โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

[รีวิว] Poor Things - ปีศาจแฟรงเกนสไตน์ฉบับช็อตฟีลปิตาธิปไตย

BT Beartai

อัพเดต 14 ก.พ. 2567 เวลา 12.11 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. 2567 เวลา 04.54 น.
[รีวิว] Poor Things - ปีศาจแฟรงเกนสไตน์ฉบับช็อตฟีลปิตาธิปไตย

สิ่งหนึ่งที่ต้องทำความเข้าใจก่อนจะชม ‘Poor Things’ เชื่อมโยงกับการทำความเข้าใจภูมิหลังของ ยอร์กอส ลันธิมอส (Yorgos Lanthimos) ผู้กำกับชาวกรีกที่มีผลงานโดดเด่นทั้ง ‘Dogtooth’ งานแจ้งเกิดจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ในปี 2009 จนมาถึง ‘The Favourite’ อีกหนึ่งงานที่เคยไปติดโผเข้าชิงหนังยอดเยี่ยมบนเวทีออสการ์ในปี 2018 คงหนีไม่พ้นสังกัดของลันธิมอสเองนั่นคือ กลุ่มผู้กำกับ “คลื่นลูกเวียร์ด” แห่งประเทศกรีก และแน่นอนในประเทศที่เป็นเหมือน “อุทรแห่งวรรณกรรมโลก” การผสมผสานระหว่างตำนานปกรณัมเข้ากับปรัชญาก็มักให้ผลลัพธ์เป็น “เรื่องเล่าเวียร์ด ๆ” อย่างโลกสมมติที่หากใครครองสถานะโสดในวัยเจริญพันธุ์จะถูกรัฐบาลจับไปแปลงกายเป็นกุ้งล็อบสเตอร์ใน ‘The Lobsters’ หนังดังที่สุดเรื่องหนึ่งของเขา

สนับสนุนโดย Major Cineplex
สนับสนุนโดย Major Cineplex

ต้นธารของหนังมาจากหนังสือชื่อเดียวกันของนักเขียน อลาสแตร์ เกรย์ (Alasdair Gray) ที่ได้กลิ่นวรรณกรรมอมตะอย่าง ‘Frankenstein’ มาอย่างเข้มข้น เล่าเรื่องของ ดร. ก็อดวิน แบ็กซ์เตอร์ (รับบทโดย วิลเลม เดโฟ, Willem Dafoe) ที่อุตริเอาร่างไร้วิญญาณของหญิงสาวมาผ่าท้องแล้วเอาสมองทารกในครรภ์ของเธอมายัดใส่ในหัวแล้วตั้งชื่อเธอว่า เบลลา (รับบทโดย เอ็มมา สโตน, Emma Stone) และเลี้ยงดูเธอในฐานะ “สัตว์ทดลอง”

แต่ก่อนผมจะเล่าเรื่องราวต่อไปอยากจะชวนสังเกตว่าหากใครได้ชมหนังในโรงภาพยนตร์ สิ่งที่น่าสนใจของมันโดยที่เราแทบจะไม่ต้องสนใจเรื่องราวอะไรเลยคงหนีไม่พ้นการจัด มิสอองแซ็ง (Mise-En-Scene) ในหนังที่ ลันธิมอส ตั้งใจยกย่องงานเขียนของ แมรี่ เชลลีย์ (Mary Shelley) ที่มีชื่อเดิมก่อนแฟรงเกนสไตน์ว่า ‘The Modern Prometheus’ ที่เป็นการล้อเรื่องราวของ โพรมีธีอุส เทพในปกรณัมกรีกที่ปั้นสิ่งมีชีวิตจากดินโคลน และมันก็สะท้อนออกมาว่าในบ้านของ ดร.แบ็กซเตอร์ไม่ได้มี เบลลา เป็นสัตว์ทดลองเท่านั้น แต่เรายังได้เห็น เป็ดที่หัวเป็นหมา ไก่ที่ถูกเอาหัวไปใส่ร่างหมาและสัตว์ประหลาดอีกเพียบที่เดินร่อนรอบบ้านซึ่งแสดงถึง “ความไร้รับผิดชอบ” ของ “ผู้สร้าง” และมันก็ถูกย้ำจากคำเรียกแบ็กซ์เตอร์ของเบลลาที่เรียกเขาสั้น ๆ เพียงแค่ “ก็อด” หรือ “พระเจ้า” นั่นเอง

และหากใครเดาว่าเหตุการณ์ต่อไปคือเบลลาจะเริ่มคลั่งและลุกขึ้นมาฆ่าคนจนเราได้ดูหนังสยองขวัญเลือดสาดแล้วล่ะก็….คุณคิดผิดแน่นอน เพราะแม้จะเอาต้นธารมาจากวรรณกรรมอมตะแต่สิ่งที่ลันธิมอสตั้งใจบอกเล่าด้วยโทนเสียดสีที่สุดกลับเป็นการวิพากษ์สังคมปิตาธิปไตย เพราะตั้งแต่เบลลากลายเป็นทารกในร่างหญิงสาว เธอก็เริ่มเรียนรู้แก่นของความปรารถนาด้วยการสัมผัสอวัยวะเพศของเธอจนพบความสุขทางเพศแต่มันกลับขัดกับ “สมบัติของผู้ดี” ตามแบบสังคมวิคตอเรียนที่มีเพศผู้เป็นคนกำหนด

