โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไทยรั้งแชมป์ เที่ยวกัมพูชามากสุดช่วง 8 เดือนแรกปี 67 ตามด้วยเวียดนาม-จีน

The Bangkok Insight

อัพเดต 30 ก.ย 2567 เวลา 02.48 น. • เผยแพร่ 30 ก.ย 2567 เวลา 02.48 น. • The Bangkok Insight

กระทรวงท่องเที่ยวกัมพูชา เผนไทยครองแชมป์เที่ยวกัมพูชา มากสุดในช่วงมกราคม-สิงหาคม 2567 ตั้งเป้าปีนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศเฉียด 6 ล้านคน

กระทรวงการท่องเที่ยวของกัมพูชารายงานว่า ปริมาณนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เยือนกัมพูชา ช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม 2024 รวมอยู่ที่ 4.29 ล้านคน เพิ่มขึ้น 22.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

เที่ยวกัมพูชา

นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า คนไทยยังคงเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เยือนกัมพูชามากที่สุดในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ ตามด้วยเวียดนามและจีน โดยจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยอยู่ที่ราว 1.34 ล้านคน เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบปีต่อปี

ทั้งนี้ 35.8% ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั้งหมดที่เยือนกัมพูชาในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้เดินทางเยือนทางอากาศ และ 64.2% เดินทางเยือนทางบกและทางน้ำ

ฮุนมาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ส่งสารเนื่องในวันท่องเที่ยวโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 27 กันยายนของทุกปี ระบุว่าการท่องเที่ยวเป็นทองเขียว ของกัมพูชา มีส่วนส่งเสริมการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจอย่างมาก โดยคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เยือนกัมพูชาในปี 2567 จะสูงเกือบ 6 ล้านคน และเพิ่มขึ้นเป็น 7 ล้านคนในปี 2569

นายกรัฐมนตรีกัมพูชาเชื่อมั่นว่า ท่าอากาศยานนานาชาติเสียมราฐ อังกอร์ ซึ่งเปิดทำการเชิงพาณิชย์เดือนพฤศจิกายน 2566 และท่าอากาศยานนานาชาติเตโช ซึ่งจะเปิดทำการในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 จะมีบทบาทสำคัญในการรับรองนักท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในสี่เสาหลักค้ำจุนเศรษฐกิจของกัมพูชา โดยภาคการท่องเที่ยวสร้างรายได้รวม 3.08 พันล้านดอลลาร์ (ราว 9.94 หมื่นล้านบาท) ในปี 2566 และสร้างงานโดยตรงราว 4.5 แสนอัตรา

ที่มา: สำนักข่าวซินหัว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...