สหรัฐ เตรียมยุติ “ยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าราคาถูก” จากจีน-ฮ่องกง มีผล 2 พ.ค.68
สหรัฐ เตรียมยกเลิกนโยบาย De Minimis ที่เคยยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์ ส่งผลสินค้าจากจีนต้องเสียภาษีสูงขึ้นทันที กระทบผู้ค้ารายใหญ่จากจีนอย่าง Temu และ Shein โดยตรง
วันที่ 3 มีนาคม 2568 เวลา 08.40 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 (ตามเวลาท้องถิ่น) ว่ารัฐบาลจะยุตินโยบายยกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าราคาต่ำ (De Minimis) จากจีนและฮ่องกง โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการทางการค้าที่ครอบคลุมและเข้มงวดมากขึ้น
รวมถึงการเก็บภาษีนำเข้าสูงสุดถึง 49% ต่อประเทศคู่ค้าที่รัฐบาลสหรัฐ กล่าวหาว่ามีพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีแนวโน้มจะเพิ่มความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศ และอาจส่งผลให้โครงสร้างการค้าระหว่างประเทศเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ภายใต้นโยบาย De Minimis ปัจจุบันสหรัฐยกเว้นภาษีนำเข้าและการตรวจสอบของศุลกากรสำหรับพัสดุจากต่างประเทศที่มีมูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์สหรัฐต่อชิ้น ส่งผลให้บริษัทอีคอมเมิร์ซจำนวนมาก โดยเฉพาะจากจีน ใช้ประโยชน์จากช่องทางนี้ในการส่งสินค้าราคาถูกมายังสหรัฐ โดยไม่ต้องเสียภาษี
ประธานาธิบดีทรัมป์พยายามยุตินโยบายดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ด้วยการออกคำสั่งฝ่ายบริหารให้เก็บภาษีนำเข้า 10% ต่อสินค้าจากจีน และยกเลิกการยกเว้นภาษี De Minimis ทันทีอย่างไรก็ตามมาตรการนี้ถูกระงับชั่วคราว เนื่องจากสร้างปัญหาด้านโลจิสติก ทำให้บริการไปรษณีย์และศุลกากรไม่สามารถจัดการกับปริมาณพัสดุราคาต่ำที่ต้องตรวจสอบจำนวนมหาศาลได้ทัน
ภายใต้นโยบายใหม่ พัสดุจากจีนที่เดิมอยู่ภายใต้เกณฑ์ De Minimis จะต้องเสียภาษีนำเข้าที่อัตรา 30% หรือ 25 ดอลลาร์ต่อชิ้น (คิดจากค่าที่สูงกว่า) และจะเพิ่มเป็น 50 ดอลลาร์ต่อชิ้น เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ตามข้อมูลจากทำเนียบขาว
ในแถลงการณ์ของทำเนียบขาว ระบุว่า นโยบาย De Minimis ถูกใช้โดยผู้ส่งสินค้าจากจีนบางรายในลักษณะหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ และแฝงสิ่งผิดกฎหมาย รวมถึงสารเสพติดสังเคราะห์อย่างเฟนทานิล ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้รัฐบาลตัดสินใจยกเลิกนโยบายนี้
เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า แคนาดาและเม็กซิโกกลายเป็นช่องทางลำเลียงสารตั้งต้นในการผลิตเฟนทานิลที่ถูกส่งเข้ามาในรูปแบบพัสดุขนาดเล็ก ซึ่งเจ้าหน้าที่ศุลกากรไม่สามารถตรวจสอบได้ทั่วถึง
ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้า ระบุว่า มาตรการใหม่นี้จะทำให้ราคาสินค้าอีคอมเมิร์ซจากจีนสูงขึ้นทันที โดยเฉพาะแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Temu และ Shein ซึ่งปัจจุบันใช้วิธีจัดส่งสินค้าจากจีนโดยตรงถึงผู้บริโภคในสหรัฐ เพื่อควบคุมต้นทุนและรักษาราคาให้ต่ำ
จากข้อมูลของรัฐบาลสหรัฐ ปริมาณการนำเข้าสินค้าภายใต้นโยบาย De Minimis เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2567 มีพัสดุเข้าสหรัฐมากถึง 1.4 พันล้านชิ้น โดย 60% เป็นสินค้าจากจีน
ผู้สนับสนุนการยุตินโยบายนี้มองว่า ผู้ค้าจีนใช้ช่องโหว่นี้ในการหลีกเลี่ยงภาษี ทำให้ผู้ค้าปลีกสัญชาติอเมริกันเสียเปรียบทางการแข่งขัน
ทั้งนี้ผู้ขายชาวจีนหลายรายเริ่มปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ โดยหันมาสต็อกสินค้าภายในประเทศสหรัฐแทนการส่งตรงจากจีน ซึ่งทำให้ต้นทุนโดยรวมสูงขึ้น ศาสตราจารย์เหยา "เฮนรี" จิน แห่งมหาวิทยาลัยไมอามี รัฐโอไฮโอ ให้ความเห็นว่า "ความได้เปรียบด้านราคาของ Temu และ Shein กำลังลดลง เพราะพวกเขาจะต้องรับต้นทุนแบบเดียวกับที่ Amazon แบกรับมานานแล้ว"
อ้างอิง :asia.nikkei.com