โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนความสำเร็จของ "เจอร์เกน คล็อปป์" กับลิเวอร์พูล เมื่อถึงวันต้องบอกลา

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 ม.ค. 2567 เวลา 06.25 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. 2567 เวลา 06.25 น.
AFP

ย้อนดูไทม์ไลน์และความสำเร็จของ “เจอร์เกน คล็อปป์” ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ทุ่มเททุกอย่างให้กับ “ลิเวอร์พูล” ในวันนี้ที่บอสของพลพรรคหงส์แดงรู้สึก “หมดพลัง” เตรียมอำลาตำแหน่งกุนซือหลังจบฤดูกาลนี้

ข่าวใหญ่ในโลกฟุตบอลเมื่อวานที่ผ่านมา (26 มกราคม 2567) คงหนีไม่พ้นการที่ “เจอร์เก้น คล็อปป์” ผู้จัดการทีมหงส์แดง “ลิเวอร์พูล” ประกาศเตรียมอำลาตำแหน่งหลังจบฤดูกาลนี้

วันเมื่อวานดูเป็นวันธรรมดา ทุกอย่างสงบนิ่งและดำเนินไปตามปกติ ก่อนที่พายุใหญ่จะโหมกระหน่ำในช่วงเย็น เด็กหงส์หลายคนคงไม่เชื่อเมื่อเห็นข่าวในครั้งแรก หากแต่มันประกาศอย่างเป็นทางการของสโมสร

อันที่จริงไม่ใช่แค่เด็กหงส์เท่านั้นที่ช็อกกับข่าวนี้ เชื่อว่าคนดูฟุตบอลก็คงช็อกหรือไม่ก็แปลกใจไปตาม ๆ กัน เพราะสถานการณ์ในฤดูกาลนี้ลิเวอร์พูลกำลังร้อนแรง และยังอยู่ในเส้นทางทั้ง 4 ถ้วยที่ลงเล่น หนำซ้ำกำลังจะฟาดแข้งกับเชลซีในนัดชิงคาราบาว คัพ ที่เวมบีลย์ในวันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์นี้

“ประชาชาติธุรกิจ” ชวนย้อนดูไทม์และความสำเร็จที่ “เจอร์เก้น คล็อปป์” ได้เสกสรรค์ให้ลิเวอร์พูลตลอดระยะเวลา 9 ปีในถิ่นแอนฟิลด์ด้วยการทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจแบบ “เฮฟวี่ เมทั่ล”

คล็อปป์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลในเดือนตุลาคม ปี2015 ซึ่งจะหมดสัญญาลงในปี2026 หลังจากเพิ่งประกาศต่อสัญญาไปเมื่อปีที่แล้วนี้เอง

กุนซือชาวเยอรมันวัย56 กะรัตเป็นผู้พาลิเวอร์พูลคว้าถ้วยแชมเปียนส์ลีก ในปี2019 ก่อนที่จะนำพลพรรคหงส์แดงทวงคืนความยิ่งใหญ่และเป็นยอดทีมแห่งเกาะอังกฤษอีกครั้ง ด้วยการเป็นแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ30 ปี เมื่อฤดูกาล2019-20

“ผมบอกกับสโมสรไปแล้วตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน”คล็อปป์ กล่าว

“ผมเข้าใจได้ว่ามันเป็นเรื่องน่าตกใจสำหรับใครหลาย ๆ คนในช่วงเวลานี้ หากคุณได้ยินมันเป็นครั้งแรก แต่แน่นอนว่าผมสามารถอธิบายมันได้ หรืออย่างน้อยก็จะพยายามอธิบายมัน”

“ผมรักทุกอย่างที่เกี่ยวกับสโมสรแห่งนี้ ผมรักทุกอย่างที่เกี่ยวกับเมือง รักทุกอย่างเกี่ยวกับแฟนบอลของเรา ผมรักทีม รักทีมงาน รักทุกสิ่ง แต่ที่ผมต้องตัดสินใจครั้งนี้ เพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นว่าผมเชื่อมั่นในสิ่งที่ผมทำ”

“สิ่งที่เป็นอยู่ จะพูดยังไงดี ผมกำลังหมดแรง แม้ตอนนี้จะยังไม่เป็นปัญหา แต่แน่นอนผมรู้มานานแล้วว่าต้องประกาศให้ทุกคนทราบ ณ จุดใดจุดหนึ่ง ผมยังสบายดีแค่รู้ว่าผมไม่สามารถทำงานนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้อีก”

BBC Sport ระบุว่า เปอร์เซ็นต์การชนะของคล็อปป์อยู่ที่60.7% ในทุกรายการ จากจำนวนทั้งหมด 466 นัด ชนะ 283 แพ้ 105 และเสมอ 78 นัด ถือเป็นสถิติสูงสุดในบรรดาผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลที่คุมทีมมากกว่า50 เกม

