โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

บ้าน-คอนโดเฮมาตรการรัฐ กระตุ้นกำลังซื้อ 1.1 ล้านล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 เม.ย. 2567 เวลา 00.34 น. • เผยแพร่ 10 เม.ย. 2567 เวลา 00.28 น.

อสังหาฯขานรับมาตรการ 5 ข้อ กระตุ้นบ้านและคอนโดฯของรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ลดค่าโอน-จำนอง 3% เหลือ 0.01% จากล้านละ 30,000 บาท เหลือล้านละ 300 บาท ขยายเพดานจากราคาไม่เกิน 3 ล้าน เพิ่มเป็น 7 ล้าน ถึง 31 ธ.ค. 67 “บ้านสร้างเอง” ลดหย่อนภาษี 1 แสน ให้เวลาถึง 31 ธ.ค. 68 “ธอส.จัดซอฟต์โลน” 30,000 ล้าน ดอกเบี้ย 2.98-3% ปล่อยกู้ราคาไม่เกิน 2.5-3 ล้านบาท “ขยายเพดานบ้าน BOI” จาก 1.2 ล้าน เพิ่มเป็น 1.5 ล้าน จูงใจผู้ประกอบการสร้างบ้านขายผู้มีรายได้น้อย ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯประสานเสียงนายกรับสร้างบ้าน ชี้ปลุกความเชื่อมั่น-กระตุ้นความคึกคักตลาดทั่วประเทศมูลค่า 1.1 ล้านล้านบาท

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ และการยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางเมืองแห่งอุตสาหกรรมระดับโลก (Thailand Vision) เพื่อสนับสนุนการมีที่อยู่อาศัยของประชาชน รายละเอียดมีดังนี้

โอน-จำนองเหลือ 0.01% 1 ปี

1.มาตรการลดค่าโอนและจดจำนองที่อยู่อาศัย ปี 2567 ครม.เห็นชอบให้ลดค่าโอนจาก 2% เหลือ 0.01% หรือจากล้านละ 20,000 บาท เหลือล้านละ 200 บาท และลดค่าจดจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% หรือล้านละ 10,000 บาท เหลือล้านละ 100 บาท ซึ่งค่าโอนและจดจำนองรวมกัน 3% ลดเหลือ 0.01% หรือเท่ากับค่าใช้จ่ายเดิมล้านละ 30,000 บาท ลดเหลือล้านละ 300 บาท

เฉพาะที่จดทะเบียนโอนในคราวเดียวกัน สำหรับการซื้อขายบ้านเดี่ยว บ้านแถว (ทาวน์เฮาส์) อาคารพาณิชย์ หรือที่ดินพร้อมอาคารดังกล่าว คอนโดมิเนียมที่มีราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 7 ล้านบาท และวงเงินจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญา

มีเงื่อนไขสำหรับผู้ซื้อที่เป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่กฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567

ลดหย่อนบ้านสร้างเอง 1 แสน

2.มาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับผู้ที่ต้องการปลูกสร้างบ้าน กำหนดให้บุคคลธรรมดา (ไม่รวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญ, คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล) หักลดหย่อนค่าจ้างก่อสร้างบ้านให้แก่ผู้รับจ้าง (ธุรกิจรับสร้างบ้าน) ซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการจ่ายค่าจ้างตามสัญญาจ้างตั้งแต่วันนี้ (9 เมษายน 2567) ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568

โดยให้หักลดหย่อนภาษีได้ 1 หมื่นบาทต่อทุกจำนวนค่าก่อสร้าง 1 ล้านบาท ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันเล้วไม่เกิน 1 แสนบาท เฉพาะค่าจ้างก่อสร้างบ้านไม่เกิน 1 หลัง ในปีภาษีที่ก่อสร้างบ้านเสร็จตามสัญญาจ้างที่ก่อสร้างตั้งแต่วันนี้ (9 เมษายน 2567) ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 และได้เสียอากรแสตมป์โดยวิธีการชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

ซอฟต์โลน ธอส. 3 หมื่นล้าน

3.โครงการสินเชื่อบ้าน Happy Home วงเงิน 20,000 ล้านบาท โดยธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ปล่อยกู้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง เพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุด ปลูกสร้างอาคารหรือซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างอาคาร และเพื่อซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวก

ที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3% ต่อปี เป็นเวลา 5 ปี วงเงินต่อรายสูงสุด ไม่เกิน 3 ล้านบาท เวลากู้สูงสุดไม่เกิน 40 ปี

โดยประชาชนที่สนใจสินเชื่อบ้าน Happy Home สามารถยื่นคำขอกู้กับ ธอส. ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 ธันวาคม 2568 หรือจนกว่า ธอส. ให้สินเชื่อเต็มตามกรอบวงเงินของโครงการ

