“บริษัทจีนกว่า 139 แห่ง” เร่งซื้อหุ้นคืนพุ่งแตะ 44,000 ล้านหยวน รับมือแรงกดดันภาษีสหรัฐ
"บริษัทจีนกว่า 139 แห่ง" เร่งซื้อหุ้นคืนพุ่งแตะ 44,000 ล้านหยวน นับเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วิกฤตตลาดหุ้นต้นปี 2024 ช่วยพยุงตลาด รับมือแรงกดดันภาษีสหรัฐ
วันที่ 24 เมษายน 2568 เวลา 12.43 น. สำนักบลูมเบิร์กรายงานว่า ในเดือนเมษายน 2568 บริษัทจีนประกาศแผนการซื้อหุ้นคืน (Buyback) พุ่งสูงสุดนับตั้งแต่ภาวะตลาดหุ้นร่วงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 สะท้อนความพยายามของบริษัทต่าง ๆ ที่ต้องการช่วยพยุงตลาด ท่ามกลางแรงกดดันจากภาษีของสหรัฐ
จากข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ที่ Bloomberg รวบรวมไว้ พบว่ามีบริษัทในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และเซินเจิ้น 139 แห่ง ประกาศแผนซื้อหุ้นคืนรวมมูลค่า 4.41 หมื่นล้านหยวน หรือราวประมาณ 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
แผนเหล่านี้ร่วมกับการเข้าซื้อกองทุน ETF โดยกองทุนของรัฐ ช่วยคลายความกังวลของนักลงทุน ในช่วงที่ตลาดถูกกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐ
แผนซื้อหุ้นคืนที่ใหญ่ที่สุดในรอบนี้มาจากบริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่ยักษ์ใหญ่อย่าง Contemporary Amperex Technology Co. (CATL) ที่ตั้งเป้าซื้อคืนสูงสุดถึง 8 พันล้านหยวน ตามมาด้วย XCMG Construction Machinery Co. ที่ประกาศซื้อคืน 3.6 พันล้านหยวน และ Midea Group Co. ที่ 3 พันล้านหยวน
แม้ว่าตัวเลขยอดรวมที่ประกาศออกมาจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนว่าบริษัทต่าง ๆ พร้อมจะซื้อหุ้นคืนหากเกิดแรงเทขาย แต่การซื้อจริงอาจใช้เวลา เพราะกำหนดเวลาการซื้อหุ้นคืน บางแผนขยายไปจนถึงปลายปี 2569 และตามกฎหมาย บริษัทไม่จำเป็นต้องซื้อคืนจนเต็มจำนวนที่ประกาศ
ในเดือนเมษายน ยอดการซื้อหุ้นคืนที่ดำเนินการจริง รวมถึงแผนเก่าที่เริ่มใช้ มีมูลค่าราว 5.2 พันล้านหยวน เทียบกับ 6.9 พันล้านหยวน ในเดือนมีนาคม
ขณะที่ดัชนี CSI 300 ของจีน ปรับตัวลดลงไม่ถึง 3% ในเดือนนี้ ซึ่งถือว่าดีกว่าดัชนี Hang Seng China Enterprises Index ที่ร่วงเกือบ 6% แต่ก็ยังตามหลังตลาดหุ้นเกาหลีใต้และอินเดียที่ ฟื้นตัวได้เร็ว หลังช็อกจากมาตรการภาษีเมื่อวันที่ 2 เมษายน
อ้างอิง : bloomberg.com