โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สะเอียบเผา 3 นักการเมืองหิวเขื่อน ยันรัฐบาลไม่จริงใจ ประกาศปิดหมู่บ้าน เตรียมยื่นอุ้งอิ้ง

77kaoded

เผยแพร่ 07 ก.ย 2567 เวลา 06.00 น. • 77 ข่าวเด็ด

เวลา 09.00 น. วันที่ 7 กันยายน ชาวสะเอียบ 4 หมู่บ้าน คือ ดอนแก้ว ดอนชัย แม่เต้น และดอนชัยสักทอง จำนวน 1,000 คน ร่วมชุมนุมประท้วงการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ชาวบ้านเดินถือป้ายคัดค้านการสร้งเขื่อนไปตามถนนสายเชียงม่วน -สะเอียบ ระยะทาง 1 กม. ไปสิ้นสุดที่บริเวณหอแดงหอผีประจำหมู่บ้าน แกนนำร่วมขึ้นเวทีปราศรัยกล่าวคัดค้านการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นและให้เหตุผลถึงปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ที่เกิดจากการละเลยไม่แก้ปัญหาอย่างจริงใจ ปล่อยปัญหายาวนานก็ว่า 30 ปี โดยมีบทสรุปในการแก้ปัญหาการจัดการน้ำอยู่แล้วแต่รัฐบาลไม่ดำเนินการ นายณัฐปคัลภ์ ศรีคำภา นายก อบต.สะเอียบ กล่าวว่า โครงการที่เกิดจากการมีส่วนร่วมระหว่างคนในลุ่มน้ำ ชาวสะเอียบและกรมชลประทานพัฒนาโครงการแก้ปัญหาน้ำในลุ่มน้ำยมเรียกว่า โครงการสะเอียบโมเดล พร้อมทั้ง ครม.มีมติชลอ

การสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นไปแล้ว แต่นักการเมือง 3 คนยังมาปลุกผีโครงการแก่งเสือเต้น ซึ่งมีนัยหลายประการโดยเฉพาะการใช้งบประมาณของรัฐบาลที่ต้องการกู้เงินเพิ่ม และพวกต้องการผลประโยชน์ อย่างไรก็ตาม ชาวสะเอียบแม้นายชุม สะเอียบคง อดีตกำนันต้านเขื่อน จะเสียชีวิตไปแล้วแต่สะเอียบมีตัวตายตัวแทน เรามีคนรุ่นต่างๆ ที่จะขึ้นมาแทนเพื่อยืนหยัดต่อสู้
หลังจากเวทีปราศรัยจบลง กลุ่มตะกอนยม เยาวชนรุ่นใหม่ได้อ่านแถลงการแสดงจุดยืนในการปกป้องพื้นที่ป่าสักทอง จากนั้นนายณัฐปคัลภ์ ศรีคำภา นายก อบต.สะเอียบ นำกลุ่มผู้ชุมนุมอ่านแถลงการณ์แสดงจุดยืนของชาวสะเอียบว่า ชาวสะเอียบจะยืนหยัดต่อต้านการสร้างเขื่อน และผลักดันโครงการจัดการน้ำในลุ่มน้ำยมหรือ สะเอียบโมเดล และแสดงจุดยืนในการงดให้ข้อมูลกับภาครัฐหรือปิดหมู่บ้านจนกว่ารัฐจะมีทางออกที่เหมาะสม

จากนั้นชาวตะเกียบได้ร่วมกันปฏิญาณตนว่าจะร่วมรักษาผืนป่าดงสักงามกว่า 2 หมื่นไร่ และปกป้องถิ่นที่อยู่อาศัยตลอดไป

