ตัวร้ายเกิดใหม่กลายเป็นพนักงานออฟฟิศ
ข้อมูลเบื้องต้น
#ตัวร้ายเกิดใหม่กลายเป็นพนักงานออฟฟิศ
คุณหนูไออุ่น สุขอัชนโชติ ผู้ที่มีชีวิตสุดเพอร์เฟค เป็นลูกชาวเจ้าสัวผู้ร่ำรวย เป็นคนสวยหน้าตาดี แถมยังเก่งกาจหลายด้าน แม้จะร้ายกาจและขี้วีนแต่ก็ยังเปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ที่สว่างไสวโดดเด่นกว่าใคร มีคู่หมั้นสุดหล่อและแสนเก่งกาจอย่างพี่เขมรัฐ ไตรวิชญ์สกุล คนที่ไออุ่นคนนี้เฝ้าฝันถึงและตามไล่ตามติดแทบทุกขณะจิตแต่ก็ไม่เคยได้รับการเหลียวแล
ทว่าชะตาชีวิตกลับเล่นตลก โดนคนที่บ้านเข้าใจผิดและถูกถอนหมั้นกะทันหัน ก่อนจะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตจากรถยนต์
แต่ใครจะรู้ว่าเขาเสียชีวิตจนวิญญาณหลุดจากร่าง เพราะว่ามีวิญญาณไอ้คนไม่เจียมที่ตัวทำงานหนักจนตายมาดันมาสลับร่างกับเขาเสียนี่
คุณหนูไออุ่นผู้แสนร่ำรวยนั้นได้หลุดออกมาจากนิยาย เข้ามาอยู่ในร่างของไออุ่น ทองรักดี พนักงานบริษัทแผนกวิเคราะห์ข้อมูลที่โดนงานทับจนตาย ไออุ่นต้องมาอยู่ในร่างของคนที่ทั้งยากจน โดนกดขี่ โดนเอาเปรียบสาระพัด อย่าคิดว่าคนอย่างคุณหนูไออุ่นผู้สูงส่งจะอยู่นิ่งเฉยแต่โดยดี ใครทำร้ายไอ้เจ้าของร่างเดิมจนมันตายเตรียมรับผลกรรม เพราะฉันจะวีน ฉันจะบวกไม่สนหน้าใครทั้งนั้น เพราะพวกแกถึงทำให้ฉันต้องมาทำงานหนักลำบากลำบนแบบนี้
โดยเฉพาะบอสใหญ่อย่างคุณกรณ์ มหาวีรเศรษฐ์ ช่วยจ่ายโอทีค่าทำงานล่วงเวลาจนตายมาด่วน ฉันไม่มีเงินจะยาไส้แล้ว
คำเตือน
นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงสิ่งที่แต่งขึ้น ไม่ได้อ้างอิงจากสถานที่หรือบุคคลที่มีอยู่จริง และไม่อิงหลักความจริงใดๆ ทั้งสิ้นนะคะ เหตุการณ์ในอนาคตเป็นเพียงแค่จินตนาการเพ้อเจ้อของผู้แต่งเท่านั้น ตัวละครบางตัวมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมตัวละครบางตัวมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
อย่าเพิ่งตกใจที่ไรท์เปิดเรื่องอีกแล้วนะคะ พอดีว่าฤกษ์ดีค่ะ ไรท์สายมู 55 เปิดไว้ก่อนอีบุ๊คยังไม่เสร็จนะคะ
เรื่องนี้จะเป็นมุมมองของคนที่เป็นตัวร้ายในนิยายที่หลุดออกมาเข้าร่างของคนธรรมดา เมื่อไร้เงินทอง ไร้อำนาจ ต้องหาเช้ากินค่ำเหมือนคนทั่วไปแล้วคนอย่างคุณหนูไออุน่จะอยู่ได้มั้ย แล้วไหนจะต้องจัดการกับคนที่มาเอาเปรียบร่างเดิมจนโดนงานทับตายอีก บันเทิงแน่นอนค่ะ
บทนำ
“คุณเขมปล่อยครับ ผมจะกลับบ้าน”
“บ้านเหรอ ห้องเล็กๆ ยังกับรูหนูแบบนั้นคุณหนูรองของสุขอัชนโชติจะทนอยู่ได้ยังไง”
ชายหนุ่มร่างเล็กใบหน้างามในชุดสีขาวกำลังเดิมกลับห้องเช่าที่ตนเพิ่งย้ายออกมาไม่นาน แม้สถานที่แห่งนี้จะไม่ได้หรูหราสวยงามและกว้างขวาง จะเทียบกับห้องน้ำของคุณหนูไออุ่นคนเดิมผู้รักความหรูหราก็ยังไม่ได้ แต่ไออุ่นคนนี้กลับไม่นึกลำบาก
ที่ผ่านมาในชีวิตที่แล้วเขายากลำบากมามากกว่านี้ด้วยซ้ำ
แต่เรื่องการใช้ชีวิตก็เรื่องนึง การที่โดนนายใหญ่แห่งไตรวิชญ์สกุลอย่างคุณเขมรัฐตามตอแยบ่อยครั้งก็สร้างความอึดอัดใจไม่น้อย เพราะอดีตคู่หมั้นที่เคยเอ่ยปากรังเกียจและถอนหมั้นไปเมื่อคราวก่อนกลับมาก่อกวนสร้างความรำคาญให้กับเขาทุกวัน
“ผมอยู่ได้ครับ คุณเขมไม่ต้องสนใจคุณหนูตกกระป๋องแบบผมเถอะ ตอนนี้ผมไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของตระกูลแล้ว เป็นแค่คนธรรมดา อย่ามาวุ่นวายดีกว่า”
“แต่เธอเป็นคู่หมั้นฉัน ทำแบบนี้มันทำให้ฉันเสียเกียรติ” ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทยังคงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งแม้ในแววตาจะแสดงความรู้สึกมากมายก็ตาม
“คุณเป็นคนเอ่ยปากถอนหมั้นเอง ลืมแล้วเหรอ เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว”
ชายหนุ่มมองใบหน้าที่หล่อเหลาของอดีตคู่หมั้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย คุณหนูตกกระป๋องอย่างเขาจะมีหน้าอะไรไปวุ่นวายกับคนสูงส่งอย่างเขมรัฐ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโชคชะตาหรืออะไร ทำให้ไม่ว่าเขาจะหนีไปทางไหนก็ต้องได้พบเจอกับอดีตคู่หมั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
เขาจะรู้มั้ยว่าแท้จริงแล้วผมไม่ใช่คนที่เขาคิด
