โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แนะ 9 เทรนด์ สร้างแบรนด์ บน โซเชียลมีเดีย เสริมธุรกิจให้ปัง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 08 ก.พ. 2568 เวลา 12.14 น. • เผยแพร่ 08 ก.พ. 2568 เวลา 05.14 น.

ปัจจุบัน การทำการตลาดบน โซเชียลมีเดีย ไม่เพียงแค่ต้องติดตามเทรนด์ใหม่ ๆ แต่ยังต้องรู้จักปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยธุรกิจต้องรีบสร้างตัวตนบนโลกดิจิทัล ให้ลูกค้าเป้าหมายได้รู้จัก หากสามารถวิเคราะห์ลูกค้าได้ดียิ่งได้เปรียบ

ดังนั้น การจัดการร้านค้าก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ หากร้านค้าสามารถเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าได้ ก็จะเป็นอีกกำลังหนึ่งที่ช่วยให้สามารถยิงโฆษณาต่าง ๆ ตรงไปยังกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น ซึ่งเครื่องมือต่าง ๆ ในการวิเคราะห์ลูกค้านอกจากการวิเคราะห์บนสื่อโซเชียลมีเดียแล้วยังสามารถวิเคราะห์จากพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าได้อีกด้วย

ดังนั้น เจ้าของธุรกิจควรเตรียมพร้อมเพื่อปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับเทรนด์ใหม่ ๆ ของโซเชียลมีเดียในปี 2025 รวมถึงมองหาเครื่องมือต่าง ๆ มาช่วยเสริมสร้างให้แบรนด์สามารถเติบโตและก้าวทันการแข่งขันในยุคดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน

ดังนั้น finbiz by ttb จึงได้รวบรวมข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านโซเชียลมีเดียมาอัปเดตเทรนด์การสร้างตัวตนบนโซเชียลมีเดีย ปี 2025 เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการไปพิจารณากัน เพื่อเพิ่มการมองเห็นและสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ และนี่คือ 9 เทรนด์และกลยุทธ์ที่ธุรกิจควรรู้ ประกอบด้วย

1. Video Form

จากสถิติในระดับโลกล่าสุดที่ผู้คนใช้เวลารวมบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ 5 อันดับสูงสุด ได้แก่ TikTok Youtube Facebook WhatsApp และ IG เวลาเฉลี่ย 3 อันดับแรก แชมป์เป็นของ Tiktok ต่อด้วย Youtube และ Facebook จะพบว่าวิดีโอยังคงเป็นรูปแบบคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด

ผู้ใช้โซเชียลมีเดียมักจะชื่นชอบเนื้อหาที่เป็นวิดีโอเพราะสามารถสื่อสารได้ครบถ้วนในระยะเวลาสั้น ๆ การเล่าเรื่องด้วยภาพและเสียงช่วยให้ผู้ติดตามเข้าใจและจดจำแบรนด์ได้ดีขึ้น การสร้างวิดีโอคุณภาพไม่เพียงแต่จะดึงดูดความสนใจ แต่ยังเพิ่มความเชื่อมั่นในตัวแบรนด์อีกด้วย

2. Live Commerce

Live Commerce หรือการขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดเป็นหนึ่งในวิธีที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ธุรกิจสามารถสร้างประสบการณ์ตรงให้กับลูกค้าแบบเรียลไทม์ การที่ลูกค้าได้เห็นสินค้าและซักถามเกี่ยวกับรายละเอียดได้ทันทีช่วยให้เกิดความเชื่อมั่นและเพิ่มโอกาสในการขายได้ดีกว่าเนื้อหาแบบดั้งเดิม งานวิจัย McKinsey ชี้ว่า 53% ของผู้ชมที่ดูไลฟ์แล้วจะสั่งซื้อ ซึ่งมีผลวิจัยติดต่อกันมา 2 ปีซ้อน

ส่วนในจีนการไลฟ์อย่างดุเดือดทั้งวันทั้งคืนของธุรกิจต่าง ๆ ก็เป็นที่นิยม และสามารถกระตุ้นยอดขายผลิตภัณฑ์ประเภทบัตรกำนัล บัตรของขวัญ (Voucher) ได้อย่างมาก ซึ่งคาดการณ์ว่าในไทยไม่เกิน 2 ปี การไลฟ์จะเป็นที่นิยมและมีการแข่งขันกันอย่างเข้มข้น

3. Content Creators

การร่วมมือกับ Content Creators ยังคงเป็นกลยุทธ์สำคัญในปี 2025 เนื่องจากคนกลุ่มนี้มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการซื้อของผู้ติดตาม การเลือกคนที่มีความเชี่ยวชาญในกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์จะช่วยให้การสื่อสารคอนเทนต์มีความน่าเชื่อถือและมีผลต่อการตัดสินใจของลูกค้ามากยิ่งขึ้น

โดยให้ยึดหลักว่า คอนเทนต์เป็นเสมือนซุปไก่ที่ประกอบด้วยเนื้อหาและบริบท รสชาติของคอนเทนต์ต้องดีทั้งน้ำทั้งเนื้อ คอนเทนต์จึงจะกลมกล่อมสร้างอิมแพคได้ โดยบริบทที่เป็นดั่งซุปไก่นั้นหมายถึง งานภาพ งานแสงสีเสียง หรือสถานที่ที่ถ่ายคอนเทนต์นั่นเอง

