ทำงาน 100 วัน! สำรวจฝีมือลุงทรัมป์ ฝากฝังผลงานอะไรบ้าง
ทำงาน 100 วัน! สำรวจฝีมือลุงทรัมป์ ฝากฝังผลงานอะไรบ้าง
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -30 เม.ย. 68 0:32: น.
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก เมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมาครบรอบ 100 วันของการบริหารงานภายใต้ร่มเงาของ "โดนัลด์ ทรัมป์" ประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ของสหรัฐ ภายใต้สโลแกน Make America Great Again
ในฐานะพี่ใหญ่ของระบบเศรษฐกิจโลก เรามาดูกันว่าหลักๆ แล้วทรัมป์ฝากผลงานอะไรไว้บ้าง เขย่าตลาดเงินตลาดทุนโลกขนาดไหนทั้งวอลสตรีท คริปโทฯ และการค้าโลก ดูเหมือนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงชนิดวันต่อวัน!
1.สร้างความหวังชาวคริปโทฯ
ใน 100 วันแรกเขาก็ทำตามสัญญาด้วยการลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อจัดตั้ง กองทุนสำรองบิตคอยน์เชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Bitcoin Reserve) เพื่อถือครองบิตคอยน์ในฐานะสินทรัพย์สำรองของชาติ โดยจะใช้บิตคอยน์ที่ยึดมาได้จากผู้กระทำความผิดซึ่งมีอยู่แล้วราว 200,000 BTC เป็นจุดตั้งต้นและอนาคตหากจะซื้อเพิ่มเข้ามาจะต้องเป็นแนวทางที่ไม่ใช้เงินภาษีของประชาชน
ไม่เพียงเท่านี้ ยังประกาศจัดตั้งคลังสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งชาติ (U.S.Digital Asset Stockpile) สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากบิตคอยน์ โดยใช้สินทรัพย์ที่ยึดมาจากการดำเนินคดีเช่นกัน
2.นัดประวัติศาสตร์ "จัดประชุมสุดยอดคริปโทฯ"
"ทรัมป์" ยังได้จัดการประชุมสุดยอดคริปโทฯ "เป็นครั้งแรก" ที่ทำเนียบขาวมีตัวแทนจากผู้ประกอบการชั้นนำในวงการคริปโทฯ เข้าร่วม เช่น Coinbase,Ripple, Kraken, Gemini, Chainlink และ Robinhood พร้อมประกาศสหรัฐฯ จะยุติแนวทางกดดันอุตสาหกรรมคริปโทฯ เหมือนในอดีต ที่รัฐบาลใช้มาตรการบังคับธนาคารให้ปิดบัญชีของธุรกิจคริปโทฯ และขัดขวางการทำธุรกรรมทางการเงิน เขาย้ำว่า "ทั้งหมดนี้จะต้องจบลงเราจะยุติ Operation Chokepoint 2.0
3.บ้าระห่ำ! จุดชนวนเทรดวอร์
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปิดศึกการค้าครั้งใหม่ในช่วงต้นของการดำรงตำแหน่งสมัยที่สองด้วยการประกาศมาตรการภาษีนำเข้าครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2025 ซึ่งเขาเรียกว่า "Liberation Day" จุดชนวนความวุ่นวายไปทั่วโลก ที่ต่างต้องเร่งเข้าเจรจาหาทางออกกับสหรัฐฯ ในฐานะที่เป็นผู้คุมเกมโลก
จุดเริ่มต้นมาจากทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 10% สำหรับสินค้าทุกประเภทจากทุกประเทศโดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2025 นอกจากนี้ ยังมี "ภาษีตอบโต้" เพิ่มเติมสำหรับประเทศที่สหรัฐฯ มีการขาดดุลการค้าสูง มีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 เมษายน แต่ทรัมป์เปลี่ยนใจชั่วคราวประกาศชะลอออกไป 90 วันแต่ยังคงขึ้นภาษีกับจีนอย่างหนักจนถึง 145%
4.ทุบวอลสตรีทหนักสุด! นับตั้งแต่ยุคของ ปธน.นิกสัน