แท้จริงแล้วไออุ่นคนนี้เป็นคนในโลกอื่น เป็นเพียงนายไออุ่น ทองรักดี ชายหนุ่มออฟฟิศร่างเล็กธรรมดาท่าทางจืดๆ แต่ตั้งใจทำงาน แม้จะมีหลายครั้งที่เขาโดนเอาเปรียบแต่ด้วยความที่เป็นคนใจอ่อนและมีพื้นฐานจิตใจดีเป็นทุนเดิมเขาจึงช่วยเหลือทุกคน หลายครั้งที่เขาเหนื่อยล้าสายตัวแทบขาด แต่เมื่อคิดถึงหน้าแม่และครอบครัวที่กำลังรอเงินจากเขาอยู่ก็ทำให้เขารีบเร่งทำงานอย่างแข็งขัน
ใครจะรู้ว่าเขาจะทำงานหนักจนตายคาห้องพักตั้งแต่อายุยังน้อย
ป่านนี้ไม่รู้ว่าแม่กับคนอื่นๆ จะเป็นยังไงบ้าง
ชายหนุ่มมีท่าทีเหม่อลอยเล็กน้อยเมื่อคิดถึงเรื่องที่ผ่านมา
ดวงตาคมเข้มสีดำสนิทฉายแววอ่อนโยนเพียงชั่วครู่ก่อนจะหรี่เล็กราวกับราชสีห์กำลังจะตะครุบเหยื่อ ก่อนจะดึงข้อมือของไออุ่นไว้แน่น
“นี่เป็นวิธีเรียกร้องความสนใจแบบใหม่จากฉันเหรอ ทำตัวเป็นคนดี ช่วยเหลือคนอื่น แล้วเมื่อกี้ที่จะโดนโจรปล้นถ้าฉันไม่ช่วยเธอจะเป็นยังไง”
ไออุ่นถึงกับยืนอึ้งไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเมื่อครู่ตนได้กระทำการโง่เขลา เดินเข้าไปช่วยชายตาบอดในที่เปลี่ยว สุดท้ายกลับถูกดักปล้น โชคดีที่มีคุณเขมรัฐที่ไม่รู้ว่ามาได้ยังไงโผล่เข้ามาช่วยจนเขารอดมาได้ในที่สุด
“ผมโดนปล้นจริงๆ ไม่ได้ตั้งใจจะเรียกร้องความสนใจจากใครครับ”
“ใครจะไปรู้ เห็นเธอทำบ่อยๆ เมื่อก่อนก็ชอบวิ่งตามฉันตลอด กล้าเรียกชื่อฉันอยากสนิทสนมและถึงเนื้อถึงตัวตลอด”
เรื่องนั้นถือว่าคุณเขมรัฐพูดไม่ผิด
คุณหนูไออุ่น สุขอัชนโชติ เป็นคุณหนูคนดังที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวย สง่า และร้ายกาจ คุณหนูไออุ่นมักจะอารมณ์ร้อน ยอมหักไม่ยอมงอ เคยถึงขั้นมีเรื่องตบตีกับแม่เลี้ยงที่ผู้เป็นพ่อเอาเข้าบ้านตั้งแต่แม่ของเขาเสียได้ไม่กี่วันพร้อมกับลูกติด ในวงสังคมต่างรู้กันดีว่าหากยังรักชีวิตอย่าคิดมีเรื่องกับคุณหนูไอ
และยิ่งโดนเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับเขมรัฐ ยิ่งเป็นเรื่องต้องห้าม
เขมรัฐและไออุ่นนั้นเป็นคู่หมั้นกันมาตั้งแต่เด็ก ไออุ่นนั้นรักปักใจเขมรัฐทว่าอีกฝ่ายกลับผลักไสด้วยความรำคาญ คุณหนูรองคนสวยนั้นแม้จะโดนไล่กี่ครั้งแต่ก็ดูเหมือนกับว่าจะมีน้ำอดน้ำทนในเรื่องความรักไม่น้อย
และด้วยความพยายามบวกกับเส้นสายสุดท้ายเขาก็ได้เข้ามาทำงานในตำแหน่งเลขาส่วนตัวของเขมรัฐที่คอยตามติดชีวิตอีกฝ่ายตลอดเวลา ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เขาถูกใจเป็นอย่างมาก เขาเดินหน้าเข้าหาคู่หมั้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันหากใครคิดที่จะเป็นคู่แข่งในสนามรักกับเขาไออุ่นก็ยินดีที่จะฟาดฟันอย่างไม่ไว้หน้า กลายเป็นที่โจษจันและเอือมระอาของเขมรัฐจนเอ่ยวาจาตัดรอนอีกฝ่ายหลายหน
และในที่สุดฟางเส้นสุดท้ายก็สะบั้นลงเมื่อไออุ่นโดนกล่าวหาว่าลงมือจะฆ่าน้องคนละแม่ด้วยความหึงหวง เจ้าสัวอาทิตย์ผู้เป็นพ่อโกรธจัดถึงกับประกาศตัดขาดไออุ่นออกจากตระกูลทันที พี่ชายแท้ๆ อย่างอรรถยังปักใจเชื่อไม่ยื่นมือช่วยเหลือสักนิด ส่วนเขมรัฐก็อาศัยจังหวะนี้เอ่ยขอถอนหมั้นกับไออุ่นไปด้วยอีกคน
ด้วยความโกรธจัดไออุ่นขับรถสปอร์ตของตนออกมาจากบ้านทั้งน้ำตาด้วยความเร็วสูง เขาได้แต่คิดว่าโลกใบนี้มันไม่มีความยุติธรรมเลยสักนิด ทำไมไม่มีใครคิดจะฟังความจริงจากเขาสักคน
หากเป็นไปได้เขาก็อยากได้โอกาสแก้ตัวใหม่
จะทำตัวดี..ไม่ จะร้ายให้ได้มากกว่านี้
เปรี้ยง!
จากนั้นคุณชายรองไออุ่นตัวร้ายก็ตายและวิญญาณหนุ่มออฟฟิศไร้พิษภัยคนนี้จึงเข้ามาอยู่อาศัยแทน
“คุณเขมรัฐปล่อยผมครับ”
“ไม่”
“ปล่อยครับ กลับไปหาน้องอิงเถอะ ข่าวที่คุณพ่อจะให้น้องอิงหมั้นกับคุณแทนผมก็แพร่สะบัดไปทั่ว คุณควรกลับไปดูแลคู่หมั้นของคุณ”
“คิดเองเออเอง ข่าวลือก็พูดไปทั่ว แล้วเธอไม่พูดแบบเมื่อก่อนแล้วเหรอ ที่เรียกฉันว่าพี่ แล้วแทนตัวเองว่าไอ”
“แต่เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วไงครับ”
เขมรัฐคิ้วกระตุกเล็กน้อยกับคำพูดของคนตัวเล็กที่ตอนนี้ทำเพียงแค่อยากจะเดินหนีตนเท่านั้น
ฉันดูเหมือนเชื้อโรครึยังไง
ชายหนุ่มหล่อในชุดสูทขยับตัวเล็กเข้าไปในคนตัวเล็กที่ตอนนี้ดูเหมือนกับหนูตัวน้อยที่กำลังหวาดกลัวราชสีห์ เขาขยับเข้าไปก่อนจะกระซิบข้างหนูคนตัวเล็กอย่างแผ่วเบา
“ไม่เป็นอะไรงั้นหรือ แล้วคืนก่อนที่เธอนอนกับฉันมันเรียกว่าอะไร”
ปั้ง!!
