราะฉะนั้นตอนนี้เป็นการแข่งขันกันเรื่องคุณภาพและเป็นโชคดีของผู้บริโภค
เพราะโรงเรียนนานาชาติค่อนข้างอยู่ในตลาดเสรีถ้าทำไม่ดีก็ปิดตัวไป และถ้ายังมีดีมานด์ก็จะมีคนเปิดเพิ่ม ตอนนี้ทั่วประเทศมีโรงเรียนนานาชาติเกือบ 300 โรงแต่อยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑลประมาณ 200 โรง แน่นอนว่าซัพพลายมีมากกว่าดีมานด์จริงแต่เป็นปัญหาของโรงเรียนบางโรงเรียนอาจจะรับนักเรียนได้ไม่เต็มจำนวนที่สามารถรับได้โดยเฉพาะโรงเรียนใหม่ๆ”
นานาชาติค่าเทอม 2 -9 แสนต่อปีเริ่มเห็นสัญญาณแข่งขันด้านราคา
แน่นอนว่านอกจากการแข่งขันด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและบุคลากรแล้ว“ค่าเทอม” ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ถูกนำมาแข่งขันด้วย ดร.เต็มยศ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันโรงเรียนนานาชาติมีการแข่งขันทางด้านราคา “แต่ผู้ปกครองอาจจะไม่เห็น”**
หากดูราคาที่ประกาศบนเว็บไซต์ของโรงเรียนจะมีราคาที่แจ้งไว้ แต่ละโรงเรียนจะมีการให้ scholarship หรือ ทุนการศึกษากับนักเรียนที่เรียนเก่งและนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ หรือมีการเสริมบางอย่างเช่นส่วนลดในงาน open house
“ถ้าเข้าไปดูในเว็บไซต์ของโรงเรียนราคาจะขึ้นทุกปี แต่ถ้าดูรายละเอียดจะเห็นว่าแต่ละโรงเรียนจะมีส่วนลดในส่วนต่างๆลงมา ปัจจุบันค่าใช้จ่ายของโรงเรียนนานาชาติเริ่มต้นตั้งแต่ปีละ 2 แสนบาทไปจนถึงปีละ 8-9 แสนบาทแล้วแต่ระดับชั้นและคุณภาพครู คุณภาพอาคารสถานที่ต่างๆ
บางที่เก็บ 2 แสนกว่าก็เป็นนานาชาติก็มี แต่ก็อาจจะไม่ได้ใช้ครูต่างชาติสอน ไม่มีครูเจ้าของภาษาหรือไม่ได้ใช้ครูที่มีวุฒิการศึกษาที่จบด้านการศึกษาโดยตรงมาสอน แต่ของเรา ทั้งDLTS และ DBS เป็นครูเจ้าของภาษาและมีใบประกอบวิชาชีพครูจบตรงทั้งหมด”
เด่นหล้าเตรียมขยายชั้นมัธยมปีการศึกษาหน้า
ทั้งนี้ปัจจุบัน“เด่นหล้ากรุ๊ป” ประกอบด้วย 3 โรงเรียนและหลายหลักสูตร โดย 2 โรงเรียนแรกคือ “เด่นหล้าเพชรเกษม” และ “เด่นหล้าพระราม 5” มี 4 หลักสูตร คือ ก่อนเข้าเรียน หลักสูตรบูรณาการ หลักสูตร Thai และ English program ส่วนหลักที่ 4 คือ “นานาชาติ”
โรงเรียนเด่นหล้าเพชรเกษมรับเฉพาะชั้นอนุบาล ส่วนเด่นหล้าพระราม 5 จะมีตั้งแต่อนุบาลประถมและกำลังจะมีมัธยมในปีการศึกษาหน้า ส่วน DBS เป็นนานาชาติ 100% ใช้หลักสูตรอังกฤษมีตั้งแต่อนุบาลรับตั้งแต่ 2 ขวบไปจนถึงป.6
แผนการลงทุนในช่วง 3 ปีข้างหน้าจะเน้นในการขยายระดับชั้นจากปัจจุบันมีถึงป. 6 ซึ่งปีการศึกษาหน้าเมษายน 2568 จะเพิ่มระดับมัธยม 3
“DBS เราใช้หลักสูตรของอังกฤษ เพราะมีความเข้มแข็งด้านวิชาการและมีกรอบที่ค่อนข้างชัดเจน และการใช้ครูอังกฤษก็จะนำมาซึ่งธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆและมารยาทซึ่งใกล้เคียงและค่อนข้างถูกจริตกับคนไทยมากกว่า