4.โครงการสินเชื่อบ้าน Happy Life วงเงิน 10,000 ล้านบาท โดย ธอส. สนับสนุนสินเชื่อเพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุด ปลูกสร้างอาคาร หรือซื้อที่ดิน พร้อมปลูกสร้างอาคาร เพื่อต่อเติม ขยาย ซ่อมแซมอาคาร หรือไถ่ถอนจำนองจากสถาบันการเงินอื่น อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกอยู่ที่ 2.98% ต่อปี วงเงินรายละ 2,500,000 บาทขึ้นไป

โดยประชาชนที่สนใจเข้าร่วโครงการสามารถยื่นคำขอกู้กับ ธอส. ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือจนกว่า ธอส. ให้สินเชื่อเต็มตามกรอบวงเงินของโครงการ

ขยับเพดานบ้าน BOI 1.5 ล้าน

5.การให้การส่งเสริมกิจการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย (โครงการบ้าน BOI) ทางคณะกรรมการส่งสริมการลงทุน (BOI-Board of Investment) ได้ออกประกาศที่ ส. 1/2567 ลงวันที่ 15 มีนาคม 2567 ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ได้รับการยกว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี ในวงเงิน

ไม่เกิน 100% ของเงินลงทุน (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) สำหรับการสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข เช่น

5.1 กรณีอาคารชุด BOI ต้องมีพื้นที่ใช้สอยไม่น้อยกว่า 24 ตารางเมตร กรณีบ้านเดี่ยวหรือบ้านแถว ต้องมีพื้นที่ใช้สอยไม่น้อยกว่า 70 ตารางเมตร

5.2 การก่อสร้างที่อยู่อาศัยที่ขอรับการส่งเสริม ต้องจำหน่ายให้บุคคลธรรมดาเท่านั้น โดยก่อสร้างที่อยู่อาศัย (รวมค่าที่ดิน) ราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท

5.3 ต้องมีที่อยู่อาศัยตามเงื่อนไขที่กำหนดไม่น้อยกว่า 80% ของที่อยู่อาศัยทั้งโครงการ

5.4 มีแผนผังและแบบแปลนที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ และได้รับการอนุญาตก่อสร้างอาคารตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

5.5 ต้องยื่นขอรับการส่งเสริม (ขอรับบัตร BOI) ภายในวันทำการสุดท้ายของปี 2568 เป็นต้น
ศึกษาเกณฑ์ถือครองต่างชาติ

โฆษกกระทรวงการคลังกล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการดังกล่าวข้างต้นจะช่วยส่งเสริมให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาฯ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับทั้งห่วงโซ่อุปทานการผลิต (Supply Chain) ส่งเสริมการลงทุนในประเทศ ก่อให้เกิดการจ้างงาน การผลิต การถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งจะส่งผลดีต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในภาพรวม

อย่างไรก็ดี ยังมีประเด็นการพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการถือครองที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติ ซึ่งมีความสำคัญ และเกี่ยวข้องกับวิสัยทัศน์ Thailand Vision ในการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเมืองแห่งอุตสาหกรรมระดับโลก ที่มีเป้าหมายในการดึงดูดนักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญพิเศษที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ให้มาลงทุนในประเทศไทย รวมถึงการปรับกระบวนการทางกฎหมายที่มีอุปสรรคในการถือครองทรัพย์สิน

ดังนั้น คณะรัฐมนตรีจึงได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย เป็นต้น ไปดำเนินการพิจารณาศึกษาความเป็นไปได้ ในการดำเนินการ ซึ่งจะได้นำเสนอกลับมาให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง

7 ล้านมีมูลค่าตลาด 9 แสนล้าน

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ หรือ REIC กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่ามาตรการกระตุ้นอสังหาฯที่ขยายสิทธิประโยชน์ให้กลุ่มที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท นับว่าเป็นมาตรการที่ตอบโจทย์การกระตุ้นอย่างเด่นชัด เนื่องจากเป็นการดึงกำลังซื้อกลุ่มที่มีศักยภาพสูง

ทั้งนี้ จากการสำรวจตลาดที่อยู่อาศัย 27 จังหวัดทั่วประเทศพบว่า ณ สิ้นปี 2566 มีที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7.5 ล้านบาท เหลือขายในตลาด 268,000 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 87% ของหน่วยเหลือขายทั้งหมด มีมูลค่า 911,000 ล้านบาท ดังนั้น มาตรการรอบนี้คาดว่าสามารถดึงดูดกำลังซื้อใหม่ ๆ ราคา 3-7 ล้านบาทได้มากขึ้นช่วยชดเชยกำลังซื้อบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ที่ได้รับการกระตุ้นต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว แต่มีปัญหากู้ไม่ผ่านสูงมากในปัจจุบัน

นอกจากนี้ การที่รัฐบาลออกมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) วงเงินรวม 30,000 ล้านบาท นับว่าตอบโจทย์ผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางที่ส่วนใหญ่จะซื้อที่อยู่อาศัยไม่เกิน 3 ล้านบาท ให้สามารถมีกำลังซื้อที่อยู่อาศัยและเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น

