โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไบเออร์สด๊อรฟ ประเทศไทย ชูความพร้อมผู้นำธุรกิจบิวตี้เพื่อความยั่งยืน เปิดบ้านโชว์โซลาร์ฟาร์มแห่งแรกในไทยเดินหน้ารักษ์โลกด้วยการใช้พลังงานทดแทน

Positioningmag

อัพเดต 04 ต.ค. 2567 เวลา 08.58 น. • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2567 เวลา 08.49 น.

บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ ประเทศไทย ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวระดับโลก อย่าง นีเวีย และยูเซอริน ตอกย้ำเป้าหมายนำพาธุรกิจสู่ความเป็นผู้นำธุรกิจบิวตี้เพื่อความยั่งยืนตัวจริง กับอีกก้าวสำคัญในการปรับฐานการผลิตใหญ่ในประเทศไทยเป็นครั้งแรกสู่การใช้พลังงานทดแทนจากโซลาร์ฟาร์ม ควบคู่ไปกับการเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจด้วยแนวทางด้านความยั่งยืนแบบบูรณาการตลอดห่วงโซ่คุณค่า ทั้งผู้บริโภค สิ่งแวดล้อม และสังคม โดย ไบเออร์สด๊อรฟได้เพิ่มเป้าหมายในเรื่องการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 90% ภายในปี พ.ศ. 2588
ไบเออร์สด๊อรฟ เป็นบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นที่ประเทศเยอรมนี โดยพอล ไบเออร์สด๊อรฟ ได้คิดค้นพลาสเตอร์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2425 และ ในปี พ.ศ. 2433 ที่ ดร. ออสการ์ โทรโพลวิตซ์ ได้เข้ามาเป็นผู้สร้างและอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่นิยมจนถึงทุกวันนี้อย่าง NIVEA Cream หรือที่คุ้นเคยกันว่า นีเวียครีมตลับสีฟ้า นอกจากนี้ยังรวมไปถึง NIVEA SUN, Eucerin Lotion และ NIVEA DEO อีกด้วย โดยนีเวียครีมตลับสีฟ้า ได้นำเข้ามาขายที่ประเทศไทยครั้งแรกในปี พ.ศ. 2469 ก่อนที่จะก่อตั้งบริษัทไบเออร์สด๊อรฟ ในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2515 และตั้งโรงงานผลิตขึ้นในปี พ.ศ. 2530 นับจากนั้นมาบริษัทได้พัฒนาจนกลายเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของไบเออร์สด๊อรฟในทวีปเอเชีย ที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ รวมถึงการดำเนินงานเพื่อรองรับเป้าหมายด้านความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน
อนึ่ง ความท้าทายของการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวทางของความยั่งยืนที่นอกจากจะต้องอาศัยความมุ่งมั่นแล้ว ยังมีปัจจัยในเรื่องความซับซ้อนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งไบเออร์สด๊อรฟให้ความสำคัญและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยลดขยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเลือกใช้แหล่งพลังงานทดแทน การดูแลแหล่งกำเนิดวัตถุดิบและทรัพยากรธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจไม่ว่าจะเป็นแหล่งน้ำ แหล่งดิน ผืนป่า ฯลฯ รวมถึงการดูแลชุมชนและท้องถิ่นนั้น ๆ ที่ไม่เพียงการสร้างอาชีพแต่ยังดูแลผู้คนตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน และการส่งเสริมสังคมที่เคารพและยอมรับในความแตกต่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการพัฒนาศักยภาพและบทบาทของสตรี เด็ก และเยาวชน ที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมองค์กร “การให้ความดูแล” (Care) อันโดดเด่นของไบเออร์สด๊อรฟ


นางสาววราพร ลิขิตจรรยากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ ประเทศไทย กล่าวว่า“ที่ไบเออร์สด๊อรฟเราให้ความสำคัญเรื่องของการทำธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ตามวัตถุประสงค์การมีอยู่ของแบรนด์ นั่นคือ Care Beyond Skin ที่ให้คุณค่าเหนือกว่าการส่งมอบผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณ ไบเออร์สด๊อร์ฟทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยได้แสดงให้เห็นถึงจุดยืนนี้มาอย่างต่อเนื่องว่าเรามุ่งมั่นและจริงจังในการผลักดันเรื่องความยั่งยืนเข้าในฟันเฟืองต่าง ๆ ตลอดห่วงโซ่คุณค่าของเรา ซึ่งตอนนี้ยิ่งให้ความเข้มข้นขึ้นเพื่อสอดรับกับกลยุทธ์ธุรกิจเพื่อความยั่งยืนล่าสุดของเราอย่าง “Win with Care” ที่จะเป็นการปรับเปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่าให้กับผู้บริโภค สิ่งแวดล้อม และสังคม ผ่านผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณของเรา ที่ไม่เพียงพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อคุณภาพที่ดีและตอบโจทย์ผู้ใช้ แต่เรายังให้คุณค่ากับทุกๆ ส่วนที่เกี่ยวข้องตั้งแต่วัตถุดิบ แหล่งที่มา คนมากมายที่อยู่ในกระบวนการผลิตและธุรกิจ และการดำเนินธุรกิจด้วยธรรมาภิบาล และมีความโปร่งใส จะเป็นพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนให้ไบเออร์สด๊อรฟไปถึงเป้าหมายการเป็นธุรกิจบิวตี้เพื่อความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง”
สำหรับไบเออร์สด๊อรฟประเทศไทย ที่มีฐานการผลิตที่สำคัญของทวีปเอเชีย มีความเคลื่อนไหวเพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตให้สอดรับกับกลยุทธ์เพื่อความยั่งยืน โดยนอกเหนือจากการกำจัดและบำบัดของเสียจากกระบวนการผลิตที่ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ล่าสุดทางโรงงานได้เปิดใช้โรงผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) เพื่อเป็นแหล่งพลังงานสีเขียว 100% บนพื้นที่กว่า5,610 ตารางเมตร(14 ไร่) ด้วยกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าที่999 กิโลวัตต์สูงสุด (kWp) รวมถึงการเดินหน้าต่ออย่างไม่หยุดยั้งกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์สีเขียวที่เลือกใช้พลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือส่วนผสมที่ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์นีเวียที่ปลอดไมโครพลาสติก 100% นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 และผลิตภัณฑ์กันแดดที่ไม่มีสารที่ทำร้ายปะการัง เป็นต้น ถือเป็นสิ่งที่ยืนยันอย่างชัดเจนว่าไบเออร์สด๊อรฟไม่เพียงแค่จะบรรลุเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานลง 30% ภายในปี พ.ศ. 2568 และเดินหน้ามุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี พ.ศ. 2573 เท่านั้น แต่ยังพร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายต่อไปกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)ด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 90% ภายในปี พ.ศ. 2588


โรงผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm)บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ ประเทศไทย
นางสาวสุเรขา วันเพ็ญ ผู้อํานวยการศูนย์การผลิต บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ ประเทศไทยกล่าวว่า “สําหรับเรา การจะเดินหน้าขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนในระยะยาวนั้น จะต้องทำงานร่วมกันกับพันธมิตรที่มีเป้าหมายเดียวกันอย่างเครือข่ายซัพพลายเออร์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ของเราด้วยเช่นกัน เราสามารถทําให้ผลิตภัณฑ์ของเรามีความยั่งยืนมากขึ้นโดยการเลือกใช้วัตถุดิบและขั้นตอนการผลิตที่มีความเกี่ยวข้องกับการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)ให้น้อยลง เช่นการใช้เส้นทางการจัดส่งที่ใกล้ขึ้นหรือสั้นลง นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการเลือกใช้วัสดุรีไซเคิลแทนพลาสติกใหม่(Virgin plastic)ซึ่งทั้งหมดนี้มีส่วนช่วยลดการปล่อยมลพิษทั้งสิ้น ล่าสุดเราเพิ่งเปิดโซลาร์ฟาร์มที่ใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับโรงงานของไบเออร์สด๊อรฟทั่วโลก ซึ่งเราสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าใช้เองได้มากถึง 25% โดยเป็นพลังงานจากโซลาร์ฟาร์ม 10% นั่นทำให้เราสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้มากถึง 800 ตันต่อปี เทียบเท่ากับการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)โดยต้นไม้ถึง 50,000 ต้น นอกจากนี้ เรายังมีการรณรงค์ส่งเสริมให้ความรู้แก่พนักงานในโรงงานของเรา รวมถึงปลูกฝังจิตสำนึกในการเป็นธุรกิจเพื่อความยั่งยืน อีกด้วย”


สำหรับในเรื่องของความยั่งยืน นอกเหนือจากเรื่องของสิ่งแวดล้อมแล้ว ไบเออร์สด๊อรฟยังให้ความสำคัญในการบริหารจัดการองค์กรโดยให้ความสำคัญและส่งเสริมความเท่าเทียมและยอมรับความแตกต่างในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันนโยบายส่งเสริมพนักงานระดับผู้บริหารแบ่งตามเพศในสัดส่วน 50:50 ที่ทำสำเร็จได้ในปี พ.ศ. 2566 หรือการทำกิจกรรมเพื่อชุมชนท้องถิ่นอย่าง Care Beyond Skin Day ที่พนักงานไบเออร์สด๊อรฟ ทั่วโลก ได้ใช้เวลางานหนึ่งวันเต็มทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์แก่สังคม หรือด้านพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยเฉพาะด้านการศึกษาและการสาธารณสุข อาทิ โครงการปรับปรุงห้องสมุดโรงเรียนที่ยากไร้ในประเทศไทย การบริจาคสิ่งของจำเป็นและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณแก่องค์กรสาธารณกุศล เป็นต้น
นับแต่ปีพ.ศ. 2554 เป็นต้นมา ไบเออร์สด๊อรฟ ได้จัดทำโครงการและกิจกรรม CSR แบบบูรณาการมาอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็น การใช้พลังงานทดแทน บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การพัฒนาคุณภาพและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและผืนป่าในแหล่งวัตถุดิบ โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการศึกษาให้กับสตรีและเยาวชนในชุมชนท้องถิ่นต่าง ๆ ที่เป็นแหล่งวัตถุดิบและการผลิตทั่วโลก เป็นต้น โดยต่อจากนี้ไบเออร์สด๊อรฟ จะยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าสร้างโครงการใหม่ ๆ ที่จะสร้างแรงกระเพื่อมในสังคมเพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีและยั่งยืนต่อไป


ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...