ชายร่างเล็กคนหนึ่งถีบโต๊ะทำงานของตัวเองอย่างรุนแรงระบายอารมณ์โกรธเกรี้ยว ใบหน้าหวานในแว่นหนาฉายแววเกรี้ยวกราดออกมาไม่หยุด แก้วชานมไข่มุกที่อยู่ในมือนั้นโดนบีบจนแทบจะทะลักออกมา
แต่ถึงแม้จะโมโหแค่ไหน แต่ยำมาม่าในชามพลาสติกที่เขาอุตส่าห์หิ้วขึ้นมากินที่ออฟฟิศก็ไม่อาจเขวี้ยงทิ้งระบายอารมณ์ได้
ตั้ง 40 บาท
ไออุ่น ทองรักดี กำลังนั่งอ่านนิยายวายรักโรแมนติกแนวเกิดใหม่ด้วยความรู้สึกโมโห ใช่ นี่ไม่ใช่ไออุ่นคนเดิม แต่เป็นไออุ่น คุณหนูรองตัวร้ายที่กำลังจะกลายเป็นนายเอกนี่ไง
เขาไม่รู้ว่าเขาควรรู้สึกยังไงเมื่อได้รับรู้ว่าตัวเองคือตัวเอกในนิยายรักเรื่องหนึ่ง และมีพระเอกเป็นคนที่เขารักปักใจมาเนิ่นนานอย่างพี่เขม
แต่ประเด็นคือไอ้คนนั้นมันไม่ใช่ฉันยังไงล่ะ
ไออุ่นคิดว่านี่คือพระเจ้าลงโทษ หรืออาจจะมีซาตานตนไหนเขียนบทจากเบื้องบน จากที่เขาเคยอยู่บ้านหรูระดับพระราชวัง มีเงินในบัญชีหลักร้อยล้าน มีรถทุกยี่ห้อ อาหารหรูเลิศมีให้กินไม่อั้น ตอนนี้เขาโดนเนรเทศให้ออกมาเป็นพนักงานออฟฟิศต๊อกต๋อยที่เงินเก็บแทบจะไม่มี เงินยาไส้ไม่ต้องพูดถึง ตัวผอมบางขาดสารอาหาร และที่สำคัญ
รสนิยมเห่ยมากเหมือนกับจับเสื้อผ้าตลาดนัดมาแบบมั่วๆ แล้วใส่ไปวันๆ
นี่ถ้าไม่ใช่เพราะว่าหน้าตาฉายแววงดงามแบบเดียวกับคุณชายรองไออุ่นคงดูน่าสมเพชกว่านี้ไม่น้อย
เขานั่งอ่านนิยายเรื่อง เกิดใหม่กลายเป็นตัวร้ายสู้ชีวิต แล้วก็ได้แต่กลอกตามองบน
นี่ก็ปาเข้าตอนที่ 30 มันสู้ชีวิตตรงไหนเอ่ย สู้ชีวิตของจริงอยู่ตรงนี้ คนที่กำลังรอเงินเดือนออกด้วยความหวังคนนี้ต่างหาก
แล้วไหนจะเป็นคู่หมั้นของเขาที่มาตามง้องอนไออุ่นทั้งที่เมื่อก่อนทำเหมือนกับเขาน่ารังเกียจนักหนา ไหนจะเป็นคืนก่อนที่ทั้งคู่เผลอมีอะไรกันอีก
ชายหนุ่มจ้วงกินยำมาม่าแสนอร่อยก่อนจะกระตุกยิ้มร้ายมองมาที่นิยายในแล็ปท็อปส่วนตัวอย่างหมายมาดก่อนจะลงมือพิมพ์คอมเมนท์นิยาย
‘ไออุ่น อีโง่ ตอแหล อีควาย พี่เขมเขาแค่หลงรักตัวตนของฉัน ไม่ใช่ไส้ในปลอมๆ อย่างแก ฉันจะตามด่าแกไปทุกตอนที่มาอ่อยคู่หมั้นฉัน’
เมื่อพิมพ์คอมเมนท์นิยายและกดส่งก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาเปลาะหนึ่ง ทว่าจู่ๆ ก็มีเสียงแหลมดังขึ้นมาทำลายบรรยากาศของตน
“โอ๊ย เด็กสมัยนี้ทำงานไม่ได้เรื่อง ไม่รู้เวล่ำเวลา ดูสินี่มันที่ทำงานแต่กลับนั่งดูอะไรไร้สาระไปเรื่อย เขาจ้างมาทำงานไม่ได้จ้างมาเล่นเน็ตไปวันๆ นะพ่อคุณ” เสียงของเจ๊เพ็ญศรี หรือที่เขาเรียกเล่นๆ ว่าอีแก่ เจ๊เพ็ญเป็นพนักงานบัญชีที่อยู่มานานแต่ตำแหน่งไม่ขยับ แต่อาศัยอายุแสดงความอาวุโสในที่ทำงาน ในต่อใครต่างก็ต้องเคารพอีแก่คนนี้ แม้แต่ไออุ่นคนเก่าที่ต้องตายก็เพราะรับงานส่วนของป้าเพ็ญศรีนี่มาเยอะ
ไออุ่นสะบัดหน้าหันมามองหญิงวัยกลางคนในชุดทำงานสีฟ้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยดวงตากลมก่อนจะตวัดสายตามองไปทางนาฬิกาที่ติดฝาผนัง
‘12.45’
เขาตวัดสายตากลับมามองเจ๊เพ็ญด้วยหางตาอีกครั้งโดยไม่พูดอะไรสักคำ คล้ายกำลังจะบอกด้วยสายตาว่านี่คือเวลาพักของคุณหนูรอง ยังไม่ถึงเวลาทำงาน อย่ามาเจ๋อ
“มารยาททรามจริงๆ ผู้ใหญ่พูดด้วยยังไม่ตอบ” เจ๊เพ็ญเอ่ยด้วยท่าทางหงุดหงิดที่เห็นเด็กหัวอ่อนลุกขึ้นมาก้าวร้าวขึ้น
ไออุ่นคีบเส้นมาม่าขึ้นมากินด้วยท่าทีสบายใจยั่วอารมณ์คนแก่ ก่อนจะก้มลงดูดชานมไข่มุกที่เกือบจะทะลักจนหมดอย่างไม่ใส่ใจ
ปากของคุณหนูรองมีคุณค่ามาก เอามากินของอร่อยบ้านๆ ราคาถูกก็ยังดีกว่าเอาไว้ตอบมนุษย์ป้าแบบเจ๊คนนี้
ตอนที่ 1 ชีวิตตัวร้ายในนิยายน้ำเน่า
ผมชื่อไออุ่น เป็นลูกชายคนรองของเจ้าสัวอาทิตย์ สุขอัชนโชติ แค่ชื่อก็คงรู้แล้วว่าพ่อผมรวยแค่ไหน บ้านเรามีกิจการมากมายส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์รวมถึงส่วนประกอบในอุปกรณ์ต่างๆ แน่นอนว่าเรามีโรงงานเยอะไม่น้อย โชคดีที่พี่ชายคนโตของผมอย่างพี่อรรถ สุขอัชนโชติ เป็นผู้รับหน้าที่ในการบริหารงานทั้งหมดของคุณพ่อไป ชีวิตของไออุ่นคนนี้จึงเติบโตมาด้วยความเข้มงวดกวดขันในเรื่องการศึกษาและการใช้ชีวิตโดยผู้เป็นพ่อ แต่ก็ได้รับความรักและความเอาใจใส่จากแม่และพี่ชายชดเชยอย่างมากจนทำให้เขากลายเป็นคนเอาแต่ใจ เย่อหยิ่ง
