โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มินอ่องลายอยู่ต่อหรือพอแค่นี้ โดย ลลิตา หาญวงษ์

MATICHON ONLINE

อัพเดต 26 ม.ค. 2567 เวลา 05.33 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. 2567 เวลา 05.30 น.

ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา คำถามยอดฮิตในบรรดาผู้สนใจและติดตามสถานการณ์ในพม่าคือ “พม่าจะแตกจริงหรือ” และ “มิน อ่อง ลายจะอยู่หรือจะไป” หลังปฏิบัติการ 1027 หลายฝ่ายประเมินว่ากองทัพพม่าอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด ในบรรยากาศที่กองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์และ PDF อันเป็นกองกำลังฝ่ายต่อต้านรัฐประหารค่อยๆ ยึดพื้นที่และเมืองใหญ่น้อยในรัฐฉานเหนือ รัฐอาระกัน รัฐฉิ่น รัฐคะฉิ่น และอีกหลายพื้นที่ของเมียนมาตอนกลางและตอนเหนือ พื้นที่ที่กองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ยึดมาได้ต่างมีความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ เพราะเป็นเส้นทางการค้าระหว่างพม่ากับจีน

ความอ่อนแอของกองทัพพม่ายังสะท้อนจากจำนวนทหารที่เสียชีวิตจากการสู้รบตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม ที่ประเมินกันว่ามีหลายร้อยนาย บางส่วนเป็นทหารระดับแม่ทัพ และยังมีทหารอีกนับพันที่ยกธงขาว บ้างหลบหนีเข้าไปในเขตประเทศเพื่อนบ้าน สัญญาณเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่ากองทัพพม่าไม่ได้มีกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เข้มแข็งพอที่จะเผด็จศึกกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ได้เลย โดยเฉพาะเมื่อกลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่มร่วมกันตีกองทัพพม่าอย่างกรณีของปฏิบัติการ 1027

ด้วยกองทัพพม่าเสียฐานที่มั่นหลายสิบแห่งให้กับฝ่ายต่อต้านในช่วงแค่ 3 เดือน ทำให้สังคมพม่ามีปฏิกิริยาและเริ่มมีกระแสกดดันให้มีการเปลี่ยนตัวผู้นำสภาบริหารแห่งรัฐ (State Administration Council หรือ SAC) และกองทัพ ที่ในขณะนี้เป็นพลเอกอาวุโส มิน อ่อง ลาย กระแสต่อต้านนี้ไม่ได้อยู่เฉพาะกลุ่มต่อต้านรัฐประหารเท่านั้น แต่กลุ่มที่เรียกว่าเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นของกองทัพ อย่างสถาบันสงฆ์ก็เริ่มมีปฏิกิริยา หรือแม้แต่จีน ที่แต่เดิมมีท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้หลังรัฐประหาร ไม่เคยออกมาประณามคณะรัฐประหารแบบเปิดเผย ในขณะเดียวกันคนทั้งโลกย่อมรู้ว่าจีนเคยให้การสนับสนุนรัฐบาลพลเรือน NLD ภายใต้การนำของด่อ ออง ซาน ซูจี อย่างเหนียวแน่นมาก่อน ทำให้จีนไม่ได้ปลื้มกับรัฐประหาร ปฏิบัติการ 1027 ก็ชี้ให้เห็นว่าจีนเริ่มกดดันกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ให้ร่วมโจมตีกองกำลังฝ่ายสนับสนุนกองทัพพม่ามากขึ้น และต้องการยึดพื้นที่ยุทธศาสตร์คืนมาจากกองทัพพม่า

ปัญหาในเวลานี้คือหากแม้นว่าเกิดรัฐประหารภายในกองทัพ หรือเกิดมีพรายกระซิบบอกมิน อ่อง ลายว่าถึงเวลาแล้วที่ท่านต้องเสียสละตำแหน่ง และนำแม่ทัพที่เก่งกาจกว่ามาบริหาร SAC ให้อยู่รอด ใช่ว่าปัญหาในพม่าจะจบ เพราะเท่าที่ดูตอนนี้ ในกองทัพก็ไม่มีผู้นำที่มีบารมีมากพอคนไหนที่จะมาทดแทนมิน อ่อง ลายได้เลย ในประวัติศาสตร์การเมืองของพม่า เกิดวิกฤตในลักษณะนี้มาบ้าง ในช่วงปลายรัฐบาลของเนวิน เมื่อเกิดการประท้วงทั่วประเทศในปี 1988 นั้น ก็มีกระแสภายในเพื่อกดดันเนวินอย่างหนักให้ลาออก เพราะแม้กองทัพจะใช้ไม้แข็งยิงใส่ผู้ชุมนุมประท้วงโดยตรง แต่ความไม่พอใจกองทัพก็ลุกลามเหมือนไฟลามหญ้า อย่างไรก็ดี ในตอนนั้นยังพอมีผู้นำที่มีบารมีอยู่บ้าง อย่างพลเอก ซอ หม่อง ที่เป็นแม่ทัพสายบู๊ หรือเมื่อตอนที่ SPDC ขึ้นมามีอำนาจในปลายทศวรรษ 1990 ก็มีผู้นำทหาร 3 คน ที่เป็นเบอร์ 1-3 ให้ได้เห็น เริ่มจากตาน ฉ่วย ขิ่น ยุ้น และมาถึงเบอร์สามอย่างหม่อง เอ

