โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

(มี e-book)กลับมาครั้งนี้ขอเป็นภรรยาที่ดีของสามีใบ้

นิยาย Dek-D

อัพเดต 02 ก.พ. 2567 เวลา 11.40 น. • เผยแพร่ 02 ก.พ. 2567 เวลา 11.40 น. • ปลายฟ้าพาสุข
ครั้งหนึ่งเคยทำตัวร้ายกาจด่าว่าทุบตีสามีใบ้ อีกทั้งยังหลงผิดทำตัวเป็นดอกซิ่งแดง ทำให้ตัวเธอเองและสามีต้องตายอย่างน่าอนาถ เมื่อได้รับโอกาสกลับมาแก้ไขในชาตินี้จึงขอเป็นภรรยาที่ดีของสามีใบ้

ข้อมูลเบื้องต้น

ครั้งหนึ่งเคยทำตัวร้ายกาจด่าว่าทุบตีสามีใบ้ อีกทั้งยังหลงผิดทำตัวเป็นดอกซิ่งแดงยื่นออกนอกกำแพง ทำให้ตัวเธอเองและสามีต้องตายอย่างน่าอนาถ เมื่อได้รับโอกาสกลับมาแก้ไข ในชาตินี้จึงขอเป็นภรรยาที่ดีของสามีใบ้

นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นตามจินตนาการของผู้แต่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ชาติของจีนแต่อย่างใด สถานที่ในเรื่องไม่มีอยู่จริงเป็นสิ่งที่นักเขียนสร้างขึ้นเองเพียงเท่านั้น

❤ ไรท์ขอความกรุณาใครไม่ชอบกดปิดได้เลยนะคะ ไรท์รับฟังความคิดเห็นของนักอ่านทุกคนและพร้อมปรับปรุงแก้ไขในสิ่งที่ไรท์ยังทำได้ไม่ดีพอ แต่ขอร้องอย่าคอมเม้นอะไรแย่ๆ ใส่กัน พูดคุยด้วยเหตุและผลนะคะ

❤ นิยายเรื่องนี้ห้ามลอกเรียนแบบทุกกรณี หากเจอขอแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายนะคะ

❤ นิยายเรื่องนี้ไรท์แต่งจบแล้วจะทยอยลงจนจบจะติดเหรียญก่อนแล้วเปิดให้อ่านฟรีวันละหนึ่งตอน สนับสนุนไรท์ด้วยนะคะ

นิยายเรื่องนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2537

นิยายเรื่องนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2558 (ฉบับเพิ่มเติม)

ฝากกดไลค์ คอมเมนต์ เก็บเข้าชั้นเพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะคะ

ตรวจคำผิดแล้วหนึ่งรอบ

เต่าโง่งม

“ไอ้เต่าโง่!!!! มื้อเช้าของฉันทำไมมีแค่นี้” เสียงตะโกนด่าทอดังขึ้นมาเสียงดังด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นว่ามื้อเช้าในวันนี้ไม่มีแม้แต่ไข่ต้มครึ่งฟอง มีเพียงข้าวต้มเกลือถ้วยเล็กเพียงเท่านั้น

ทางด้านชายหนุ่มผู้เป็นสามีเมื่อได้ยินเสียงด่าว่าของภรรยาก็รีบวิ่งเข้ามาในโถงบ้านในทันที ก่อนที่เจ้าตัวจะใช้เขียนการตอบกลับภรรยาไปว่าของกินในบ้านเหลือเพียงข้าวสารไม่ถึง 1 จินวันนี้มื้อเช้าจึงเป็นเพียงข้าวต้มใส่เกลือเท่านั้น

“โง่!!!! ไม่มีก็ไปหาสิ วันนี้ไม่ต้องลงคอมมูนขึ้นเขาไปหาเนื้อมาให้ฉันกินให้ได้ ถ้าไม่ได้ไม่ต้องกลับมาให้ฉันเห็นหน้าแกอีก ไป!!” หญิงสาวตอบกลับไปด้วยความไม่พอใจ ชีวิตของเธอทำไมต้องมาพบเจอกับเรื่องเลวร้ายแบบนี้ก็ไม่รู้ หากเมื่อหนึ่งปีก่อนไอ้เต่าโง่ตัวนี้ไม่เข้าไปช่วยเหลือเธอไม่ทำให้ชาวบ้านเห็นว่าถูกเนื้อต้องตัวเธอจนต้องได้แต่งงานกัน ชีวิตของเธอคงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพแร้นแค้นขนาดนี้ ทั้งที่เธอเป็นหญิงสาวที่นับว่างามที่สุดในหมู่บ้านเป็นหญิงสาวที่ชายหนุ่มหลายคนหมายตาไว้หากแต่ต้องมาแต่งให้คนที่พูดไม่ได้อีกทั้งยังดูเหมือนคนปัญญาอ่อนแบบนี้