นับตั้งแต่คล็อปป์มาที่แอนด์ฟิล เขาเก็บแต้มกับลิเวอร์พูลในพรีเมียร์ลีกรวม671 คะแนน เป็นอันดับ2 รองจาก “แมนเชสเตอร์ ซิตี้” เท่านั้นที่มี716 คะแนน

คล็อปป์เก็บชัยชนะได้ยาวนานที่สุดในพรีเมียร์ลีกร่วมกับ ซิตี้ ของ “เป๊ป กวาร์ดิโอล่า” ด้วยชัยชนะ18 นัดติดต่อกันระหว่างเดือนตุลาคม2019 ถึงกุมภาพันธ์2020

คล็อปป์ยังมีสถิติไม่แพ้ใครในพรีเมียร์ลีกยาวนานที่สุดเป็นอันดับ2 จาก44 เกมระหว่างเดือนมกราคม2019 ถึงกุมภาพันธ์2020 รองจาก “อาร์เซนอล” ของ “อาร์แซน เวนเกอร์” เท่านั้น ที่ทำไว้ระหว่างเดือนพฤษภาคม2003 ถึงตุลาคม2004

ตั้งแต่ คล็อปป์ เข้ามาคุมบังเหียนลิเวอร์พูลต่อจาก “เบรนแดน ร็อดเจอร์ส” ในเดือนตุลาคมปี2015 ขณะนั้นลิเวอร์พูลอยู่อันดับที่10 และพวกเขาจบอันดับ8 เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล

คล็อปป์กลายเป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลเพียงคนเดียวที่คว้าแชมป์ลีก, แชมเปียนส์ลีก, เอฟเอ คัพ และอีเอฟแอล คัพ กับหงส์แดงได้สำเร็จ

เขานำลิเวอร์พูลเถลิงแชมป์ยุโรปสมัยที่6 ในปี2019 โดยชนะ “สเปอร์ส”ในรอบชิงชนะเลิศ ต่อด้วยการคว้า ยูฟ่าซูเปอร์คัพ และสโมสรโลก

ไทม์ไลน์ของคล็อปป์กับลิเวอร์พูล

  • วันที่8 ตุลาคม2015 คล็อปป์ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล
  • วันที่18 พฤษภาคม2016 ลิเวอร์พูลแพ้เซบีย่า3-1 ในรอบชิงชนะเลิศยูโรปาลีก
  • วันที่1 มกราคม2018 “เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค” ย้ายจากเซาแธมป์ตันมาร่วมทีมหงส์แดงด้วยค่าตัวมูลค่า75 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นสถิติโลกของกองหลังในขณะนั้น
  • วันที่6 มกราคม2018 “ฟิลิปเป้ คูตินโญ่” ย้ายร่วมทีมบาร์เซโลน่าด้วยค่าตัวราว142 ล้านปอนด์ ซึ่งช่วยให้สโมสรจ่ายค่าตัวฟาน ไดจ์ค รวมถึงซื้อ “อลิสซอน เบ็คเกอร์” และ “ฟาบินโญ่”
  • วันที่26 พฤษภาคม2018 ลิเวอร์พูลแพ้เรอัล มาดริด3-1 ในรอบชิงชนะเลิศแชมเปียนส์ลีก ที่กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน
  • วันที่7 พฤษภาคม2019 ลิเวอร์พูลเข้ารอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นปีที่2 ติดต่อกัน ด้วยการพลิกสถานการณ์รอบรอง ชนะ “บาร์เซโลนา”4-0 ที่แอนฟิลด์ หลังจากแพ้เลกแรกมา3-0
  • วันที่1 มิถุนายน2019 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์แชมเปียนส์ลีก สมัยที่6 ด้วยการเอาชนะสเปอร์ส2-0
  • วันที่14 สิงหาคม2019 ลิเวอร์พูล ดวลจุดโทษชนะ “เชลซี”5-4 คว้าแชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ
  • วันที่21 ธันวาคม2019 ลิเวอร์พูลเอาชนะ “ฟลาเมงโก”1-0 คว้าแชมป์สโมสรโลก
  • วันที่25 มิถุนายน2020 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีกสมัยที่19 และพรีเมียร์ลีกสมัยแรก จบฤดูกาลด้วยสถิติสโมสร99 แต้ม
  • วันที่28 เมษายน2022 คล็อปป์ขยายสัญญากับลิเวอร์พูลถึงปี2026
  • วันที่5 มีนาคม2023 ลิเวอร์พูลเอาชนะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด7-0 ที่แอนฟิลด์
  • วันที่26 มกราคม2024 คล็อปป์ประกาศว่าลาออกจากการเป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล2023-24

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ย้อนความสำเร็จของ “เจอร์เกน คล็อปป์” กับลิเวอร์พูล เมื่อถึงวันต้องบอกลา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...