ด้วยความเป็นลูกคนเล็กและเป็นคนงาม ใครต่อใครที่พบเจอไออุ่นต่างก็เข้ามาประจบประแจงเพื่อเอาใจทายาทสุขอัชนโชติทั้งนั้น เพราะแม้ว่าไออุ่นจะเป็นคนหยิ่งยโสเพียงไหน แต่เขาก็จริงใจกับเพื่อนและคนรู้จักไม่น้อย เมื่อออกงานสังคมที่ใดเขาจึงเปรียบเสมือนเป็นพระอาทิตย์ที่เป็นจุดศูนย์กลางของทุกคน ทั้งสวยงาม โดดเด่น และอันตราย
ทว่าคนที่ทำตัวเป็นจุดศูนย์กลางของโลกอย่างไออุ่นกลับแพ้ทางคนคนหนึ่ง คนที่เขามองหาตลอดเวลาเหมือนดอกทานตะวันหันตามพระอาทิตย์ คนที่เขาวิ่งไล่ล่าแม้จะหลีกหนี คนที่ทำให้คนเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรียอมศิโรราบเหมือนลูกแมวน้อยตัวหนึ่ง
เขาก็คือเขมรัฐ ไตรวิชญ์สกุล คู่หมั้นของไออุ่นนั่นเอง
เขมรัฐเป็นลูกชายของเพื่อนสนิทของเจ้าสัวอาทิตย์ ผู้ซึ่งมีสัญญาหมั้นหมายเอาไว้ตั้งแต่เขายังไม่เกิด แน่นอนว่าในโลกที่ผู้ชายสามารถท้องได้ คุณหนูรองไออุ่นที่เกิดมาเป็นโอเมก้าก็ถูกจับคู่ให้หมั้นหมายกับอัลฟ่าเขมรัฐโดนทันที ซึ่งไออุ่นก็ยึดมั่นมาตลอดว่าเขมรัฐคือคู่หมั้นของเขา เป็นคนที่เขาจะฝากชีวิตในอนาคตเอาไว้ หากไออุ่นรับรู้หรือได้ข่าวว่าใครกำลังจะแย่งคู่หมั้นของเขา คุณหนูตัวร้ายก็ไม่รอช้าที่จะตามราวีจนกว่าอีกฝ่ายจะออกจากชีวิตเขมรัฐออกไป และนั่นทำให้ชื่อเสียงเรื่องความหึงหวงโมโหร้ายของคุณหนูไออุ่นโด่งดังขึ้นไปไม่แพ้กับชื่อเสียงเรื่องความสวยงามโดดเด่น
แม้คู่หมั้นจะมีท่าทีรำคาญและเหนื่อยหน่ายอยู่บ่อยครั้งแต่ไออุ่นก็ไม่ละความพยายาม ด้วยความที่เรียนจบบริหารมาจึงลงมือศึกษาธุรกิจมากมาย ตั้งใจว่าเมื่อแต่งงานกับเขมรัฐแล้วจะได้ช่วยงานแบ่งเบาภาระอีกฝ่าย เขาเอ่ยปากขอร้องให้บิดาให้ใช้เส้นสายฝากฝังให้เขาได้มาเป็นเลขาส่วนตัวของเขมรัฐ และนั่นทำให้เขาสามารถตามติดชีวิตของคู่หมั้นได้ทุกวันโดยที่ไม่โดนไล่เหมือนกับทุกครั้ง
แต่แม้ว่าเขาจะเป็นเด็กเส้นที่โดนฝากมาแต่ก็ใช่ความจะไร้ความสามารถ คนที่ได้ซึมซับเรียนรู้งานบริหารจากเจ้าสัวอาทิตย์มาตั้งแต่เด็กจะอ่อนด้อยได้อย่างไร เพียงแค่ทำงานเป็นเลขาเขมรัฐไม่นานเขาก็สร้างผลงานไว้ไม่น้อย แต่ที่ดูจะเยอะที่สุดก็เป็นการจัดการพวกพนักงานสาวที่ตั้งใจเข้าหา หรือลูกสาวคนสวยของลูกค้าที่อยากมาอ่อยเขมรัฐเสียมากกว่า ด้วยกิริยาท่าทางเย่อหยิ่งไม่เห็นหัวใครรวมถึงความหึงหวงเขมรัฐเหมือนกับแม่ไก่หวงไข่ทำให้พนักงานหลายคนไม่ค่อยชอบใจไออุ่นเสียเท่าไหร่
แน่สิเพราะถึงแม้เขาจะเป็นเพียงเลขาแต่ก็สามารถตรวจสอบงบประมาณต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากมีใครทำงานพลาดหรือตกแต่งรายงานมาส่งเขาก็สามารถเอ่ยปากด่าได้โดยไม่สนหัวหงอกหัวดำ
คนอย่างคุณหนูไออุ่นแห่งสุขอัชนโชติมีอะไรที่ต้องเกรงใจคนอื่นด้วย
น่าเศร้าที่คนที่ทั้งสวย รวย ฉลาดอย่างไออุ่นใช้เวลาวิ่งตามหาคนรักจนหลงลืมคนรอบตัว
เพียงไม่นานหลังจากนั้นคุณแม่ของไออุ่นก็เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุรถยนต์ไปอย่างกะทันหัน คุณหนูคนงามไม่ทันได้เตรียมใจถึงกับร้องไห้ไม่หยุดไปสามวัน จนกระทั่งวันที่สี่เจ้าสัวอาทิตย์ก็พาหญิงสาวคนหนึ่งกับลูกสาวคนสวยเข้ามาในบ้าน
“อรรถ ไออุ่น นี่คือคุณน้าอรอนงค์ เขาเป็นเมียของพ่อ ส่วนนี่คือน้องอิงจันทร์ น้องสาวของพวกแก ต่อไปเขาจะมาอยู่ที่นี่กับเราด้วย”
ไออุ่นที่เพิ่งสูญเสียมารดาไปแทบจะล้มทั้งยืน ภาพครอบครัวสุขสันต์ที่ตนเคยมีเหมือนกับว่าเป็นภาพลวงตา พ่อมีคนอื่นมานานจนมีลูกโตเท่าเขา แถมแม่ตายยังไม่ทันเผาก็อดรนทนไม่ไหวพากันมาที่บ้าน
“ไม่ ไอไม่ยอม แม่ตายยังไม่ทันเผา ไอไม่ยอมให้พ่อเอาอีนังแพศยากับลูกของมันเข้ามาที่บ้านเด็ดขาด” ไออุ่นขึ้นเสียงกับบิดาใหญ่โตจนพี่ชายต้องคอยสะกิดรั้งไว้ แต่ดูเหมือนจะไม่ทันเพราะอารมณ์ของไออุ่นนั้นพุ่งทะยานอยากที่จะมีใครหยุดได้
“แกพูดอะไรหัดมารยาทบ้าง น้าอรเขาแก่กว่าแก แล้วเขากำลังจะเป็นแม่ใหม่ของแก เพราะแม่แกตามใจมานานไงถึงได้ทำตัวมีปัญหาแบบนี้ อรรถสั่งสอนน้องด้วยสิว่าอย่าเอานิสัยแบบนี้มาใช้กับคนที่บ้าน” ไออุ่นเบิกตากว้างเมื่อบิดาที่แสนใจดีกลับออกโรงปกป้องเมียใหม่ เขาตวัดสายตาไปมองอรอนงค์ที่กำลังยกยิ้มมุมปากด้วยความรู้สึกเจ็บแค้น