ทางด้าน หวังเจี๋ย ที่ได้ยินภรรยาพูดออกมาอย่างนั้นก็ทำตามอย่างเชื่อฟัง ร่างสูงใหญ่กำยำสมส่วนเดินกลับเข้าไปในห้องนอนที่มีอยู่เพียงห้องเดียวในบ้านดินหลังเล็กนี้ ก่อนจะเดินตรงไปมุมห้องที่มีข้าวของและผ้าปูนอนของตัวเองพับไว้เตรียมห่อผ้าและอาวุธที่มีเพียงอย่างเดียวคือมีดพกเล่มสั้นใส่ไว้ในห่อผ้าให้เรียบร้อยก่อนจะเดินกลับออกไปในทันที

หลันลู่จิว มองตามแผ่นหลังกว้างของเต่าโง่ตัวนั้นเพียงชั่วอึดใจก่อนจะหันกลับมาสนใจข้าวต้มในชามตรงหน้าต่อ แม้รสชาติจะไม่อร่อยมากนักหากแต่ในยามนี้มีอะไรเธอคงต้องฝืนกินไปก่อน รอให้ได้เป็นคุณนายทหารเมื่อไหร่เธอจะซื้อจะกินแต่ของดี ๆ ไม่ต้องมาทนดื่มน้ำข้าวต้มรสชาติปะแล่มอยู่แบบนี้

“รอก่อนเถอะ ถ้าพี่เทียนหรงตกลงจะรับฉันไปอยู่ในเมืองด้วยเมื่อไหร่ ฉันจะหย่าขาดจากไอ้ใบ้ที่ชอบทำตัวโง่งมขัดตาคนนี้ทันที” ร่างบางเอ่ยขึ้นมาเสียงฉุนด้วยความไม่พอใจ ในยุคที่ผู้คนอดอยากแร้นแค้นขนาดนี้หญิงสาวคนไหนบ้างที่ไม่อยากมีชามข้าวเหล็กไว้ครอบครอง ใครบ้างไม่อยากมีสามีเป็นข้าราชการหรือนายทหารยศใหญ่

อีกทั้งการที่หญิงสาวที่สวยที่สุดในหมู่บ้านอย่างเธอได้สามีเป็นเพียงคนใบ้ที่ถูกครอบครัวหวังเก็บมาเลี้ยงเมื่อหลายปีก่อนทำให้หญิงสาวในหมู่บ้านพูดจาเยาะเย้ยเธอทุกวันคืน แม้จะเดินเข้าไปกลางคอมมูนยังต้องคิดให้ดี ส่วนชายหนุ่มหลายคนในหมู่บ้านหรือแม้แต่ยุวปัญญาชนต่างหมู่บ้านที่เข้ามาทำงานในคอมมูนเองก็มักจะมองมาที่เธอด้วยความเวทนาสงสาร ซึ่งเธอไม่ได้ต้องการสายตาเวทนาสงสารจากใคร ทุกอย่างเป็นเพราะไอ้ใบ้คนเดียว หากรู้ว่าจะเป็นแบบนี้เธอยอมจมน้ำตายไปเมื่อหนึ่งปีก่อนยังดีกว่าที่จะต้องแต่งให้คนพิการซ้ำยังโง่งมแบบนี้

นั่งกินข้าวอยู่ได้ไม่นานร่างบางก็เตรียมตัวเข้าเมืองเช่นทุกวันที่ผ่านมา วันนี้เธอได้นัดพี่เทียนหรงไว้แล้วหากชักช้าจะไม่ทันการเอาได้ เมื่อคิดได้อย่างนั้นร่างบางก็เดินแย้มยิ้มเข้าไปแต่งตัวประทินผิวในห้องนอนเล็กของตัวเองในทันทีพร้อมทั้งหยิบชุดกี่เพ้าสีชมพูอ่อนปักลายเหมยฮวาที่มีเพียงชุดเดียวขึ้นมาสวมใส่ ด้วยเศรษฐกิจในยุคนี้ที่ทุกอย่างขาดแคลนไปเสียหมด หญิงสาวชาวบ้านธรรมดาอย่างเธอจึงไม่ได้มีชุดสวยงามไว้ใส่มากนักมีเพียงชุดเสื้อแขนยาวกางเกงขายาวที่ทำจากฝ้ายไว้ลงทำงานในคอมมูนเท่านั้น ยิ่งเครื่องประดับยิ่งไม่ต้องพูดถึง หากหญิงสาวคนไหนมีปิ่นงามหรือแม้แต่ผ้าผูกผมที่หญิงสาวในเมืองใหญ่ประดับอยู่บนผมก็นับได้ว่าหญิงสาวคนนั้นมีวาสนามากแล้ว

