โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แผ่นดินจะยังคงไหวได้อีก

The Better

อัพเดต 30 มี.ค. 2568 เวลา 09.16 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. 2568 เวลา 01.00 น. • THE BETTER
คอลัมน์ 'คุยเฟื่องเรื่องใกล้ตัว' โดย 'วิฑูรย์ สิมะโชคดี'

“แผ่นดินไหว” เมื่อบ่ายวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม 2568 ได้สร้างความเสียหายอย่างไม่เคยมีมาก่อนในบ้านเรา

ศ.ดร. อมร พิมานมาศ นักวิจัยจาก สกสว. และนายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ได้ออกมาเปิดเผยว่า “แผ่นดินไหวในครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อหลายอาคารในกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนทำให้อาคารบางแห่งอาจเกิดการแตกร้าวหรือเสียหายได้ และปัญหาที่อาจเกิดขึ้นตามมาคือ Aftershock หรือแรงสั่นสะเทือนที่ตามมา ซึ่งอาจสร้างความเสี่ยงให้กับอาคารที่ไม่ได้รับการออกแบบให้ต้านทานแผ่นดินไหว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารเก่าที่สร้างก่อนปี2550 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยยังไม่มีการบังคับใช้กฎกระทรวงแผ่นดินไหวปี 2550 ที่กำหนดให้ทุกอาคารในพื้นที่เสี่ยงต้องมีการออกแบบให้สามารถต้านทานแผ่นดินไหวได้ การออกแบบเหล่านี้ จะช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากแผ่นดินไหว แต่ที่สำคัญก็คือว่า อาคารเก่าที่ไม่ได้รับการออกแบบเช่นนี้ อาจจะมีความเสี่ยงมากกว่า

การตรวจสอบอาคารหลังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว จึงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้ ทั้งในด้านความเสียหายของโครงสร้าง และความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย นอกจากนี้ มาตรการการออกแบบอาคารในปัจจุบันได้มีการปรับปรุง และกำหนดมาตรฐานใหม่ใน กฎกระทรวงแผ่นดินไหวปี พ.ศ. 2564 ซึ่งมุ่งมั่นให้ทุกอาคารในกรุงเทพฯ รวมถึงเมืองใหญ่ๆที่เสี่ยงต่อแผ่นดินไหวจะต้องออกแบบเพื่อทนทานต่อแรงสั่นสะเทือนได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่า จำนวนอาคารที่ได้รับการออกแบบตามกฎใหม่นั้นยังค่อนข้างน้อย

สำหรับอาคารที่สั่นไหวรุนแรงจะต้องตรวจความเสียหายทางโครงสร้างของอาคารด้วย ว่าเสียหายมากน้อยเพียงใด…..”

สำหรับประเทศไทยนั้นเราได้ออกกฎกระทรวงที่กำหนดให้อาคารในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหวต้องออกแบบเพื่อต้านทานแรงสั่นสะเทือนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 โดยเริ่มบังคับใช้ใน 10 จังหวัดทางภาคเหนือและภาคตะวันตกที่อยู่ใกล้แนวรอยเลื่อนมีพลัง

ต่อมามีการปรับปรุงกฎหมายดังกล่าวอย่างต่อเนื่องโดยในปีพ.ศ.2564กระทรวงมหาดไทยได้ออกกฎกระทรวงกำหนดการรับน้ำหนัก ความต้านทาน ความคงทนของอาคาร และพื้นดินที่รองรับอาคารในการต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว พ.ศ. 2564 ซึ่งขยายพื้นที่ควบคุมเป็น 43 จังหวัด และกำหนดประเภทอาคารที่ต้องปฏิบัติตามเพิ่มเติม

กรุงเทพมหานครถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ที่ต้องออกแบบอาคารโดยคำนึงถึงแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 ตามกฎกระทรวงที่ออกโดยกระทรวงมหาดไทย ซึ่งขยายขอบเขตการควบคุมไปยังพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวระยะไกล

ต่อมา ในปี พ.ศ. 2564 ได้มีการปรับปรุงกฎกระทรวงดังกล่าว โดยกำหนดพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหวเป็น 3 บริเวณ และเพิ่มจำนวนจังหวัดที่อยู่ภายใต้การควบคุมเป็น 43 จังหวัด ซึ่งรวมถึงกรุงเทพมหานครด้วย

ในประเทศไทยการออกแบบอาคารให้ต้านทานแรงแผ่นดินไหวตามกฎหมายต้องเป็นไปตาม “กฎกระทรวงกำหนดการรับน้ำหนัก ความต้านทาน ความคงทนของอาคาร และพื้นดินที่รองรับอาคารในการต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว” ซึ่งอิงตามมาตรฐาน กรมโยธาธิการและผังเมือง (DPT) โดยเฉพาะมาตรฐาน DPT 1302-61 (หรือเวอร์ชันที่ใหม่กว่า) ซึ่งใช้แนวทางตามมาตรฐาน ASCE/SEI 7 ของสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก

โดยสรุปก็คือ ปัจจุบันเรามีกฎหมายว่าด้วยการก่อสร้างอาคารที่ต้องสามารถต้านแรงแผ่นดินไหวแล้ว ส่วนเรื่องจะต้องปรับปรุงแก้ไขให้ปลอดภัยยิ่งขึ้นก็คงต้องว่ากันต่อไป

กรณีอาคารถล่มเช่นนี้ มีหลักปฏิบัติโดยทั่วไปว่า “ถ้าแบบไม่ถูกต้อง ผู้รับเหมาไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหาย แต่ถ้าแบบถูกต้อง ผู้รับเหมาต้องรับผิดชอบเต็มๆ เลย”

วิกฤติการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ จึงไม่ใช่ปรากฎการณ์ที่แสดงถึงความเสียหายร้ายแรงอันเกิดจากภัยธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นบทพิสูจน์อันแรงกล้าสำหรับ “คุณภาพ” ของอาคารสูงในบ้านเรา ครับผม !

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...