โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เถ้าแก่น้อยชี้ สัญญาณธุรกิจดี การท่องเที่ยวไทยฟื้นเร็ว รุกทำตลาด พัฒนาสินค้า ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

The Structure

อัพเดต 02 พ.ค. 2566 เวลา 12.02 น. • เผยแพร่ 02 พ.ค. 2566 เวลา 05.02 น. • The Structure

เถ้าแก่น้อย ยังคงความเป็นผู้นำตลาดสาหร่ายมาอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้ ยังทำการตลาดในระดับสากล ด้านนายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า เถ้าแก่น้อยมีสัดส่วนธุรกิจในตลาดไทย 40% และต่างประเทศ 60%

ด้วยการย้ำกลยุทธ์ GO Broad’ คือการขยายฐานธุรกิจ สินค้า และตลาดในไทยให้กว้างและแข็งแกร่งขึ้น ทั้งทำธุรกิจเองและการจับมือกับพันธมิตร โดยเมื่อต้นปีได้เพิ่มเติมพันธมิตรศูนย์กระจายสินค้า 14 ราย เพื่อกระจายสินค้าให้ครอบคลุมช่องทาง ทั่วประเทศให้ลึกขึ้น

ควบคู่กับ ‘Go Global’ คือการขยายตลาดในต่างประเทศ และการสร้างแบรนด์ให้เป็น Global Brand มากยิ่งขึ้น ปัจจุบันมีการจัดจำหน่ายในช่องทางชั้นนำทั่วโลก อาทิ Hema, Ole, Walmart, 7-11, Costco, Wholefood

นายอิทธิพัทธ์ยังได้กล่าวอีกว่า จากภาพรวมการท่องเที่ยวของไทยที่มีทิศทางการฟื้นตัวเร็ว ตลาดท่องเที่ยวไทยกับมาคึกคัก นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยกันเป็นจำนวนมาก ถือว่าเป็นสัญญาณทางธุรกิจที่ดี

จึงมีแผนการขยายเถ้าแก่น้อยแลนด์ อาณาจักรสาหร่ายเถ้าแก่น้อย แบบ One Stop Shoppingเตรียมกลับมาเปิดอย่างเป็นทางการที่แรกที่เอเชียทีค เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่คาดการณ์ว่าจะสูงถึง 30 ล้านคน ในปี 2566

ทั้งนั้นเถ้าแก่น้อยยังคงมุ่งสร้างสินค้าสาหร่ายใหม่ๆ ทั้งในเรื่องรสชาติ และ รูปแบบใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์และผลักดันตลาดให้เติบโตต่อเนื่องในฐานะเป็นผู้นำตลาด เช่น การออกสาหร่ายย่างแนวแผ่นหยักรายแรกในตลาดเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ภายใต้ชื่อ เถ้าแก่น้อย Wave หรือ สาหร่ายอบ แผ่นยาวแนวใหม่ ภายใต้ชื่อ เถ้าแก่น้อย Long Sheet ที่มาเสริมตลาดอบให้เติบโตยิ่งขึ้น พร้อมพัฒนากลุ่มสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง

เรื่องการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (Sustainable Organization)ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่บริษัทให้ความสำคัญ มีการดำเนินงานตามแผน ESG (Environment, Social, Governance) เพื่อการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint)

ไม่ว่าจะการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในโรงงานผลิตทั้งหมด ร่วมกับ SCG Chemical ค้นคว้าวิจัยพัฒนาเรื่องการใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้ดีขึ้น เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการส่งเสริมเรื่องการปลูกสาหร่ายในเกาหลี ที่จัดว่าเป็นพืชน้ำที่ดีต่อเรื่องสิ่งแวดล้อม และช่วยเติมออกซิเจนให้กับน้ำได้เป็นอย่างดี

อีกทั้งบริษัทยังใช้ Idol Marketing มาโดยตลอดเพื่อสร้างการจดจำและสร้างการรับรู้ในวงกว้างผ่านแบรนด์แอมบาสเดอร์ เป็นอีกกลยุทธหนึ่งของบริษัท โดยเน้นการเป็น Trend Setter หรือ ผู้นำเทรนด์ให้อยู่ในกระแสเสมอ และ Trend Catcher คือการที่จับกระแสความนิยมของกลุ่มผู้บริโภคอยู่เสมอ พร้อมสร้างสรรค์กิจกรรม นำเสนอสิ่งที่สนุก เข้ากับกระแส และเทรนด์ของผู้บริโภค เพื่อให้แบรนด์ทันสมัยอยู่เสมอ

ล่าสุดได้ 3 แบรนด์แอมบาสเดอร์ ได้แก่ “กลัฟ คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ “ซี พฤกษ์ พานิช” และ”นุนิว ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์” โดยได้จัดอีเวนต์ใหญ่ใจกลางเมืองเพื่อให้กลุ่มแฟนๆ ได้มีโอกาสร่วมสนุกกับแบรนด์แอมบาสเดอร์ ช่วยสร้าง Brand Love ของเถ้าแก่น้อย ตั้งเป้าการเติบโตตลาดรวมสาหร่ายในประเทศ 20% และภาพรวมธุรกิจเติบโต 15% ในปีนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...