“คุณพ่อคะ ค่อยๆ พูดกันก็ได้ค่ะ อิงเข้าใจว่าพี่ไออุ่น กับพี่อรรถอาจจะยังเสียใจอยู่ อิงรู้ตัวเองดีว่าเป็นเพียงแค่ลูกนอกสมรส อิงไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย แต่อยากได้ความรักจากคุณพ่อและพี่ๆ ทั้งสองคนเท่านั้นค่ะ” หญิงสาวผมยาวคนสวยเอ่ยพร้อมกับยกมือขึ้นพนม มีน้ำใสเอ่อคลออยู่ที่หน่วยตาเพิ่มความน่าสงสารเข้าไปอีก พี่ชายใหญ่ของเขาเห็นดังนั้นก็อดใจอ่อนไม่ได้ ทว่ามารยาทระดับอนุบาลแบบนี้มีเหรอที่จะตบตาไออุ่นได้
นังนี่มันงูพิษ
“ตอแหล ใครเขาจะอยากนับญาติกับแก แม่แกมันคือคนที่แย่งพ่อไปจากแม่ฉัน”
ไออุ่นเอ่ยแล้วสะบัดหน้าเดินขึ้นบนบ้านโดยไม่สนใจเสียงก่นด่าของบิดาที่ดังมาไล่หลัง จากนั้นความสัมพันธ์ในครอบครัวของเขาก็มีรอยร้าวขนาดใหญ่เมื่อมีคนอื่นมาแทรกกลาง จากคุณหนูคนงามที่เป็นจุดศูนย์กลางของความรักกลายเป็นแค่ส่วนเกิน พี่อรรถนั้นเข้ากับครอบครัวใหม่ได้ดีอย่างเหลือเชื่อ ส่วนคุณพ่อไม่ต้องพูดถึง หลงนังสองแม่ลูกยิ่งกว่าอะไร ยิ่งได้อยู่ด้วยกันเปิดเผยยิ่งแล้วใหญ่ แต่นั่นยังพอทำใจได้จนกระทั่งนังน้องนอกไส้มันทำเรื่องงามหน้าแกล้งเดินชนกับคู่หมั้นของเขาจนข้อเท้าเคล็ด เดือดร้อนชายหนุ่มต้องมาอุ้มลูกสาวคนใหม่ของเจ้าสัวอาทิตย์ไปโรงพยาบาลด้วยตัวเอง
ภาพความใกล้ชิดนั้นกระจายไปว่อนเน็ต ทำให้ทั้งคู่โดนจับตามองเรื่องความรักจนคู่หมั้นตัวจริงอดรนทนไม่ไหวต้องรีบมาเคลียร์ด้วยความร้อนใจ
“นังอิง แกอยู่ไหน”
“มีอะไร”
เมื่ออยู่กันตามลำพังอิงจันทร์ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งเพราะพี่ชายคนนี้ไม่เก็บอาการเกลียดชังตนแม้แต่นิดเดียวเช่นกัน
“แกไปอ่อยพี่เขมใช่มั้ย นังแพศยา แกมันก็เหมือนแม่แก ชอบแย่งของคนอื่น อย่าคิดว่าฉันดูแกไม่ออกนะว่าอยากได้คู่หมั้นฉันจนตัวสั่น” คุณหนูไออุ่นด่าคุณหนูคนใหม่เป็นชุดด้วยความคับแค้นทว่าอีกฝ่ายทำเพียงยกยิ้มเยาะเย้ยเพียงเท่านั้น
“ก็แล้วทำไมล่ะ เขาก็อาจจะชอบฉันมากกว่าแกก็ได้ เป็นแค่คู่หมั้นไม่ได้เป็นเมียซะหน่อย แล้วอีกอย่างเขาก็ไม่ได้ดูจะชอบแกนักหรอก เลิกหลอกตัวเองซะที บางทีคนที่ควรจะอยู่เคียงข้างพี่เขมมันอาจจะเหมาะที่จะเป็นฉันมากกว่าแก เหมือนกับที่แม่ฉันเหมาะกับพ่อแกมากกว่าแม่แกยังไง”
เพียงเท่านั้นคุณหนูไออุ่นผู้เลือดร้อนก็ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงเขาลงมือตบตีกับน้องต่างแม่อย่างดุเดือดจนสุดท้ายแม่บ้านต้องมาจับทั้งสองแยกจากกัน แต่ว่าคราวนี้ต่างจากทุกครั้ง เพราะอิงจันทร์ที่เจ็บตัวถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาลนั้นได้โพสต์สภาพตัวเองในอินเทอร์เน็ตพร้อมกล่าวหาว่าโดนทำร้ายในบ้านเพราะความหึงหวงของพี่ชาย ซ้ำยังบอกว่าไออุ่นนั้นไม่ได้เป็นคู่หมั้นของเขมรัฐ เป็นเพียงแค่คนที่ผู้ใหญ่สองตระกูลวางไว้ให้ศึกษากันเฉยๆ ตอนนี้คุณหนูโอเมก้าแห่งสุขอัชนโชติมีถึงสองคนแล้ว หากพี่เขมรัฐจะเลือกใครคนอื่นก็ย่อมมีสิทธิ์
เรื่องนี้นับว่าฉาวไปทั่ว แน่นอนว่าเรื่องพี่น้องแย่งผู้ชายกันนั้นมันสนุกไม่น้อยสำหรับผู้ชื่นชอบการใส่ใจเรื่องชาวบ้าน แต่คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนนั้นต่างโกรธเคืองไออุ่นที่ลงมือหนักจนอิงจันทร์ถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาล พ่อที่เคยรักและตามใจถึงกับด่าทอเขา พี่ชายที่เคยเอาอกเอาใจก็เอือมระอา แม้แต่เขมรัฐเองก็ประกาศให้ไออุ่นลาออกจากการเป็นเลขาเพราะเรื่องฉาวในครั้งนี้
แต่นั่นก็ยังไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายที่สุด เพราะหลังจากนั้นไออุ่นก็ฮึดขึ้นมาคอยตามสืบหาหลักฐานความชั่วของสองแม่ลูกเพื่อมาประจาน และก็พบว่าแท้จริงแล้วอรอนงค์นั้นเป็นชู้รักของผู้มีอิทธิพลอย่างเสี่ยภิวัฒน์ที่เป็นคู่แข่งทางธุรกิจของเขมรัฐด้วย ทั้งคู่กำลังวางแผนดูดเงินของครอบครัวของเขาให้มากที่สุดก่อนจะโค่นบริษัทของเขมรัฐแล้วช้อนซื้อมาในราคาแสนถูกแล้วเอามาเป็นของตัวเอง
แต่ใครจะรู้ว่าแม้จะได้ข้อมูลมาก็ยังสายเกินไป เพราะจู่ๆ รถของอรอนงค์และอิงจันทร์สองแม่ลูกก็เบรกแตก เจ้าสัวอาทิตย์ผู้แสนรักภรรยาและลูกสาวคนเล็กอย่างสุดหัวใจรีบสืบหาความจริงก่อนจะพบว่าหลักฐานทุกอย่างถูกโยงมาที่คุณหนูรองผู้แสนร้ายกาจของตระกูลทั้งหมด
เพี๊ยะ!!!
