โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พระอาจารย์พบโชค” ให้ข้อคิดมีสติในยุค AI อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพหลอกลงทุน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 23 ก.พ. 2568 เวลา 15.41 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. 2568 เวลา 08.41 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

เชียงราย 23 ก.พ. – “พระอาจารย์พบโชค” วัดห้วยปลากั้ง ยอมรับโลกเปลี่ยนเร็ว รูปแบบทำบุญเปลี่ยนไป สอนธรรมะต้องเปลี่ยนตาม ยึดหลักพรหมวิหาร 4 ขัดเกลาจิตใจ ให้ข้อคิดมีสติแยกแยะข้อมูลยุค AI ย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพหลอกลงทุน

พระไพศาลประชาทร วิ. (พระอาจารย์พบโชค) เจ้าอาวาสวัดห้วยปลากั้ง อ.เมือง จ.เชียงราย กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ปี 2519 เป็นต้นมาเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ การบริจาคเงินบริจาคทรัพย์น้อยลง มีการปรับเปลี่ยนวิธีการบริจาคโดยใช้การสแกน QR Code ซึ่งเป็นการเปลี่ยนไปเกือบ 100% ใช้มือถือ เทคโนโลยีทันสมัยมากขึ้น คนบริจาคเปลี่ยนรูปแบบไปการทำบุญช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันเปลี่ยนไปเยอะมาก ยอมรับว่าตนเองปรับตัว ไม่ทัน แต่ก็ใช้หลักสติและสัมปชัญญะ แม้กระทั่งการสอนธรรมะคนก็จะไปฟังอีกรูปแบบหนึ่งเป็นพุทธะพจน์ ซึ่งทำให้พระสงฆ์ มีบทบาทน้อยลง

แต่ด้วยที่ตนเองมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการช่วยเหลือมีวิสัยทัศน์ที่ว่าทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาสร้างสรรค์วัดวาอารามให้รุ่งเรือง บำเพ็ญกิจสืบเนื่องกับชุมชน สงเคราะห์ผู้คนทุกชนชั้นวรรณะซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ที่ และยังยังมีพันธกิจ 3 ข้อที่ยึดถือ คือ ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่าการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ต้องเป็นผู้เลิศแห่งการให้และการแบ่งปัน และต้องเป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ เป็นหลักธรรมที่ยึดมั่นประจำตัวตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีหลักธรรม พรหมวิหารสี่ “เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา” พราะอยู่กับคน ไม่มีธรรมะข้อไหนที่จะไปกฎระเบียบข้อบังคับคนได้ดีกว่า เป็นเครื่องกำจัดขัดเกลาจิตใจมนุษย์ได้ดีที่สุดนั่นเอง

สำหรับสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน ท่ามกลางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปรอบด้าน ยุคนี้ถือเป็นยุค AI พร้อมยอมรับตนเองยังปรับตัวไม่ทัน และคาดว่าญาติโยมอีกมากที่ปรับตัวไม่ทันกับโลกหมุนเปลี่ยนเร็วมาก จึงขอให้ทุกคนมีสติสัมปชัญญะ ไม่ให้ใครมาหลอกลวงเราง่ายๆ ใช้สติแยกแยะให้ออกว่าสิ่งไหนเป็นข้อมูลจริงหรือข้อมูลปลอม หากใครมาบอกลงทุนนิดเดียวแล้วผลตอบแทน ขอให้คิดว่ามันไม่มีในโลก ขอฝากข้อคิดขอให้ทุกคนมีสติสัมปชัญญะไว้กับตัวตนนั่นเอง

พระอาจารย์พบโชค ยังกล่าวถึงการสร้างโรงพยาบาลในพื้นที่วัด เปิดรักษาฟรีว่า ก่อนที่จะทำโรงพยาบาลมีคลินิกเล็กๆ คนไข้วันละ 30-50 คน แต่เห็นว่าประชาชนเดือดร้อน จึงได้ทำคลินิกและขยายมาเป็นโรงพยาบาล เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านสาธารณสุข ซึ่งได้ผลจริง โดยถือเป็นโรงพยาบาลครอบครัว เพื่อดูแลประชาชนแบบคัดกรองขั้นแรก การรักษามีครบทุกห้อง ยกเว้นห้องจ่ายเงิน ประชาชนใช้บริการวันละมากกว่า 300 คน หรือมากกว่า 10,000 คนต่อเดือน ถือว่าได้ช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงระบบสาธารณสุขได้ง่ายขึ้น และช่วยเหลือภาครัฐอีกด้วย

สำหรับหลักธรรมที่ทำให้มีอาสาสมัครมาช่วยเหลือโรงพยาบาล ใช้หลักที่ว่า “ยิ่งให้ยิ่งได้” เพราะทุกคนรู้ว่าเมื่อตายไปแล้วเอาอะไรไปไม่ได้ ในเมื่อเอาอะไรไปไม่ได้ก็มีแต่ “ความดีและความชั่ว” หรือบุญ-บาป เท่านั้นที่เอาไปได้ เพราะฉะนั้นการทำบุญทำกุศล จิตใจโอบอ้อมอารี มีจริยาวัตรเป็นกิจที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่นนั้นเป็นมงคลอันสูงสุดและติดไปภพภูมิได้หลายภพชาติ จึงมีอาสาสมัครทั้งแพทย์ทั้งพยาบาลทั้งบุคลากรสาธารณสุขมีครบในโรงพยาบาล.-516-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...