โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

GAMBOL รองเท้าสัญชาติไทย ส่งไม้ต่อเจน 2 ทะยานโกลบอลแบรนด์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 มิ.ย. 2565 เวลา 03.09 น. • เผยแพร่ 08 ก.พ. 2565 เวลา 02.01 น.

ย่างเข้าสู่ปีที่ 53 สำหรับ “แกมโบล” รองเท้าแบรนด์ดังสัญชาติไทย แต่ผลพวงจากการระบาดของโควิด-19 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้แกมโบลต้องเผชิญมรสุมเช่นเดียวกับผู้ประกอบการรายอื่น ประกอบกับช่วงของการเปลี่ยนผ่านทายาทจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้ต้องมีการปรับแผนงานครั้งใหญ่

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “นิติ กิจกำจาย” ผู้อำนวยการ บริษัท บิ๊กสตาร์ จำกัด ทายาทผู้ทำหน้าที่เชื่อมการทำงานผ่านการส่งไม้ต่อจากรุ่นสู่รุ่น จากเจน 1 สู่เจน 2 กับภารกิจทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่ยุคดิจิทัล เพื่อรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปหลังการระบาดของโควิด-19 พร้อมอัพเดตแผนงานใหม่นับจากนี้

“นิติ กิจกำจาย” เริ่มต้นบทสนทนาด้วยการฉายภาพธุรกิจตลอดช่วงการระบาดของโควิดที่ผ่านมา ภาพรวมกระทบยอดขายบ้างเล็กน้อยจากกำลังซื้อที่ชะลอตัวลง และปีที่ผ่านมาเริ่มมีการปรับแผนงาน

โดยเฉพาะการต่อยอดในช่องทางออนไลน์มากขึ้น ควบคู่กับการเพิ่มน้ำหนักการทำตลาดในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา, สปป.ลาว, เมียนมา และเวียดนาม) ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน ก็หันมาโฟกัสการทำงานการควบคุมต้นทุนการผลิต จากราคาวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้น ฯลฯ ทำให้ในปี 2564 สามารถพลิกกลับมาบวกได้เป็นตัวเลขหนึ่งหลักจากปี 2563 ที่สถานการณ์ค่อนข้างวิกฤต

“หัวใจหลักของการขายสินค้าคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ในเรื่องของราคาขาย เราในฐานะคนขายก็ปรับมากไม่ได้ เพราะคนซื้อเองก็แทบไม่มีกำลังซื้ออยู่แล้ว และการจะผลักภาระให้ผู้บริโภคไม่ใช่เรื่องที่ถูก

ดังนั้น เราต้องมาบีบตัวเองให้ถึงที่สุดก่อน และเมื่อไม่ไหวถึงจะมีการปรับราคาเพิ่ม โดยเดือน พ.ย. 64 ที่ผ่านมา จากราคาน้ำมันและวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นก็ทำให้มีการปรับราคาบ้างเล็กน้อย”

ขณะที่แนวโน้มในปีนี้มองว่าภาพรวมธุรกิจเริ่มมีสัญญาณบวกให้เห็นแล้วตั้งแต่ช่วงปลายปี 2564 ที่ผ่านมา หลังจากประชาชนเริ่มปรับวิถีชีวิตในการอยู่ร่วมกับโควิดได้ แม้จะยังไม่ชัดเจนเท่าที่ควรเพราะมีเรื่องของกำลังซื้อที่ชะลอตัวอยู่

ขณะที่เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบที่ยังไม่มีมากนัก แต่เชื่อว่าในปีนี้ภาพรวมตลาดจะกลับมาบวกอย่างแน่นอน แม้ว่าจะมีการระบาดของโอมิครอนอยู่ แต่โดยส่วนตัวมองว่าหลังจากต้องอยู่ร่วมกับโควิดมาตลอด 2 ปี เชื่อว่ารู้จักกับสถานการณ์มากพอสมควร และสามารถปรับตัวเพื่อรับมือได้

ปี’65 แห่งการทรานส์ฟอร์ม

ทายาทแกมโบลเล่าต่อไปว่า ด้านแผนงานหลักในปี 2565 ยังคงเน้นการทำงานเพื่อสานต่อโปรเจ็กต์ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการโฟกัสออนไลน์ ขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

รวมไปถึงการคอลแลบส์กับพันธมิตรต่าง ๆ ในการเปิดตัวสินค้าคอลเล็กชั่นพิเศษ แต่ความพิเศษของแผนการดำเนินธุรกิจหลักในปีนี้ คือ การจะได้เห็นบิ๊กมูฟของแกมโบลกับการปรับโครงสร้างครั้งสำคัญนั่นคือทรานส์ฟอร์มองค์กรไปสู่ความเป็นองค์กรดิจิทัลครั้งใหญ่ในรอบ 53 ปี อีกทั้งยังเป็นการปรับแบรนด์อิมเมจให้ดูพรีเมี่ยมแมสในราคาจับต้องได้ที่เริ่มต้น 300 บาท

“ที่ผ่านมาเราเน้นช่องทางการขายส่ง พอมาเจอสถานการณ์ล็อกดาวน์ และคน WFH ก็เลยมองว่าจำเป็นต้องทำอย่างจริงจังแล้ว เพราะคนอยู่บ้านมากขึ้น พฤติกรรมการช็อปปิ้งก็เปลี่ยนไป และโควิดก็เข้ามาเร่งให้ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว”