“มาตรการกระตุ้นอสังหาฯรอบนี้ กระตุ้นฝั่งดีมานด์ในวงกว้าง น่าจะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ และภาพรวมเศรษฐกิจประเทศด้วย” ดร.วิชัยกล่าว

ส.คอนโดฯชี้ดันตลาดโต 15%

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) และนายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” เพิ่มเติมว่า มาตรการกระตุ้นเดิมลดค่าโอนให้บ้านไม่เกิน 3 ล้านบาท มีสัดส่วนเพียง 40% ของตลาดรวม และติดปัญหาถูกปฏิเสธสินเชื่อในระดับสูง การขยับเพดานกระตุ้นไปถึงราคา 7 ล้านบาท มองว่ารัฐบาลเดินมาถูกทาง เพราะมีสัดส่วนถึง 80% ของตลาดรวม

ผลกระทบเชิงบวกต่อตลาดในช่วง 9 เดือนที่เหลือ นายพีระพงศ์กล่าวว่า จะเป็นตัวช่วยสำคัญทำให้ตลาดรวมปีนี้เติบโตได้ถึง 10-15% จากเดิมที่คาดการณ์ว่าตลาดปีนี้จะเติบโตต่ำอยู่ที่ 5-10% เท่านั้น

“เศรษฐกิจบ้านเราต้องกระตุ้นด้วยการบริโภคในประเทศ เครื่องมือสำคัญคือกระตุ้นภาคอสังหาฯ และมั่นใจว่ามาตรการนี้ประชาชนรออยู่ ซึ่งต้องขอขอบคุณรัฐบาลเศรษฐาที่ออกมาตรการมาช่วยกระตุ้นกำลังซื้อระดับกลางทั่วประเทศ ปีนี้ได้เครื่องมือกระตุ้นอสังหาฯที่ได้สิทธิประโยชน์เยอะที่สุด จริง ๆ ค่าโอนและจดจำนองเราขอขยายเพดานจาก 3 ล้านไปในช่วง 5-10 ล้านบาท การให้มา 7 ล้านถือว่าพอเหมาะพอดี เพราะครอบคลุมสัดส่วน 80%”

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ตัวแทนสมาคมภาคอสังหาริมทรัพย์ได้เสนอขอการสนับสนุนจากรัฐบาล 8 ข้อ ล่าสุดได้มาแล้ว 5 ข้อ ยังมีประเด็นข้อเสนอที่อยากให้รัฐบาลพิจารณาให้การสนับสนุนในการฟื้นกำลังซื้อลูกค้าต่างชาติ ซึ่งปัจจุบันต้องยอมรับว่ามีการซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดสัดส่วนสูงถึง 20% โดยมีข้อเสนอลูกค้าต่างชาติซื้อห้องชุดราคา 5 ล้านบาท ให้วีซ่า 5 ปีสำหรับการพักอาศัย 2 คน และซื้อห้องชุด 5 ล้านบาท ให้วีซ่า 10 ปีสำหรับการพักอาศัย 4 คน เพื่อดึงดูดลูกค้าต่างชาติมั่งคั่งและต่างชาติที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษ รองรับการยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางเมืองแห่งอุตสาหกรรมระดับโลก (Thailand Vision)

ปลุกรับสร้างบ้าน 2 แสนล้าน

นายโอฬาร จันทร์ภู่ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน กล่าวเพิ่มเติมว่า ดีใจมากที่รัฐบาลเศรษฐาให้ความสำคัญกับตลาดบ้านสร้างเองที่มีมูลค่าตลาดรวมปีละ 2 แสนล้านบาท โดยลูกค้าที่สร้างบ้านบนที่ดินตัวเอง จากเดิมที่ไม่เคยได้รับสิทธิประโยชน์จากมาตรการรัฐมาก่อน แต่รอบนี้สามารถนำมูลค่าสร้างบ้านมาขอลดหย่อนภาษีสูงสุด 1 แสนบาท เท่ากับลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ของมาตรการรัฐครั้งสำคัญ

“มาตรการบ้านสร้างเองให้เวลาลดหย่อนภาษี 1 แสนบาทนาน 2 ปี เป็นโอกาสที่ดีของผู้บริโภคที่จะสามารถตัดสินใจได้เร็วขึ้น สิ่งที่สมาคมรับสร้างบ้านต้องไปดำเนินการต่อคือการทำความเข้าใจให้กับลูกค้า เพราะสิทธิลดหย่อนภาษีมีเงื่อนไข จะต้องทำสัญญาสร้างบ้านกับบริษัทรับสร้างบ้านที่ปฏิบัติตามกฎหมาย มีการจดทะเบียนเข้าระบบภาษีอย่างถูกต้องเท่านั้น ขณะเดียวกันจะมีการหารือเพื่อจัดกิจกรรมการตลาดร่วมกับสมาชิกสมาคม เพื่อกระตุ้นออร์เดอร์รับสร้างบ้านในปี 2567-2568 ต่อไป” นายโอฬารกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บ้าน-คอนโดเฮมาตรการรัฐ กระตุ้นกำลังซื้อ 1.1 ล้านล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...