ศาลอาญา มีคำสั่งไม่คุ้มครองพยาน 'อังคณา' คดีอุ้มหายทนายสมชาย ตามที่ดีเอสไอยุติ
ศาลอาญารัชดามีคำสั่งไม่คุ้มครองพยาน “อังคณา” คดีอุ้มหายทนายสมชายตามที่ดีเอสไอยุติการคุ้มครองไปเมื่อวันที่ 1 เมษายน โดยให้เหตุผลว่าเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว หลังเจ้าตัวยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวและขอขยายการคุ้มครองต่อ
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ที่ศาลอาญารัชดาได้นัดฟังคำสั่งกรณีที่ นางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติ ได้ยื่นอุทธรณ์คำร้องต่อศาลยุติธรรมเพื่อขอให้คณะกรรมคุ้มครองพยานกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พิจารณาคุ้มครองในฐานะพยานคดีอุ้มหายทนายสมชาย นีละไพจิตร หลังจากที่คณะกรรมการฯได้มีมติให้ยุติการคุ้มครองพยานอังคณาไปเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่าคดีของทนายสมชายนั้น ได้งดการสอบสวนคดีเพราะสอบสวนมานานและไม่ปรากฏตัวผู้กระทำผิด โดยในวันนี้ ทนาย ส.รัตนมณี พลกล้า และ ทนายทิตศาสตร์ สุดแสน ทนายความจากมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน เดินทางเข้ารับฟังคำสั่งของศาล
ก่อนหน้านี้ในวันที่ 1 สิงหาคม นางอังคณาได้เข้าไต่สวนคำร้องในการขอยื่นอุทธรณ์ในครั้งนี้ และบุตรสาวได้เข้าร่วมเป็นพยานในการไต่สวนคำร้องด้วย โดยได้บอกเล่าถึงเหตุการณ์การถูกคุกคามข่มขู่ในหลากหลายเหตุการณ์รวมถึงเหตุการณ์ล่าสุดที่ถูกคนร้ายบุกปากรรไกรใส่หน้าบ้าน หลังสิ้นสุดการคุ้มครองพยานของดีเอสไอเพียง 10 กว่าวันด้วย
นายทิตศาสตร์ให้สัมภาษณ์ภายหลังฟังคำสั่งศาลเสร็จสิ้นว่า วันนี้ศาลพิพากษาว่ากรณีที่ดีเอสไอมีคำสั่งไม่คุ้มครองพยานนางอังคณาต่อนั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว โดยศาลระบุในคำวินิจฉัยสองมุมคือเรื่องของคดีที่ตอนนี้ยังไม่พบผู้กระทำความผิด และคดีก็ได้ถูกยุติการสอบสวนไว้ก่อน และประเด็นเรื่องภัยคุกคามศาลเน้นไปที่การขึ้นให้การของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่เป็นผู้ดูแลความปลอดภัยของคุณอังคณา โดยเจ้าหน้าที่ได้ระบุในศาลว่าระหว่างที่ดูแลความปลอดภัยมาเป็นเวลา 11 ปี ตั้งแต่ตอนที่นางอังคณายังไม่ได้ดำรงตำแหน่งกรรมการสิทธิมนุษยชน หรือยังไม่ได้ทำงานในระดับสากลก็ยังไม่เห็นภัยคุกคามในรูปแบบอื่น และด้วยภัยคุกคามอย่างอื่น เรื่องโทรศัพท์หรือการปากรรไกรก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากเหตุที่ทนายสมชายถูกอุ้มหายไป ศาลจึงมีคำวินิจฉัยว่าคำสั่งของดีเอสที่ไม่คุ้มครองพยานนางอังคณาต่อนั้นจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว
นางอังคณา กล่าวว่า รู้สึกผิดหวังที่ศาลยกคำร้องอุทธรณ์คุ้มครองพยาน ในฐานะผู้เสียหายและพยานคดีบังคับสูญหายทนายสมชาย นีละไพจิตร ยอมรับว่าที่ผ่านมาถูกคุกคามหลากหลายรูปแบบ อย่างไรก็ดีเป็นการยากที่จะพิสูจน์ให้ศาลเชื่อว่าการคุกคามเกิดจากสาเหตุอะไร อีกทั้งหลายครั้งไม่สามารถหาตัวผู้กระทำผิดได้ ที่ผ่านมากรมสอบสวนคดีพิเศษมีคำสั่งยกเลิกการคุ้มครองพยานในคดีพิเศษหลายคน และแม้พยานบางคนจะได้ใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อศาล แต่มักถูกยกคำร้องเนื่องจากไม่สามารถพิสูจน์ให้ศาลเชื่อว่าพยานมีความไม่ปลอดภัย หรือหวาดกลัวอย่างไร
“กรมสอบสวนคดีพิเศษรับคดีอุ้มฆ่าทนายสมชายเป็นคดีพิเศษตั้งแต่ปี 2548 ต่อมาได้งดการสอบสวน โดยให้เหตุผลว่าสอบสวนมานาน และไม่ปรากฏตัวผู้กระทำผิด คดีสมชายจึงเป็นคดีที่ไม่มีผู้กระทำผิด ทั้งที่เมื่อปี 2555 รัฐบาลได้ให้การชดใช้เยียวยาแก่ครอบครัวทนายสมชาย ด้วยเหตุผล “เชื่อว่าการบังคับสูญหายเกิดจากการทำของเจ้าหน้าที่รัฐ”
“ที่ผ่านมาเคยขอพบอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษหลายคนเพื่อสอบถามความคืบหน้าคดีสมชาย แต่ก็ไม่เคยได้รับข้อมูลใด ๆ ทางคดี ทำให้ไม่ทราบว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษมีอุปสรรคใด หรืออาจไม่มีความเต็มใจทำคดีนี้หรือไม่ จึงไม่สามารถหาตัวผู้เกี่ยวข้องในการบังคับสูญหายทนายสมชายได้”