4. Targeted Content

หนึ่งในความสำเร็จของการทำคอนเทนต์ คือการสร้างเนื้อหาที่ผู้ชมต้องการดู พูดสิ่งเค้าอยากฟัง ทำสิ่งที่เค้าอยากเห็น เขียนสิ่งที่เขาอยากอ่าน ในเวลาที่เขาต้องการ คอนเทนต์ที่สามารถสร้างความประทับใจได้จะทำให้ผู้ติดตามรักและเชื่อในแบรนด์ของเรา

5. Short-form Videos

วิดีโอสั้นกลายเป็นรูปแบบหลักในหลายแพลตฟอร์ม เพราะความสั้นและกระชับของเนื้อหาเป็นที่ดึงดูดความสนใจอย่างรวดเร็ว การสื่อสารผ่านวิดีโอที่ไม่เกิน 60 วินาที ในหลายแพลตฟอร์มจะเป็นคลิปที่ได้รับการแนะนำ เพราะคลิปสั้นที่ดีจะทำให้ผู้ชมสามารถรับสารได้อย่างตรงจุดและชัดเจน เน้นที่การนำเสนอไอเดียหลักในช่วงเวลาสั้น ๆ สามารถกระตุ้นการมีส่วนร่วมได้

6. Ad Libraries

การใช้ Ad Libraries หรือ คลังโฆษณา เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่สำคัญในการเรียนรู้กลยุทธ์การโฆษณา โดยผู้ประกอบการสามารถจัดกลุ่มของโฆษณาไว้เป็นชุด ๆ ต่าง ๆ กันและยิงโฆษณาไปหาเป้าหมายในแต่ละกลุ่ม จะทำให้ทราบว่ากลุ่มเป้าหมายแบบใดสนใจโฆษณารูปแบบไหน ซึ่งจะสามารถทำให้ปรับใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมกับแบรนด์และกลุ่มเป้าหมายได้ ทำให้เข้าใจการวางแผนโฆษณาและการกำหนดเป้าหมายจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าใหม่ ๆ

7. Google Keywords

กลยุทธ์การตั้งคีย์เวิร์ดบน Google แบ่งออกเป็นสองแนวทาง ต้องทราบ Position ของสินค้าและบริการของตนเองว่าเหมาะกับกลยุทธ์แบบ รับ หรือ รุก หรืออาจใช้ทั้งรับ และ รุก ในบางธุรกิจ สำหรับแนวทางรับ ธุรกิจสามารถใช้ Google Trends เพื่อค้นหาคีย์เวิร์ดที่ผู้บริโภคค้นหามากที่สุด

จากนั้นนำคีย์เวิร์ดเหล่านี้มาใช้ในการปรับเนื้อหาเว็บไซต์เพื่อให้เกิดการค้นหาแบบออร์แกนิก ซึ่งแนวทางนี้จะใช้กับสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคจะมีความต้องการอยู่บ้างแล้ว และกำลังค้นหาอยู่

ในทางกลับกัน แนวทางรุก ใช้กับสินค้าที่ต้องการกระตุ้นความต้องการในตลาด เช่น การใช้คีย์เวิร์ดที่ตรงกับสินค้าหรือบริการที่ผู้บริโภคยังไม่รู้ว่าตนเองต้องการ ยกตัวอย่าง ผ้าพันคอ ที่ลูกค้าเองจะไม่ได้มีความต้องการ แต่จะต้องนำเสนอให้กลุ่มลูกค้าเห็นว่าหากมีผ้าพันคอแล้วจะสามารถใช้ได้อย่างไร นำเสนอคุณประโยชน์ของสินค้า ให้ลูกค้ามีความต้องการขึ้นมา สำหรับบางธุรกิจ ผู้ประกอบสามารถพิจารณาทั้ง 2 แนวทางมาใช้ร่วมกัน

8. TikTok for Business

TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่ธุรกิจไม่ควรมองข้าม ด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็วและความนิยมของคอนเทนต์วิดีโอสั้น ๆ การใช้ TikTok สำหรับธุรกิจเป็นเครื่องมือที่มีศักยภาพในการดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย การสร้างเนื้อหาที่สนุกสนานและสร้างสรรค์จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับแบรนด์

ปัจจุบัน TikTok จะถูกพูดถึงว่าเป็นแพลตฟอร์มของวีดีโอสั้น แต่ TikTok กำลังจะขยายกลุ่มเป้าหมายไปหาผู้ที่ชอบบริโภคคอนเทนต์ยาว ๆ เช่นเดียวกัน ซึ่ง TikTok ในปัจจุบันนับว่าเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับ Engagement และการเข้าถึงสูงที่สุดอีกด้วย

9. Algorithm TikTok: โพสต์อย่างไรให้ติดไวรัล

การเข้าใจอัลกอริทึมของ TikTok เป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มการมองเห็น แนะนำให้โพสต์วันละ 4 คลิปเพื่อทดสอบรูปแบบคอนเทนต์ต่าง ๆ จะช่วยให้ธุรกิจมีข้อมูลในการปรับปรุงคอนเทนต์ให้มีประสิทธิภาพขึ้น

ในช่วงแรกที่ธุรกิจใช้แพลตฟอร์ม TikTok ให้ผลิตคอนเทนต์แบบเน้นปริมาณไว้ก่อน เพื่อทดสอบความชื่นชอบของผู้ชมจากคลิปหลาย ๆ แบบ การใช้เพลงฮิตหรือการตอบคอมเมนต์ของผู้ติดตามอย่างสม่ำเสมอจะเพิ่มโอกาสในการสร้างกระแสไวรัล และให้ลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ“100 คนรู้ 10 คนทำ 1 คนสำเร็จ”

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...