บทเรียนจาก “บอส”
คอลัมน์ : Market-think ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์
ในขณะที่ข่าวเรื่อง “ดิไอคอน” กับเหล่า “บอส” ทั้งหลายเริ่มบานปลายไปใหญ่โตมากขึ้นเรื่อย ๆ
จากความผิดฐาน “ฉ้อโกง” เริ่มพัฒนาเป็น “แชร์ลูกโซ่” และฟอกเงิน
มีหลายฝ่ายวิเคราะห์ว่า คดีนี้คงเป็นหนังเรื่องยาวทีเดียว
เพราะ “บอสพอล” เริ่มตั้งหลักได้ และให้ทนายออกมาตอบโต้และเปิดประเด็นใหม่เรื่อง “แก๊งเรียกเงิน”
เพื่อให้คนรู้สึกว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ มี “เบื้องหลัง”
เป็นการตอบโต้เพื่อไม่ให้กระแสความรู้สึกของสังคมไหลไปในทิศทางเดียว
เพราะต้องยอมรับว่า ข่าวเรื่อง “ดิไอคอน” นั้นเป็นการผสมปนเประหว่าง “ข้อเท็จจริง” กับ “ความรู้สึก”
ในเรื่องคดีนั้น “บอสพอล” น่าจะผิดแน่ ๆ ที่ใช้วิธีการ “ขายตรง” ทั้งที่จดทะเบียนเป็น “การตลาดแบบตรง”
ส่วนเรื่องอื่น ๆ นั้นคงต้องดูหลักฐานรายละเอียดกันต่อไป
คนในวงการธุรกิจหลายคนบอกว่า “บอสพอล” นั้นฉลาดมาก ที่วางระบบธุรกิจที่ไต่ตามเส้นกฎหมาย
ใช้คำว่า “เปิดบิล” เพื่อให้เป็นการทำธุรกิจขายของ
ผู้เสียหายไปฟ้องร้อง สคบ.ก็ต้องตีความกัน เพราะ สคบ.บอกว่าคนที่ร้องเรียนไม่ใช่ “ผู้บริโภค”
“ผู้บริโภค” ต้องไม่ “เปิดบิล”
หรือการสร้างระบบให้จ่ายเงินซื้อของก่อน “บอสพอล” ใช้เหตุผลที่เป็น Pain Point ของธุรกิจขายออนไลน์ คือ คนขาย ไม่มีพื้นที่สต๊อกของ และต้องไปส่งของเอง
เขาก็เสนอว่า “เปิดบิล” ไปก่อน แต่สินค้าฝากไว้ที่ “ดิไอคอน”
ขายได้ เขาจะส่งให้เอง
ฟังดูดีมาก
แต่ในทางบัญชี สมมุติว่าเปิดบิล 250,000 บาท เงินทั้งก้อนเข้ากระเป๋า “บอสพอล” ก่อน แต่เขายังไม่ต้องจ่ายเงินค่าผลิตสินค้า
ลูกข่ายขายของได้เมื่อไร ค่อยจ่ายค่าผลิตของ
เอาเงินไปหมุนได้ก่อน
แต่เรื่องมาตรา 19 ที่หารายได้จากการหาสมาชิก ไม่ใช่การขายสินค้า ก็ยังมีข้อกฎหมายที่ต้องถกเถียงกัน
ครับ เรื่อง “ข้อเท็จจริง” ของคดีก็เรื่องหนึ่ง
แต่เรื่อง “ความรู้สึก” ของคนในสังคมที่มีต่อ “บอส” และวิธีการขายของ “ดิไอคอน” ทำให้ข่าวนี้รุนแรงขึ้น
ตั้งแต่การฆ่าตัวตายของลูกข่ายที่เอาเงินก้อนสุดท้ายในชีวิตมาลงทุน
หรือครอบครัวแตกแยก
จนถึงการใช้ชีวิต “อวดรวย” ของ “บอส” ต่าง ๆ น่าหมั่นไส้มาก
วันนี้ “บอส” ต่าง ๆ แม้จะยังไม่ผิด แต่ต้องไปใช้ชีวิตในเรือนจำ
จากคนที่เคยใช้ชีวิตสุขสบาย ต้องไปอยู่ในพื้นที่จำกัด และใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก
เหมือน “เทวดาตกสวรรค์”
หากย้อนเวลากลับไปได้ ผมเชื่อว่า “บอส” ทุกคนจะไม่ทำอะไรที่สุ่มเสี่ยง ผิดกฎหมายแบบนี้
และวิถีการใช้ชีวิตก็คงจะเปลี่ยนไป
จากกรณี “ดิไอคอน” น่าจะเป็นบทเรียนของคนทำธุรกิจ
และคนที่มีฐานะทุกคน
ผมสรุปได้ 4 เรื่อง
เรื่องแรก อย่าเสี่ยงกับความผิดทางกฎหมาย
ทำธุรกิจต้องเสี่ยง
แต่ให้เสี่ยงเรื่องธุรกิจ
อย่าเสี่ยงเรื่องความผิดทางกฎหมายโดยเฉพาะคดีอาญา
อย่าไต่เส้น ให้อยู่ห่างเส้นที่อาจถูกตีความว่าผิดกฎหมายมากกว่าปกติจะดีมาก
อย่าคิดเข้าข้างตัวเองว่าจะไม่มีใครรู้ หรือไม่มีใครจับได้
เรื่องที่สอง ทำความดีช่วยเหลือสังคมเยอะ ๆ
ยามปกติ “ความรวย” จะช่วยให้คุณขยายธุรกิจได้เร็ว
แต่ยามที่มีปัญหา “ความดี” จะช่วยป้องกันไม่ให้กระแสสังคมถล่มจนไม่มีที่ยืน
“ความรวย” ช่วยอะไรไม่ได้
เรื่องสุดท้าย อย่าอวดรวย
กรณี “ดิไอคอน” ที่แรงมากมาจากเรื่องนี้เลยครับ
“ความหมั่นไส้” นั้นน่ากลัวมาก
ต้องยอมรับว่าการใช้ชีวิตของ “บอส” หลายคนที่อวยรวยแบบไม่มีกาลเทศะ ทำให้คนหมั่นไส้
ทั้งที่มี “คนรวย” กว่า “บอส” มากมายที่เขาใช้ชีวิตหรูหรากว่านี้อีก
แต่เขาไม่ “อวด”
ลองดูข่าวเก่า ๆ สิครับ กลุ่มพนันออนไลน์ จีนเทา หรือกลุ่มบอส มักจะอวดของแบบเดียวกันหมด
รถซูเปอร์คาร์ นาฬิกาหรู เสื้อผ้า-กระเป๋าแบรนด์เนม ฯลฯ
นึกถึงคนที่หาเช้ากินค่ำ นั่งรถเมล์ เงินเดือนไม่พอใช้ ฯลฯ จะรู้สึกอย่างไร เมื่อเห็นการใช้ชีวิตของคนกลุ่มนี้
เขาลืมว่าเมืองไทยจำนวน “คนจน” มากกว่า “คนรวย” หลายเท่าตัว
และจำนวนเท้าก็เยอะกว่าด้วย
ไม่แปลกที่ผู้กระทำผิดที่ “อวดรวย” มักจะจมดิน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บทเรียนจาก “บอส”
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net