ช่วง 100 วันแรกของประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ ในการดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง กลายเป็นช่วงเวลาเลวร้ายที่สุดสำหรับตลาดหุ้นสหรัฐฯ นับตั้งแต่ปี 1970 หลังการประกาศมาตรการภาษี สะท้อนจากดัชนี S&P 500 ร่วงลงอย่างรวดเร็วถึง 10% ภายในสองวันและเข้าสู่ภาวะตลาดหมีชั่วคราว
ตอกย้ำด้วย CFRA Research เผยข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 1944 ถึง 2020 ดัชนี S&P 500 มักจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2.1% ในช่วง 100 วันแรกของประธานาธิบดีคนใหม่ ในขณะที่ยุคของทรัมป์ใน 100 วันแรกนั้นดัชนี S&P 500 ร่วงลงถึง 7.9% ถือเป็นผลการดำเนินงานที่ย่ำแย่ที่สุดอันดับ 2 นับตั้งแต่ปี 1970 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นสมัยที่ 2 ของประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน
ย้อนกลับไปในปี 1973 ของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ของริชาร์ด นิกสัน ดัชนี S&P 500 ดิ่งลง 9.9% จากผลกระทบจองการใช้ชุดมาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อ และได้นำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปี 1973-1975 ต่อมาในปี 1974 นิกสันได้ลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี จากกรณีอื้อฉาววอเตอร์เกต
5.ราคาบิตคอยน์ร่วงลง 12% ในช่วง 100 วันที่ผ่านมา
ในช่วง 100 วันที่ผ่านมา ราคาบิตคอยน์ร่วงลง 12% ความเสี่ยงจากนโยบายขึ้นภาษีนำเข้าของรัฐบาลยังคงเป็นปัจจัยกดดันสำคัญ ล่าสุดผลสำรวจของ CNN ชี้ว่า 59% ของชาวอเมริกันเชื่อว่านโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ แย่ลง
นอกจากนี้ ประมาณ 60% มองว่าทรัมป์ทำให้วิกฤตค่าครองชีพย่ำแย่ลง และมีจำนวนผู้บริโภคเพิ่มขึ้นที่กังวลว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยอาจอยู่ใกล้แค่เอื้อม
ในขณะเดียวกัน ความหวังที่ว่าจะได้เห็นราคาบิตคอยน์ทำสถิติสูงสุดใหม่ในปีนี้ กำลังริบหรี่ลงอย่างรวดเร็ว ข้อมูลจาก Polymarket ระบุว่า มีเพียง 67% เท่านั้นที่เชื่อว่าบิตคอยน์จะทะลุ 110,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2025
โดยความน่าจะเป็นจะยิ่งลดลงเมื่อเป้าหมายสูงขึ้น คือเหลือ 54% สำหรับราคา 120,000 ดอลลาร์, 40% สำหรับ 130,000 ดอลลาร์ และ 30% สำหรับ 150,000 ดอลลาร์ ทั้งที่เมื่อต้นปีตัวเลขเป้าหมายเหล่านี้ยังถูกมองว่าค่อนข้างอนุรักษ์นิยมและมีโอกาสเป็นไปได้สูง สะท้อนให้เห็นว่าภาพรวมตลาดเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเพียงใด
จากสถานการณ์ทางการเมืองที่ผันผวนและเดาใจทรัมป์ได้ยาก จึงยากมากที่จะคาดเดาผลกระทบต่อบิตคอยน์ เพราะมีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์เซอร์ไพรส์ได้ตลอดเวลา!
อ้างอิง :cnbcthestreetwhitehousecointelegraphefinancethaicryptonews
* การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้สนใจควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
รายงาน โดย Chatchaya Angkhulee เรียบเรียง โดย Chatchaya Angkhulee
อีเมล์. chatchaya@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