ซึ่งหัวใจสำคัญของการทรานส์ฟอร์มองค์กรในปีนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องการขยายไปช่องทางออนไลน์มากขึ้นเท่านั้น แต่เป็นปีแห่งการทรานส์ฟอร์มหรือปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อก้าวสู่ยุคดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการวางระบบโปรแกรมใหม่ การทำระบบเชื่อมโยง ฐานข้อมูลต่าง ๆ

เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการผลิตด้วยการตั้งบริษัทใหม่อย่าง “บริษัท บิ๊กสตาร์ อีคอมเมิร์ซ จำกัด” ขึ้นมาดูแล ภายใต้การดูแลของทายาทเจน 2 เพื่อดูแลธุรกิจออนไลน์งานขายต่าง ๆ ของบริษัทโดยเฉพาะ

รวมถึงใช้ในการมองหาโอกาสทางการเติบโตในธุรกิจใหม่ ๆ ของบริษัท โดยปลายไตรมาส 1/2565 จะเห็นความคืบหน้าอีคอมเมิร์ซของบริษัทชัดเจนขึ้น โดยวางเป้าหมายธุรกิจอีคอมเมิร์ซให้มีสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 5%ของยอดขายในช่วง 1-2 ปีนับจากนี้ ซึ่งที่ผ่านมาช่องทางอีคอมเมิร์ซมีการเติบโตตั้งแต่ดับเบิลดิจิตไปจนถึง 100% ตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

“แม้เราจะมีการขายในช่องทางออนไลน์อยู่แล้วตลอดช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังไม่ตอบโจทย์การซื้อขายมากนัก ดังนั้น ปีนี้จึงหันมาวางระบบหลังบ้านต่าง ๆ

เพื่อให้ตอบโจทย์มากขึ้นทั้งด้านการซื้อ-ขาย โปรโมชั่นต่าง ๆ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ และยังมีเป้าหมายในการเป็นมาร์เก็ตเพลซด้วยการเปิดพื้นที่ขายให้แก่ผู้ที่สนใจเข้ามาวางจำหน่ายด้วย”

ทั้งนี้ มองว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลในครั้งนี้เป็นเหมือนการเชื่อมการทำงานของคน 2 รุ่นเข้าด้วยกันซึ่งเราอยู่ในเจน 1 แต่ทว่าอายุเราเทียบเท่ากับเจน 2 ทำให้เราเป็นตัวเชื่อมการทำงานระหว่างคนสองยุค

โดยมีการนำเอาจุดเด่นของเจน 1 ด้านแนวคิดของความค่อย ๆ คิด ไม่วู่วาม ค่อย ๆ ต่อยอด มาผสานกับเทคโนโลยี ความว่องไวของเจน 2 เพื่อให้การทำงานในบริษัทด้วยการนำข้อได้เปรียบของทั้งสองฝั่งมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการก้าวสู่ยุคใหม่ขึ้น

ขณะที่ในส่วนของออฟไลน์แล้วปีนี้บริษัทจะเน้นการขยายตลาดไปยังกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีมากขึ้น เนื่องจากมองว่าช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมากำลังซื้อในแถบเพื่อนบ้านมีมากกว่าไทยขณะที่ไทยกำลังซื้อหาย แต่กลุ่มประเทศเพื่อนบ้านกลับมีการจับจ่ายสูงขึ้น โดยจะเลือกเข้าไปทำตลาดที่กัมพูชาก่อนเพราะมองว่ามีศักยภาพและอยู่ใกล้กับประเทศไทย

ผนึกลิเวอร์พูลคลอดสินค้าพิเศษ

อีกหนึ่งคีย์สำคัญของบริษัท คือ กลยุทธ์การคอลลาบอเรชั่น collaboration กับพันธมิตรแบรนด์ดังระดับโลกในการเปิดตัวสินค้าคอลเล็กชั่นพิเศษ

ล่าสุดได้จับมือกับสโมสรลิเวอร์พูลในการซื้อไลเซนส์ของสโมสรมาผลิตสินค้าที่มีตราสัญลักษณ์ของลิเวอร์พูล ภายใต้สัญญา 3 ปี (2564-2566) นำร่องสินค้าแรกในกลุ่มรองเท้าแตะลำลอง

เบื้องต้นกำลังเตรียมเปิดแคมเปญอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมีนาคม 2565 ซึ่งหากผลตอบรับดีและกำลังการผลิตสามารถรองรับได้ บริษัทก็พร้อมที่จะขอขยายไลเซนส์ไปยังประเทศเพื่อนบ้านต่อ ก่อนจะทยอยเปิดตัวพันธมิตรระดับโลก 2-3 รายในกลุ่มแคแร็กเตอร์ดังระดับโลก และมีอีกหลายเจ้าที่กำลังเจรจากันอยู่

หลังจากช่วงที่ผ่านมาเปิดตัวคอลเล็กชั่น GAMBOL x PORORO ผ่านแคแร็กเตอร์ “โพโรโระ (Pororo)เพนกวินป่วนก๊วนขั้วโลก”แคแร็กเตอร์ลิขสิทธิ์แท้จากเกาหลี

ทั้งนี้ จากการรุกตลาดอย่างจริงจังทั้งออนไลน์-ออฟไลน์ ทำให้ปีนี้บริษัทตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 20% ทั้งนี้ ปัจจุบันแกมโบลถือเป็นผู้นำแบรนด์รองเท้าลำลองอันดับหนึ่งในประเทศไทย

โดยวางเป้าหมายระยะยาวในอนาคตก้าวสู่ความเป็นที่ 1 ในภูมิภาคอาเซียน และก้าวสู่โกลบอลแบรนด์ในที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...