แต่แล้วเบลลากลับใช้สถานะของสัตว์ทดลองของเธอในการเรียนรู้มันอย่างจริงใจตั้งแต่การเรียกร้องด้วยความรุนแรง ทำลายข้าวของไปจนถึงทำร้ายร่างกายและหนีการจองจำเพื่อไป “ผจญภัย” พร้อมกับ ดันแคน เวดเดอร์เบิร์น (รับบทโดย มาร์ค รัฟฟาโล, Mark Ruffalo) ทนายลิ้นสาลิกาที่หวังตักตวงความสุขทางเพศจากเบลลาในลิสบอนโดยไม่คาดคิดว่า เบลลาจะเริ่มเรียนรู้โลกด้วยตัวเองและดันแคนก็ดันเกิดความหวงแหนและอยากได้เบลลามาเป็นสมบัติของเขาแต่เพียงผู้เดียว

Beartai Buzz รีวิว Poor Things
Beartai Buzz รีวิว Poor Things
Beartai Buzz รีวิว Poor Things
Beartai Buzz รีวิว Poor Things

และเมื่อต้องการเสียดสีสังคมปิตาธิปไตยให้เลือดซิบ ๆ แล้ว ความฉลาดอย่างหนึ่งในหนังของลันธิมอสคือการสร้าง “โลกอีกใบ” ที่อิงเพียงชื่อสถานที่จากโลกความจริงทำให้หนังไม่ต้องอ้างอิงยุคสมัยที่แม้การแต่งกายจะชวนให้นึกถึงสังคมวิกตอเรียนเพราะเริ่มเรื่องราวในลอนดอนแต่หนังกลับค่อย ๆ “ปลอมปน” ความแปลกประหลาดมากระแทกตาคนดูด้วยทั้งสีท้องฟ้าที่ดูไม่ธรรมชาติ กระเช้าข้ามเขาที่ดูประหลาดจากองค์ประกอบแบบหนังพีเรียต หรือกระทั่งควันจากเรือกลไฟที่ถูกย้อมเป็นสีเขียวเพื่อใช้ในเชิงสัญญะได้แบบเราไม่จำเป็นต้องเข้าใจในสารที่ลันธิมอสจะสื่อแบบแจ่มแจ้มแต่อย่างน้อยเราก็รับรู้ความผิดปกติได้ในเชิงประจักษ์

อีกหนึ่งองค์ประกอบที่หลุดมาในโซเชียล เน็ตเวิร์กและสร้างความอื้อฉาว (เคล้ากับเสียงซี้ดของขาหื่น) ก็คือฉากเซ็กส์ในหนัง ซึ่งใครเผลอเข้าไปดูมาแล้วตามแหล่ง “ช่องทางธรรมชาติ” ก็อยากจะให้ลองตีตั๋วเข้าไปดูมันแบบที่ถูกวางไว้ในตำแหน่งของเรื่องเล่าในหนังจริง ๆ เพราะลันธิมอสและ เอมมา สโตน คงไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อเอาใจขาหื่นแน่ ๆ และหากได้ดูและ “อ่าน” ฉาก “เสว” พวกนี้จริง ๆ จะพบทั้งความเย้ยหยันที่เหมือนเป็น “แถลงการณ์เฟมินิสต์” เรื่องความสุขบนเตียงของสตรีเพศ โดยดีไซน์ผ่านการแสดงสีหน้าที่เริ่มจากการแสดงความพึงใจด้วยการเลียปากแบบทารก (ค้นพบความสุข พึงพอใจ) ไปจนถึงการครางด้วยสีหน้าเหยเก (เติมเต็มสัญชาตญาณดิบ)

ซึ่งไม่เพียงแต่เรื่องเซ็กส์เท่านั้นที่เบลล่าได้เรียนรู้มันมาจากประสบการณ์หลากหลายทั้งการถูกหลอกไปขึ้นเตียงกับดันแคน แต่ในระหว่างทางเธอกลับค่อย ๆ เก็บสะสมความรู้และประสบการณ์ที่ตอบคำถามถึงความเป็น “มนุษย์” ทั้งรสชาติของเบเกอรี่ อารมณ์โกรธและสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ที่ลิสบอน หนังสือปรัชญาจากเพื่อนต่างวัยบนเรือสำราญ ธุรกิจค้ากามและกลุ่มสังคมนิยมในฝรั่งเศสจนนำไปสู่การเรียนรู้เรื่องความเสื่อมถอยและการจากลาที่นำเธอกลับมาลอนดอนอีกครั้ง ซึ่งเมื่อผนวกการเรียนรู้เรื่องเซ็กส์ไปพร้อมกับการได้ผ่านพบชีวิตและปรัชญาจากผู้คนรอบข้างที่เธอพบเจอ ก็ยิ่งเป็นคำตอบว่าอะไรคือการเกิดเป็นมนุษย์ และความหมายของผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นแค่ลูกสาว แม่ เมีย ที่ถูกกำหนดโดยผู้ชาย เหนือกว่านั้นเบลลาไม่ใช่คนเดียวหรอกนะที่จะได้คำตอบแต่รวมถึงผู้ชมที่นั่งอยู่บนเก้าอี้นุ่ม ๆ เบาะพับได้ตลอด 2 ชั่วโมงครึ่งของหนังด้วย

