‘ทอม เครือโสภณ’ เปิดใจ ยันไม่ได้ถูกจับ นำเข้ากัญชา 9.5 กิโลกรัมตามขั้นตอน
The Bangkok Insight
อัพเดต 27 ก.ค. 2565 เวลา 02.06 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2565 เวลา 02.06 น. • The Bangkok Insight"ทอม เครือโสภณ" ลั่นถูกแกล้งปล่อยขาวลวงถูกจับ เหตุเป็นเพื่อน "อนุทิน" เปิดใจนำเข้ากัญชาเพื่อใช้ทางการแพทย์ตามขั้นตอนกฏหมาย
วานนี้ (26 ก.ค. 2565) นายจุลภาส เครือโสภณ หรือ ทอม ผู้บริหารคลินิก เฮอร์บิดัสเมดิคอลคลินิกเวชกรรม เปิดใจกรณีข่าวถูกจับข้อหานำเข้ากัญชาจากต่างประเทศ แล้วสำแดงเท็จเป็นเหล็ก โดยยืนยันว่า ไม่ได้ถูกจับ และการนำเข้ากัญชาเป็นไปอย่างถูกต้องตามขั้นตอนกฏหมาย
ทั้งนี้ นายทอม กล่าวว่า ได้สั่งซื้อกัญชาดังกล่าว ผ่านนายหน้า เพื่อนำเข้าจากทางสหรัฐหรือแคนาดา ซึ่งตนไม่แน่ใจ โดยในการสั่งซื้อ แจ้งชัดเจนว่า ต้องการนำดอก ช่อกัญชา กัญชงมาใช้ทางการแพทย์ และยังไม่มีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์แต่อย่างใด ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย
ส่วนข่าวที่ออกมาว่ากรมศุลกากรจะมาแจ้งความตนนั้น จากการตรวจสอบพบว่า ยังไม่มีการแจ้งความ ยังไม่มีการออกหมายเรียก เพราะสิ่งที่ตนทำนั้นอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง
สำหรับการสั่งกัญชามาครั้งแรกจำนวน 20 กิโลกรัม ครั้งที่ 2 จำนวน 5 กิโลกรัม และครั้งล่าสุดครั้งที่ 3 ที่เกิดข่าวเท็จครั้งนี้ จำนวน 10 กิโลกรัม เป็นการซื้อเพื่อนำมาใช้ที่คลินิก และจำหน่ายให้แก่บุคลากรที่ทางคลินิกไว้ใจเชื่อใจว่าจะนำไม่นำไปจำหน่ายให้แก่เด็กและเยาวชน
นอกจากนี้ จะมีแพทย์ประจำคลินิก คอยสอบถามว่านำกัญชาไปใช้อย่างไร รักษาโรคอะไร โดยในครั้งที่ 3 นี้มีกฎหมายลูกออกมาว่าการนำเข้ากัญชา ต้องมีเอกสารไฟโต้ คือ เอกสารที่บอกว่าดอกหรือช่อกัญชาไม่มีสารพิษ ซึ่งตนได้นำส่งเอกสารผ่านตัวแทนตามขั้นตอนของกฎหมาย เมื่อเอกสารผ่านการอนุญาต จึงนำเข้ามา
ส่วนกรณีสำแดงเท็จจากกัญชาเป็นเหล็กนั้น ก็อยากทราบข้อเท็จจริงจากทางฝ่ายผู้ส่งเช่นกันว่า ทำไมจึงทำเช่นนั้น เพราะกัญชาเป็นสิ่งที่ถูกต้องในเมืองไทยแล้ว ตนเป็นเพียงผู้รับจึงไม่ใช่ผู้ที่สำแดงเท็จแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ตนพร้อมทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมาย และพร้อมที่จะเข้าไปชี้แจงกับทางกรมศุลกากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาข้อเท็จจริงดังกล่าว
กรณีข่าวที่ออกมาว่าถูกจับกุมดำเนินคดี ทำให้ต้องรีบไลฟ์สดบอกว่าไม่ได้ถูกจับ แต่เป็นการปล่อยข่าวเพื่อกลั่นแกล้งเนื่องจากเห็นว่ากัญชาเป็นพืชที่มีผลประโยชน์สูง สามารถนำไปผลิตยาทางการแพทย์ได้ นำไปรักษาโรคได้จึงหาเรื่องมาดิสเครดิต
ส่วนหนึ่งอาจเพราะเห็นว่าตนเป็นเพื่อนกับนายอนุทิน ชาญวีรกุล รมว.สาธารณสุข ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว แม้จะเป็นเพื่อนจริง แต่ยืนยันว่าไม่มีผลประโยชน์ทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด สามารถตรวจสอบได้
อย่างไรก็ตาม ตนจะไม่ยื่นฟ้องร้องดำเนินคดีหมิ่นประมาทกับใคร แม้กระทั่งคนที่ปล่อยข่าวหรือโพสต์ข้อความด่า แต่ขอให้อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง
อ่านข่าวเพิ่มเติม