เมื่อคำปฏิญาณจบลง กลุ่มผู้ชุมนุมได้ประกอบพิธีฌาปนกิจศพนักการเมืองทั้ง 3 คน ได้แก่นายปลอดประสพ สุรัสวดี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และนายภูมิธรรม เวชยชัย กลุ่มผู้ชุมนุมได้นำปัสสาวะของแม่หม้ายเข้ารถที่บริเวณรูปภาพของนักการเมืองทั้ง 3 พร้อมทั้งดอกไม้จันทน์ พริกแห้ง และเกลือใส่ลงไปในโลงศพของนักการเมืองเหล่านั้นจากนั้นได้จุดไฟเผาท่ามกลางเสียงสาปแช่งให้มีอันเป็นไปถ้ายังไม่มีเหตุผลในการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นถ้ายังไม่หยุดสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นขอให้มีอันเป็นไปภายใน 3 วัน 7 วัน
หลังจากการเผาศพ 3 นักการเมือง สาบานได้พากันแยกย้ายยุติการชุมนุมเมื่อเวลา 11.00 น.

นายหาญณรงค์ เยาวเรศ ประธานมูลนิธิเพื่อการบริหารการจัดการน้ำแบบบูรณาการ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ความคิดของนักการเมืองอย่างไม่เปลี่ยน พอน้ำแล้งน้ำท่วมก็คิดแต่จะสร้างเขื่อน แต่คิดว่าครั้งนี้ถ้าคุยกันภายในพบว่าส่วนราชการโดยเฉพาะกรมชลฯ ทราบดีว่ามีมติครม.สั่งให้หยุด ผลการเจรจากับสมัชชาคนจนรัฐบาลรับปากว่าจะต้องหยุดโอกาสสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นแต่การที่นักการเมือง 3 คนออกมาพูดในครั้งนี้ เชื่อว่าไม่ใช่การขับเคลื่อนของกรมชลประทาน ไม่ใช่การขับเคลื่อนของกระทรวงเกษตรฯ คิดว่าเรื่องนี้อยู่ที่นักการเมืองที่อยู่ในลุ่มน้ำยม เป็นผู้ริเริ่มขึ้นมา โดยเฉพาะนายปลอดประสพ แม้ไม่มีตำแหน่งทางการเมืองแต่ก็เป็นที่ปรึกษาของรัฐมนตรีสมศักดิ์อยู่ นักการเมืองพรุ่งนี้เชื่อว่าเมื่อรัฐบาลเพื่อไทยขึ้นบริหารประเทศก็จะผลักดันโอกาสสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น เป็นโครงการไม่กลับโปรเจค 300,000 ล้านเศษ

อย่างไรก็ตามโครงการสร้างเขื่อนที่มีอยู่พบว่าไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งได้อย่างวัตถุประสงค์เมื่อมีน้ำมามากก็ต้องปล่อยน้ำออกเช่นเขื่อนแม่มอกปล่อยน้ำเข้าท่วมชุมชนสังคมเริ่มพิสูจน์และตรวจสอบมากขึ้นในโครงการสร้างเขื่อนเมื่อน้ำเต็มก็ปล่อยลงท่วมพื้นที่ข้างล่างถ้าไม่ปล่อยก็เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาเขื่อนแตก เรื่องนี้คนสะเอียบมาช่วยอธิบายพยายามที่จะบอกว่ายังรักยังหวงแหนพื้นที่ทำกินที่อยู่อาศัยและพื้นที่ป่าสักทองผืนใหญ่ของประเทศ นี่เป็นสิ่งที่ชุมชนท้องถิ่นได้แสดงออกต่อนักการเมืองในวันนี้ นายหาญณรงค์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มคัดค้านสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นและชาวสะเอียบรวมทั้งสมัชชาคนจนจะเดินทางเข้าพบนายกแพรทองธาร ชินวัตร เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นและเร่งผลักดันโครงการจัดการน้ำชุมชนที่เรียกว่าละเอียดโมเดลในวันที่ 11 กันยายนนี้ที่ทำเนียบรัฐบาล และจากนี้ไปชาวสะเอียบจะเข้มงวดกับเจ้าหน้าที่ราชการที่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่ และประชาชนทั่วไปที่สงสัยว่าจะมาหาข้อมูลจะต้องผ่านกระบวนการคัดกรองจากกรรมการหมู่บ้านก่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...