ซึ่งเรื่องราวประหลาด ๆ ของลันธิมอส คงไม่ได้น่ารื่นรมย์และน่าสนใจหากขาดการแสดงของ เอ็มมา สโตน ที่ทุ่มเทการแสดงให้บทเบลลาแบบสุดตัว พร้อมทีมนักแสดงที่น่าสนใจทั้งดาโฟในบท แบ็กซ์เตอร์หรือพระเจ้าสุดทะลึ่งที่สร้างตัวประหลาดมาทดลองเพราะเป็นวิธีแสดงความรักแบบเดียวที่เขารู้จัก และ รัฟฟาโล ที่ทิ้งมาดผู้ชายอบอุ่นสู่หนุ่มกะล่อนกักขฬะที่มีเสน่ห์เหลือล้น หรือกระทั่ง รามี่ ยูสเสฟ (Ramy Youssef) ที่มารับบทแม็กซ์ลูกศิษย์แบ็กซ์เตอร์ที่หลังรักเบลล่าด้วยใจบริสุทธิ์ก็ให้การแสดงที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ดาราเบอร์ใหญ่เลยด้วยซ้ำ

อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะคิดว่าหนังคงออกมาเครียดหัวแตกหรือสมองแทบระเบิดแน่นอน ตรงกันข้ามเลยครับ ‘Poor Things’ กลับเป็นหนังที่ให้ความบันเทิงระดับหัวเราะจนเสียสติเพราะเราจะได้พบเจอตัวละครประหลาด ๆ และแนวคิดที่ฟังยังไงก็อดหัวเราะไม่ได้เช่น แบ็กซ์เตอร์เล่าว่าพ่อของเขาตัดระบบย่อยอาหารออกไปเพื่อทดลองว่าจำเป็นกับร่างกายไหม (ปรากฎว่าจำเป็น) เลยต้องสร้างระบบย่อยอาหารต่อสายน้ำเกลือเข้าร่างกายทุกครั้งที่ต้องกิน หรือพฤติกรรมที่เป็นสันดานดิบที่อยู่ดี ๆ ชายมาดผู้ดีอย่างดันแคนกลับเกิดอาการคลั่งและหึงหวงเบลลาจนเราอดหัวเราะไม่ได้ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นมุกตลกแบบที่ไม่ต้องคิดตีความอะไรก็ระเบิดเสียงหัวเราะไปกับหนังได้ครับ

หนังเข้าฉายวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 นี้ สามารถคลิกซื้อบัตรชมภาพยนตร์ล่วงหน้าได้ด้วยการกดที่ภาพด้านล่าง และหนังจะฉายด้วยเรต ฉ 20 ดังนั้นโรงภาพยนตร์จะมีการตรวจบัตรประชาชนก่อนเข้าชมภาพยนตร์นะครับ

กดที่ภาพเพื่อเช็กรอบฉายและซื้อบัตรชมภาพยนตร์
กดที่ภาพเพื่อเช็กรอบฉายและซื้อบัตรชมภาพยนตร์

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Beartai Buzz รีวิว Poor Things
Beartai Buzz รีวิว Poor Things

[รีวิว] Poor Things – ปีศาจแฟรงเกนสไตน์ฉบับช็อตฟีลปิตาธิปไตย บทภาพยนตร์ 9 การแสดง 9.1 โปรดักชัน 8.5 ความบันเทิง 8 ความคุ้มค่าในการรับชม 8 จุดเด่น เป็นหนังตลกที่กระตุ้นให้สมองขบคิดตามได้แบบไม่ยัดเยียด การแสดงของเอมมา สโตนและมาร์ค รัฟฟาโล คือทั้งบันเทิงและเหนือความคาดหมาย การแสดงของวิลเลม เดโฟ พิสูจน์ได้เลยว่า เมคอัพหน้าสัตว์ประหลาดไม่อาจบดบังฝีมือการแสดงของเขาได้ งานภาพและดนตรีประกอบเสริมบรรยากาศและมีส่วนช่วยในการสร้างอารมณ์ร่วมให้คนดูได้อย่างยอดเยี่ยม การกำกับองค์ประกอบทุกส่วนของ ยอร์กอส ลันธิมอส เอาอยู่และบอกเล่าสารที่หนังต้องการสื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ จุดสังเกต จะดูหนังให้บันเทิงได้ ผู้ชมต้องเปิดใจว่าตัวละครในหนังถูกทำให้ประหลาดเพื่อพูดถึงปรัชญาที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ การกระทำหลายอย่างอาจดูไร้เหตุผลและน่าขบขัน (แน่นอนก็มันหนังตลก 55) 8.5

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...