ส่วน DLTS ปัจจุบันใช้หลักสูตรของอเมริกา เน้นหลักสูตรนานาชาติ 3 ภาษา และ STEM คือเน้นด้านวิทย์ คณิตและวิศวกรรม ซึ่งประเทศที่ก้าวหน้าด้าน STEM มากที่สุดก็คือสหรัฐอเมริกา แต่เรากำลังจะเปลี่ยนไปเป็น IB ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องของการสอนให้เป็นนานาชาติมากขึ้น ทำให้เด็กมีความเป็น global spective หรือมีแนวคิดที่สามารถทำงานได้กับคนทั่วโลก รู้จักวัฒนธรรมทั่วโลกและเคารพคนทั่วโลก”
นอกจากหลักสูตรผู้บริหารยังเพิ่มกิจกรรมในหลักสูตรนานาชาติ DLTS ให้นักเรียนได้เลือกทำทั้งคาบเรียนกิจกรรมเสรีและกิจกรรมหลังเลิกเรียน ส่วน DBS จะมีกิจกรรมและเวลาเรียนมากกว่า ทั้งคาบเรียนเฉพาะและหลังเลิกเรียนที่ผู้ปกครองสามารถเลือกให้เรียนได้ ในละสัปดาห์มีกิจกรรมให้เลือกรวมกว่า 300กิจกรรมตั้งแต่พักเที่ยง ตอนเย็น หลังเลิกเรียน เฉลี่ยแต่ละวันมีมากกว่า 10 รายการให้เด็กเลือกแล้วแต่ระดับชั้น
“ส่วนในระยะ 3-5 ปีข้างหน้าเรามองว่า DBS ค่อนข้างมีหลักสูตร กิจกรรมและสิ่งอำนวยความสดวกต่างๆครบแล้วอาจจะไม่มีการขยายอะไรมาก ส่วนที่พระราม 5 กำลังก่อสร้าง 3 อาคารรวมถึงพื้นที่สนามกีฬาหมื่นกว่าตารางเมตร โดยตึก 1 จะเป็นอาคารเรียนมีหอประชุม โรงยิมและห้องแล็บต่างๆ อาคารที่ 2 เป็นคลับเฮ้าส์ เน้นด้านกีฬา มีห้องออกกำลังกายต่างๆ สนามฟุตซอล 2 สนาม ลู่วิ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่พระราม 5 กำลังทำให้กับหลักสูตร DLTS
เพราะฉะนั้นในช่วง 3 ปีข้างหน้าคงเน้นในเรื่องของการขยายระดับชั้นจากปัจจุบันมีถึงชั้นป. 6 ซึ่งปีการศึกษาหน้าเมษายน 2568 เราจะมีระดับมัธยม3 ก่อน แล้วค่อยพิจรณาก่อนว่าเด็กจบมัธยมต้นจะไปเรียนต่อต่างประเทศหรือเลือกเรียบรูปแบบไหนก่อนจะวางแผนขยายไปยังระดับมัธยมปลาย”
คนไทยยังนิยมส่งลูกหลานไปเรียนต่างประเทศ
ทั้งนี้ ปัจจุบันคนไทยยังนิยมส่งลูกหลานไปเรียนต่างประเทศอยู่ ซึ่งข้อดีที่มองเห็นคือได้ไปเห็นบรรยากาศต่างประเทศ ได้ไปใช้ชีวิต และรู้จักพึ่งพาตัวเองก็เป็นเรื่องสำคัญเพราะหากอยู่เมืองไทยผู้ปกครองอาจดูแลแบบประคบประหงมหรือดูแลมากเกินไป
แต่ข้อเสียคือเรื่องการใกล้ชิดกับครอบครัว ความเข้าใจภาษาไทย และโอกาสที่จะกลับมาใช้ชีวิตในเมืองไทยในอนาคตเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็อาจจะลดลง
“ส่วนมากเด็กไทยถ้าไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษบางคนเริ่มไปตั้งแต่ 8 หรือ 9 ขวบ หรือช่วงอายุ 13ปี และ16 ปี หรือไม่ก็ไปในช่วงมหาวิทยาลัยทั้งปริญญาตรีและปริญญาโท แต่ถ้า “อเมริกา” จะเริ่มไปช่วงอายุ 10-11 ขวบ หรือhigh school อายุ 12-13 ขวบ และมหาวิทยาลัย 18 ปี
ซึ่งส่วนใหญ่นักเรียนไทยที่ไปเรียนต่างประเทศปัจจุบันกว่า90%จะเริ่มจากเรียนนานาชาติก่อนไปถึงก็เรียนได้เลยไม่ต้องเรียนภาษาใหม่ แตกต่างจากเมื่อ 30 ปีที่แล้วคนที่ไปเรียนต่างประเทศอาจจะเรียนโรงเรียนไทยก่อน”