“ทำไมแกเป็นคนแบบนี้ ฮะ ฉันผิดหวังในตัวแกจริงๆ ฉันรู้ว่าแกน่ะมันร้าย แต่ไม่คิดว่าจะเลวถึงขั้นจะฆ่าคนได้”
“พ่อพูดอะไร แล้วมาตบไอทำไม” ไออุ่นเอามือกุมหน้าเอาไว้ด้วยความรวดร้าว เจ็บที่ใบหน้ายังไม่เท่ากับที่หัวใจที่โดนคนเป็นพ่อบดขยี้ไม่มีชิ้นดี น้ำตาใสไหลรินจากดวงตาคู่สวยไม่หยุด มืออีกข้างที่กำลังถือเอกสารหลักฐานทั้งหมดถึงกับสั่นเทา
“ไม่ต้องมาพูดดี แกวางแผนจะฆ่าอรอนงค์กับอิงใช่มั้ย แกคิดจะฆ่าน้องกับแม่ใช่มั้ย”
“ไม่ ไอไม่ได้ทำ ไอ้ไม่ได้ทำจริงๆ นะพ่อ พี่อรรถ พี่อรรถบอกพ่อไปสิว่าไอไม่ได้เป็นคนทำ”
ไออุ่นเดินไปเขย่าแขนพี่ชายที่กำลังทำสีหน้าลำบากใจ แม้ว่าเขาจะรักน้องชายคนนี้มาก แต่น้องสาวอีกคนก็เกือบตายเช่นกัน หากไม่เพราะว่ามีคนขับรถที่มีฝีมือทั้งสองอาจจะเสียชีวิตไปแล้วก็ได้
“ไอ ถ้าทำผิดจริงก็ยอมรับผิดเถอะนะ”
ไออุ่นถึงกับหูดับไปพักหนึ่งกับคำตอบของพี่ชายผู้แสนดี ตัวสั่นสะท้านด้วยความต้องช็อกที่คนที่รักและเป็นที่พึ่งไม่เชื่อใจเขา
ทำไมไอต้องไปลดตัววางแผนฆ่าพวกมันด้วย ก็ในเมื่อพวกมันต้องเข้าคุกทุกคนอยู่แล้ว
“พี่อรรถ”
“พอเถอะ ถือว่าฉันเห็นแก่แม่แก ฉันจะไม่ส่งแกเข้าคุก แต่ต่อไปนี้ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้าอีก ออกไปจากตระกูลของฉัน จะไปไหนก็ไป ฉันไม่อยากเห็นหน้าแกอีกแล้ว” คำพูดประกาศิตจากพ่อทำให้เขาถึงกับเข่าทรุด หัวไปมองสองแม่ลูกที่ยืนกอดกันทำท่าเหมือนจะร้องไห้แต่กลับมองมาที่เขาด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย
มันก็ชัดเจนแล้วว่าเป็นแผนของพวกมันทำไมไม่มีใครดูออก
“ทำไมทุกคนถึงได้โง่ขนาดนี้”
“ไออุ่น หยุดพูดจาลามปามคนอื่นได้แล้ว” พี่อรรถเอ่ยตักเตือนน้องชาย แต่ไออุ่นนั้นไม่ได้สนใจอีกแล้ว ในที่นี้ยังมีเหลืออีกคนหนึ่ง คนที่เป็นเหมือนกับพระอาทิตย์ของเขา คนที่เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจของเขา
“พี่เขมครับ ไอไม่ได้ทำ พี่เขมเชื่อไอนะครับ”
ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทมองคนตัวเล็กด้วยแววตาว่างเปล่า วันนี้เขาเพียงแค่มาคุยเรื่องสำคัญกับท่านเจ้าสัวเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาจะมีส่วนร่วมกับเรื่องราวครอบครัวของใคร แต่เขาคิดว่าไหนๆ ก็อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันแล้วเขาควรจะอาศัยจังหวะนี้พูดบางสิ่งให้ชัดเจนเสียที
“พี่ไม่ทราบหรอกครับ มันเป็นเรื่องของน้องไอกับน้องอิง แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ พี่ขอพูดทีเดียวเลยนะครับ พี่คิดว่าคำสัญญาหมั้นหมายในอดีตมันผูกมัดกันเกินไป ในยุคนี้ไม่มีใครเขาคลุมถุงชนกันแล้ว ในเมื่อพี่ไม่ได้รักน้องไอ พี่คิดว่าเราควรจะยกเลิกการหมั้นหมายลงเสีย ถือซะว่าคืนอิสระให้แก่กัน” หากคำพูดของอรรถเปรียบเสมือนการโดนตบหน้าฉาดใหญ่ คำพูดของเขมรัฐก็คือหมัดน็อกที่ทำให้เขาหัวใจแตกสลาย
แค่คำว่าไม่รักคำเดียวก็เกินพอ แต่อีกฝ่ายยังต้องการถอนหมั้นอีก
ไออุ่นนั่งร้องไห้อยู่กับพื้นเงียบๆ พักใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ ลุกยืนขึ้นมา มองทุกคนรอบกายด้วยดวงตาแดงก่ำ เขาปาเอกสารสำคัญที่ได้มาใส่หน้าของเขมรัฐก่อนจะตะเบ็งเสียงออกมาด้วยความเจ็บปวด
“โง่ ทุกคนมันโง่ แล้วทุกคนจะต้องเสียงใจกับสิ่งที่ทำกับอุ่นในวันนี้”
หนุ่มร่างเล็กสะบัดใบหน้าสวยที่แดงช้ำแล้วสตาร์ทรถสปอร์ตขับออกจากบ้านไปทันที ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย ทั้งโกรธ ผิดหวัง เสียใจ ตอนนี้เขาไม่ใช่คนของสุขอัชนโชติ ไม่ใช่ลูกของคุณพ่อ ไม่ใช่น้องของพี่อรรถ เป็นแค่ไออุ่นที่กำลังเจ็บปวดจนต้องกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“ไม่ยุติธรรมสักนิด ทำไมไม่มีใครคิดจะฟังความจริงจากฉันเลยสักคน”
เขาร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่บนรถที่แล่นไปบนถนนอย่างรวดเร็ว เขาไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะไปที่ไหนแต่รู้ว่าต้องไปให้ไกล
แม่ แม่จ๋า ไอคิดถึงแม่
ไอไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ไม่มีใครเข้าใจไอ ไม่มีใครรักไอเลย ฮืออออ
แอลอยากไปให้พ้นจากที่นี่เสียที
ปั้ง!!
รถเฟอร์รารี่สีดำของเขาหลุดโค้งตกถนนจนรถพลิกคว่ำหลายตลบ แม้ร่างกายของคุณหนูรองคนสวยในเวลานี้จะบาดเจ็บไม่มาก แต่แท้จริงวิญญาณนั้นได้หลุดออกมายังที่ที่ห่างไกลเสียแล้ว
เฮือก!!!
ไออุ่นสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้งด้วยความตกใจ ความรู้สึกเมื่อกี้ที่รถหลุดโค้งจนพลิกคว่ำยังคงตกค้างอยู่จนชายหนุ่มตัวสั่นสะท้าน ทว่าเมื่อเขามองสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าก็ต้องตกตะลึง
“เป็นไปไม่ได้!!”