สำหรับตอนนี้ เรายังไม่เห็นภาพของ “เบอร์สอง” ชัดเจน แต่ก็มีกระแสออกมาว่าอาจมีการปรับเปลี่ยนรัฐบาล SAC และอาจเป็นรองนายกรัฐมนตรี 2 คน ที่เข้ามารับตำแหน่งแทนมิน อ่อง ลาย ในฐานะผู้นำ SAC แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้นำชุดใหม่จะบริหารทั้งกองทัพและประเทศชาติให้รอดวิกฤตช่วงนี้ไปได้ วิธีเดียวที่ยั่งยืนคือทั้งมิน อ่อง ลาย และ SAC ทั้งคณะต้องออกจากตำแหน่ง ในมุมมองของผู้เขียน ผู้นำ SAC ทั้งหมดไม่มีทางลงจากหลังเสือง่ายๆ เพราะนั่นเท่ากับว่ารัฐประหารปี 2021 สูญเปล่า ทั้งความตั้งใจเดิมที่ SAC ต้องการกำจัดนักการเมืองและพรรค NLD ออกไป และจะเผชิญกับการดำเนินคดีสารพัด และด้วยบุคคลเหล่านี้มีทัศนคติที่แตกต่างออกจากพลเรือนอย่างสิ้นเชิง ทั้งชีวิตของนายทหารเหล่านี้อยู่ในโรงเรียนนายร้อยและกองทัพที่โหมกระหน่ำโฆษณาชวนเชื่อว่าเชื้อชาติพม่ายิ่งใหญ่กว่าใคร และกองทัพมีหน้าที่ปกป้องแผ่นดินนี้มิให้แตกสลาย ความไม่ยืดหยุ่นนี้เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพกับรัฐบาลพลเรือนไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง

ฉากทัศน์ที่อาจเกิดขึ้นได้ ในเวลาที่ทหารในกองทัพไม่พอใจท่าทีของผู้นำ SAC อย่างหนัก ทำให้ทหารตั้งแต่ระดับล่างจนถึงระดับผู้นำกองร้อยหนีกองทัพ กลายเป็นปรากฏการณ์ที่สั่นสะเทือนเสถียรภาพของกองทัพ ถึงขนาดที่อดีตนายทหารระดับสูงในกองทัพเองก็เริ่มทนไม่ไหวและโพสต์ข้อความเรียกร้องให้กองทัพลงโทษทหารเหล่านี้อย่างรุนแรง หลังปฏิบัติการ 1027 มีนายทหารระดับนายพลจัตวา (Brigadier General) ถึง 6 นาย
ที่ยอมแพ้ ก็เพิ่งได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิตจาก SAC นอกจากนี้ครอบครัวของทหารที่หนีทัพหรือยอมแพ้ก็ถูกกดดันอย่างหนักจากกองทัพ

กองร้อยที่ยังเหลืออยู่ก็กล้าๆ กลัวๆ และไม่มั่นใจว่าจะรบชนะฝ่ายต่อต้าน SAC ด้วยความกลัวการถูกลงโทษและความจำเป็นต้องปกป้องครอบครัวของตนเอง แม่ทัพส่วนหนึ่งต้องหนีเข้าไปทั้งในอินเดียและไทย เสียงภายในกองทัพอาจไม่มากพอที่จะกดดันให้มิน อ่อง ลายลาออกได้ แต่สถาบันสงฆ์ก็เริ่มออกมาวิจารณ์สภาวะผู้นำของมิน อ่อง ลายมากขึ้น เริ่มจาก อะฉิ่น อาริยะวุนทะ (Ashin Ariawuntha) ที่เป็นพระสายอนุรักษนิยม-ชาตินิยม โปรกองทัพ ยังออกมาเรียกร้องให้ผู้นำ SAC ลาออก ท่ามกลางผู้สนับสนุนกองทัพมากมายที่มารวมตัวกันที่ปยินอูลวิน (โรงเรียนนายร้อยของพม่าอยู่ที่เมืองนี้) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

สิ่งที่อะฉิ่น อาริยะวุนทะพูดถึงมิน อ่อง ลายคือการเผชิญหน้ากับผู้นำกองทัพโดยตรง ท่านมองว่ามิน อ่อง ลายไม่มีความสามารถ เห็นแก่ตัว และยังเปลี่ยนให้กองทัพพม่าที่เคยยิ่งใหญ่กลายเป็นกองทัพที่ไร้ประสิทธิภาพ อันสะท้อนให้เห็นจากความพ่ายแพ้ของกองทัพในปฏิบัติการ 1027 ความไม่พอใจมิน อ่อง ลายยิ่งมีเพิ่มขึ้น ทำให้การประชุมสภากลาโหมและความมั่นคงแห่งชาติ (National Defense and Security Council หรือ NDSC) ที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้เพื่อต่ออายุของ SAC ไปอีก 6 เดือน มีข่าวออกมาว่าประธานาธิบดี มยิ้น ส่วย ที่เป็นประธาน NDSC สุขภาพไม่แข็งแรง ทำให้การประชุม NDSC ต้องเลื่อนออกไป ทางสองแพร่งที่ NDSC เผชิญในเวลานี้ ทางแรกคือยอมให้ SAC ต่ออายุออกไปอีก 6 เดือน และอีกทางหนึ่งคือ SAC ต้องปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีของตัวเอง โดยเฉพาะตำแหน่งผู้นำ SAC เพื่อลดอุณหภูมิของฝ่ายต่อต้าน ผู้เขียนยังมองว่ามิน อ่อง ลายไม่น่าจะลาออกง่ายๆ บางตำแหน่งใน SAC อาจมีการปรับเปลี่ยน หรือมิน อ่อง ลายอาจเลือกรักษาตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพมากกว่านายกรัฐมนตรีและผู้นำ SAC

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มินอ่องลายอยู่ต่อหรือพอแค่นี้ โดย ลลิตา หาญวงษ์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...