ชีวิตคุณหนูของไรท์น่าสงสารมาก โอ๋ๆๆ มาเป็นมนุษย์เงินเดือนกินข้าวแกงดีกว่าเนอะลูก
ตอนที่ 2 ชีวิตใหม่
คุณหนูไออุ่นเงยหน้าขึ้นมามองรอบกายด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งหวาดกลัว ตกใจ และงุนงง เมื่อกี้เขาเพิ่งขับรถแหกโค้งออกไปจนพลิกคว่ำ แต่พริบตาเดียวกลายเป็นตอนนี้เขาอยู่ในห้องพักขนาดเล็กสภาพทรุดโทรมแห่งหนึ่ง แม้โดยรอบจะดูสะอาดสะอ้านแต่บนโต๊ะทำงานตรงหน้ากลับเต็มไปด้วยข้าวของมากมาย เขาเหลือบมองแลปท็อปสีดำที่ปรากฏหน้าต่างอีเมลล์ที่ส่งไปแล้วขึ้นมา
‘งานที่พี่เพ็ญฝากให้ทำเสร็จแล้วนะครับ ขอโทษที่ผมส่งไปช้าเพราะเมื่อคืนบอสเพิ่งโทรมาสั่งรายงานด่วนครับ’
“นี่มันอะไรกันวะ”
ฉับพลันเขาก็รู้สึกปวดหัวจี๊ด ความทรงจำมากมายไหลบ่าเข้ามาในสมองจนเขาต้องทรุดตัวลงกับพื้น ไออุ่นเอามือกุมหัวแล้วนอนนิ่งยอมรับความทรงจำของร่างเดิมเข้ามาสู่ตัวเขาอย่างต่อเนื่อง รอจนกระทั่งเวลาผ่านไปสามสิบนาทีทุกอย่างจึงจบสิ้นลง ไออุ่นลืมตาขึ้นมาช้าๆ ก่อนจะตะเบ็งเสียงดัง
“อ๊ากกกก นี่มันทุเรศที่สุด เรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย ทำไมฉันต้องมาอยู่ในร่างคนจนชีวิตหดหู่ด้วย”
จากความทรงจำของเขาไออุ่น ทองรักดีนั้นเป็นเด็กดีมาแต่ไหนแต่ไร เขามีนิสัยขี้เกรงใจและหัวอ่อน เป็นคนที่น่ารักและเป็นมิตรกับทุกคน ใบหน้าเกลี้ยงเกลาน่าเอ็นดูเวลายิ้มแย้มนั้นดูน่าเข้าหา จึงมีคนที่เข้าหาด้วยความจริงใจและแบบที่เข้าหาเพราะอยากได้ผลประโยชน์
แต่พนักงานกินเงินเดือนธรรมดาอย่างไออุ่นจะมีผลประโยชน์อะไรให้กับคนอื่นกัน นอกจากความรู้ความสามารถและความมีน้ำใจที่ถูกนำมาใช้แบบไม่ผ่านสมองจนตัวตาย จากความทรงจำไออุ่นนั้นทำงานหนักเพื่อส่งเงินไปให้แม่ที่มีเงินเท่าไหร่ก็ให้สามีและลูกติดของอีกฝ่ายผลาญเล่นจนหมด ทำเพื่อมารดาอย่างหนักขนาดนี้ยังไม่เคยได้รับความอบอุ่นหรือคำชมเชย จะมีก็แต่คำหวานในยามที่เงินใกล้หมดเท่านั้น ยังไม่รวมถึงคนในออฟฟิศของเขาที่หลอกใช้งานไออุ่นเป็นประจำด้วยข้ออ้างสารพัด ด้วยความที่หัวเดียวกระเทียมลีบไร้เส้นสายเขาจึงยึดติดกับงานที่นี่มากเพราะหากโดนไล่ออกแม่คงลำบาก ด้วยเหตุนี้ไออุ่นจึงพยายามทำตัวไม่เป็นปัญหากับเพื่อนร่วมงานมากนัก อะไรพอจะช่วยกันได้ก็ช่วยกัน
แต่เดี๋ยวนะ มันจะรู้มั้ยว่ามันโดนเอาเปรียบเกินไปแล้ว
“อีโง่ สุดท้ายก็ตายหน้าคอม ทำงานหนักแทบตาย ทำไมไม่ใช้สมองบ้าง คอยดูนะฉันจะลาออก ฉันไม่ทำงานกับไอ้พวกกระจอกชอบเอาเปรียบคนอื่นหรอก”
คนบางคนมีน้ำใจได้ บางคนยิ่งได้รับน้ำใจยิ่งเอาเปรียบ เรื่องนี้คนอย่างคุณหนูไออุ่นรู้ดี
แต่เอาเถอะ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วอยู่ที่นี่ก็คงไม่เลวร้าย
อย่างน้อยที่นี่ก็ยังดีที่ไม่มีพ่อที่ไล่เขาออกจากบ้าน
ไม่มีพี่ชายใจร้ายที่เชื่อคนอื่นมากกว่าน้อง
ไม่มีพี่เขม…
คิดถึงตรงนี้ในอกก็เจ็บแปลบขึ้นมา คำพูดตัดรอนความสัมพันธ์ของอีกฝ่ายยังดังก้องหู เขาพยายามกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมาไว้ เพราะแม้จะโดดเดี่ยวเพียงใดแต่คุณหนูไออุ่นก็จะไม่มีวันอ่อนแอ
มันต้องไม่แย่สิวะ
เขาเดินไปส่องกระจกดูร่างใหม่ของตนเองที่ห้องน้ำก็พบว่าใบหน้าของไออุ่น ทองรักดีนั้นคล้ายขึ้นกับเขาอยู่หลายส่วน ยิ่งมองก็ยิ่งคล้ายโดยเฉพาะดวงตาคู่สวยในกรอบแว่นหนาเตอะไร้รสนิยมนี้ ผิวของร่างนี้ก็ขาวซีดเหมือนคนป่วยกว่าตัวตนเก่าอยู่หลายส่วน ไออุ่นเบ้ปากมองตัวเองในกระจกด้วยความรู้สึกยากจะยอมรับ
ขอถอนคำพูดที่คิดว่าที่นี่ไม่เลวร้าย
แค่ส่องกระจกฉันก็อยากจะตายแล้ว ทุเรศที่สุด
“นี่แกไม่ได้นอนมากี่วันแล้วไออุ่น แล้วไหนจะสภาพผิวหน้าขาดน้ำ ถุงใต้ตา สิวที่คางนี่อีก” ไออุ่นอยากจะเป็นลมกับสภาพร่างใหม่ที่เหมือนกับตัวเองเวอร์ชันทรุดโทรม ภาพตรงหน้าทำร้ายจิตใจคุณหนูไออุ่นเป็นอย่างมากเพราะตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยทำให้ร่างกายตัวเองโทรมขนาดนี้มาก่อนเลย
“อีโง่ ทำไมไม่ดูแลตัวเองดีๆ สภาพทุเรศขนาดนี้ทำไมยังไม่เข้าคลินิกอีก”
ด่าคนในกระจกแล้วหนุ่มร่างเล็กก็เดินออกมาเปิดหน้าต่างทั่วห้อง พยายามทำให้อากาศถ่ายเทเพื่อระบายกลิ่นสาบความจนให้ออกไปจากห้อง จากนั้นเขาก็เริ่มรู้สึกหิวจึงเดินมาที่ตู้เย็นก่อนจะพบว่าภายในนั้นว่างเปล่า มีเพียงน้ำเปล่า และมาม่าซองห่อข้างๆ ตู้เย็นเท่านั้นในห้องนี้
“อะไรกัน ของกินก็ไม่รู้จักตุนเอาไว้ อิโง่ ไร้การวางแผนสุดๆ”
คุณหนูรองเบ้ปากใส่ร่างเดิมอีกครั้งก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าสตางค์หนังขาดๆ สีดำของร่างเดิมมาถือ ทว่าเมื่อเปิดกระเป๋าสตางค์เบาหวิวนี้ก็พบว่าในนั้นมีเงินติดตัวเพียงแค่ร้อยเดียว
ร้อยเดียวเนี่ยนะ!!
เขาหยิบมือถือขึ้นมาเปิดแล้วเช็คข้อมูลทางการเงินของไออุ่นผู้แสนดี ก่อนจะพบว่าในนั้นมีเงินติดบัญชีเพียงแค่สองพันบาทเท่านั้น
เงินนี้คุณหนูไอซื้อข้าวกินมื้อนึงยังไม่ได้เลย แล้วเงินสองพันนี้เขาต้องใช้ไปทั้งเดือนเนี่ยนะ
“อีโง่ ทำไมแกมีเงินแค่นี้ ห๊ะ ก่อนตายทำไมไม่เก็บให้เยอะๆ หน่อย”
แต่ถึงด่าคนที่จากไปแล้วก็เท่านั้น เขามีแต่ต้องทำใจยอมรับสภาพและใช้ชีวิตเป็นไออุ่นคนนี้ให้ได้ ไออุ่นเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอยู่พักใหญ่พยายามทำใจให้ได้ว่าตอนนี้ตนเองไม่ได้เป็นคุณหนูไอเหมือนเดิมแล้ว ชีวิตที่เคยสวยหรูสะดวกสบายนั้นได้จากเขาไปแล้ว
จากไปพร้อมกับที่เขาขับรถแหกโค้งนั่นแหละ
ไออุ่นค่อยๆ ใจเย็นลงเริ่มมองโลกในแง่ดี อย่างน้อยตอนเป็นคนมีเงินเขาก็เอาแต่ไล่ล่าหาความรักจากคู่หมั้น เรียกได้ว่าแทบจะไม่ได้ใช้ชีวิตเพื่อตัวเองเลย ความสุขที่แท้จริงเป็นอย่างไรเขาก็ไม่อาจเข้าถึง
ไม่แน่ว่าเมื่อเขามาอยู่ในโลกนี้แบบจนๆ เขาอาจจะมีความสุขกว่าเดิมก็ได้
ตัวร้ายพยายามปลอบใจตัวเองซ้ำๆ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าโลกมันหมุนไปด้วยเงิน
ความสุขของคุณหนูไออุ่นมันต้องมีเงินสิโว้ย
สุดท้ายจากที่คิดว่าจะออกไปกินข้าวข้างนอกเขาก็ล้มเลิกก่อนจะหันมาต้มมาม่ากินที่ห้อง ไออุ่นอ่านวิธีการทำข้างซองอย่างละเอียด รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยกับการลงมือเข้าครัวทำอาหารสำเร็จรูปครั้งแรกของเขา และด้วยสกิลจากร่างเก่าที่เป็นเพื่อนสนิทของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารจานแรกของไออุ่นจึงออกมาไม่เลวเลย
“หึ อาหารพวกคนจนรสชาติไม่เลว”
เขากินมาม่าจนหมดจนอิ่มก่อนจะหันกลับไปมองที่แลปท็อปสีดำที่เป็นต้นเหตุของทุกอย่าง จากในตอนแรกที่นึกรังเกียจออฟฟิศของไออุ่นนักหนา ตั้งมั่นเอาไว้ว่าจะต้องพาร่างนี้ไปลาออกและฝากคำพูดเจ็บแสบไปให้พวกมันทุกคนรวมไปถึงเจ้าของบริษัท แต่เมื่อตอนนี้เขาลองคำนวณดูแล้วหากลาออกตอนนี้คงไม่มีอะไรกิน ไออุ่นคนนี้ไม่ได้มีพ่อเป็นเจ้าสัวอาทิตย์แบบเขา เป็นแค่คนธรรมดาไร้เบื้องหลังที่มีปลิงคอยสูบเลือดสูบเนื้อด้วยซ้ำ
“โอ๊ย ทำไมมันยุ่งยากจังวะ แกนะแก ไออุ่น” เขาเอ่ยด้วยความหงุดหงิดก่อนจะเดินไปปิดไฟเตรียมที่จะนอน ใครจะรู้ว่าบางทีนี่อาจจะเป็นฝันแฟนตาซีตื่นหนึ่งของคุณหนูรองผู้ร่ำรวยก็ได้ พอตื่นขึ้นมาเขาอาจจะได้เจอพี่เขมกุมมืออยู่แล้วโอบกอดแนบกาย คุณพ่อกับพี่อรรถอาจจะตาสว่างรอเวลาที่เขาจะตื่นไปหา อีสองคนแม่ลูกนั้นอาจจะกระเด็นออกไป แล้วไออุ่นก็จะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขพร้อมกับเงินมากมาย
ไม่รู้เพราะว่ามาอยู่ในร่างนี้หรือไม่คนที่ไม่เคยต้องคิดมากเรื่องเงินกลับเห็นความสำคัญของเงินทองขึ้นมาทันที
เพิ่งรู้ว่ามันสำคัญตอนที่ต้องกินมาม่านี่แหละ
ไออุ่นกระโดดขึ้นเตียงก่อนจะเอาผ้าหุ่นผืนบางมาคลุมตัว ที่นอนขนาดเล็กนอนไม่สบายนักแต่เมื่อคิดว่านี่อาจจะเป็นเพียงฝันไออุ่นก็พอจะทำใจได้
ฮิฮิ เจอกันพรุ่งนี้เช้านะครับพี่เขม
6.00 น
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ดๆๆๆ
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นในยามเช้าผิดเวลาของคุณชายไออุ่นเป็นอย่างมาก เขาหรี่ตาขึ้นมามองนาฬิกาสีดำราคาถูกที่หัวเตียงก่อนจะกดปิดแล้วนอนคลุมโปงบนเตียงแคบๆ ต่อ
เดี๋ยวนะ..
เตียงแคบๆ แข็งๆ นี้
ห้องเล็กเท่ารูหนูนี้
กลิ่นสาบคนจนในห้องนี้
“นี่ฉันยังอยู่ในร่างของไออุ่นยากไร้อยู่เหรอ”
คุณหนูไออยากจะร้องไห้ เหนือกว่าความลำบากคือความคิดถึงพี่เขมสุดหัวใจ ชายหนุ่มใจเวลาพักใหญ่บนเตียงก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ ดวงตากลมสวยแดงช้ำเล็กน้อย
“เออ เป็นคนจนก็คนจนสิวะ ให้มันรู้กันไปว่าคนอย่างฉันจะอยู่ไม่ได้”
แต่วันนี้เป็นวันจันทร์ หากเป็นวันจันทร์ของคุณหนูไออุ่นก็คงเหมือนกับวันทั่วไป เป็นอีกวันที่เขาจะได้เจอหน้าพี่เขม แต่สำหรับมนุษย์เงินเดือนทั่วไปมันคือฝันร้ายดีๆ นี่เอง
ยังไม่รวมกับตอนนี้ที่ฝนตกหนักจนดูเหมือนจะมีน้ำท่วมขัง ไออุ่นถึงกับทำหน้าแหยเมื่อเห็นสภาพอากาศด้านนอกหน้าต่าง
ไม่ไหว ไม่ไหวหรอก
เขารีบกดโทรหาหัวหน้างานที่เป็นหัวหน้าแผนกวิเคราะห์ข้อมูลอย่างธเนศทันที
“ฮัลโหล คุณธเนศครับ คือว่า..”
“อ้าวไออุ่น โทรมาพอดีเลย พี่ว่าจะถามสักหน่อยว่ารายงานวิเคราะห์ยอดขายที่พี่สั่งไปได้ส่งให้พี่รึยัง”
“ส่งแล้วครับ” รายงานด่วนที่มึงโทรมาสั่งไออุ่นตอนสี่ทุ่มวันศุกร์ไง
“อ่อเหรอ เดี๋ยวเช้านี้ผมจะได้ดู”
อ้าวไอ้เวร แล้วสั่งเอาด่วนทำไมถ้าจะเปิดดูเช้าวันจันทร์ ไหนบอกว่าต้องเอาภายในคืนนั้น
ไออุ่นมีคำด่ามากมายอยู่ในหัวแต่เลือกที่จะเก็บมันเอาไว้ก่อน
“คือผมโทรมาขอลาหยุดครับ”
“หืม เป็นอะไรรึเปล่า ถ้าป่วยที่นี่มีห้องพยาบาลนะ มาพักได้”
ไอ้..
“ไม่ได้ป่วยครับ แต่ว่าฝนตกหนักมา น้ำน่าจะท่วม ผมคงไปได้ช้า หรือขอทำงานที่บ้านดีกว่า”
“ไม่ได้ คุณจะมาลาด้วยเรื่องแบบนี้ได้ยังไง ถ้าคนอื่นในแผนกรู้เขาก็ลากันหมดแล้วใครจะทำงาน น้ำท่วมแค่นี้ ขับรถออกมาให้เร็วหน่อยก็ถึงแล้ว อย่าทำตัวเรื่องมากน่ะ”
ไออุ่นกดตัดสายทันทีก่อนจะ
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”
ทำไมรีบวางสายคะ ไม่กรี๊ดอัดหูมันสักทีก่อน
มาลุ้นกันว่าตั้งแต่ต้นจนจบคุณหนูไออุ่นด่าไออุ่นเจ้าของร่างเดิมว่าอีโง่ไปทั้งหมดกี่คำ