ร่างบางสวมใส่ชุดกี่เพ้าของตนก่อนจะเกล้าผมดำยาวนุ่มดุจแพรไหมของตนขึ้นเป็นมวยปักด้วยปิ่นเงินห้อยระย้าขึ้นรูปผีเสื้อตัวเล็ก มือเล็กลูบไล้ปิ่นเงินแผ่วเบาใบหน้างามประดับไปด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างปิดไม่มิด นัยน์ตากลมสั่นระริกด้วยความยินดี ปิ่นงามนี้เป็นพี่เทียนหรงที่มอบมันให้กับเธอเมื่อหลายเดือนก่อนเป็นของแทนใจ แม้แต่ชุดกี่เพ้างดงามหรือรองเท้าผ้าไหมปักก็เป็นของที่พี่เทียนหรงมอบให้เธอ แล้วอย่างนี้จะไม่ให้เธอมอบทั้งใจให้พี่เทียนหรงได้ยังไงกัน เพราะเมื่อเทียบกับคนใบ้โง่งมแล้วพี่เทียนหรงดีพร้อมกว่าทุกอย่าง

ทางด้านหวังเจี๋ยที่เดินไปตามทางด้านหลังหมู่บ้าน ก็มีชาวบ้านหลายคนเอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้ม หากแต่คำพูดทักทายกลับเป็นคำพูดที่เอ่ยขึ้นมาด่าว่าเสียดสี และรอยยิ้มเหล่านั้นกลับเป็นรอยยิ้มเย้ยและสมเพชเวทนาเพียงเท่านั้น แม้ตัวเขาจะพบเจอเรื่องราวเหล่านี้มากกว่า 5 ปีแล้วแต่ในใจกลับไม่ได้เฉยชาอย่างที่ใบหน้าแสดงออกมายามที่ได้ยินหรือเห็นการกระทำของชาวบ้านเหล่านี้

“ไอ้ใบ้ จะขึ้นเขากลับบ้านของแกแล้วใช่ไหม หรือกลับไปหาพ่อแม่ในป่าลึกกันนะ ฮะฮะฮะ!” เสียงชายผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นมาเสียงดัง พร้อมทั้งหันกลับไปหัวเราะร่ากับเพื่อนอีกสองคนของตน หวังเจี๋ยที่ได้ยินคำพูดเหล่านี้มานับครั้งไม่ถ้วนก็ได้แต่ปล่อยผ่านและเดินขึ้นเขาไปโดยไม่หันกลับไปสนใจเสียงด่าว่าเยาะเย้ยเหล่านั้นอีก

หากแต่ในใจกลับกำลังเจ็บปวดและสงสัยเป็นอย่างมากว่าตนเองนั้นเป็นใคร มาจากไหน พ่อแม่ของเขานั้นคือใครกัน ทำไมเขาถึงพูดไม่ได้อีกทั้งยังไม่มีความทรงจำก่อนหน้าที่จะบาดเจ็บหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย

ใช่แล้วเขาไม่ใช่คนบ้านหวังมาตั้งแต่เกิด คุณพ่อคุณแม่หวังรับเขาเป็นลูกบุญธรรม เมื่อห้าปีก่อนท่านทั้งสองได้ขึ้นเขาเก็บของป่าและได้ไปพบเจอกับเขาที่นอนหมดสติอยู่อีกทั้งยังมีบาดแผลเต็มตัว ท่านได้พาเขาลงมารักษาตัวและดูแลมาโดยตลอด จนเมื่อสามปีผ่านไปท่านทั้งสองก็ได้จากไปเพราะโรคระบาด เหลือเพียงลูกชายและลูกสาวของท่านที่เป็นผู้ดูแลข้าวของทุกอย่างในบ้านหวัง

หลังจากที่ท่านทั้งสองจากไปชีวิตของเขาในบ้านหวังก็ลำบากมากจริง ๆ เพราะลูกของท่านทั้งสองไม่ชอบหน้าตนอีกทั้งยังด่าว่าทุบตีมาตลอด และเมื่อเกิดเรื่องที่เขาได้เข้าไปช่วยหลันลู่จิวจากการจมน้ำขึ้นเมื่อหนึ่งปีก่อน คนบ้านหวังก็ได้ขับไล่เขาให้รับผิดชอบและแต่งงานแยกบ้านออกมาอยู่กับหลันลู่จิวในทันที

ใบหน้าคมเหม่อมองออกไปจนสุดปลายท้องฟ้ายามแสงอาทิตย์สาดส่องผ่านมวลเมฆที่จับกลุ่มกันเป็นก้อนทอแสงประกายราวกับภาพจินตนาการบนสรวงสวรรค์ รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่ร่างสูงจะเดินขึ้นเขาต่อไปในทันที

แม้ท้องฟ้าจะมีเมฆปกคลุมอยู่มากหากแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีวันที่เมฆเหล่านี้จะมลายหายไป สักวันท้องฟ้าคงกลับมาสดใสได้เป็นแน่ เช่นเดียวกับชีวิตของคนเราที่ไม่มีวันหมองเศร้าไปตลอดในทุกวัน

ดอกซิ่งแดงยื่นออกนอกกำแพง

ร่างสูงใหญ่กำยำเดินขึ้นเขามาเพียงไม่นานก็ต้องหยุดเก็บลูกพลับป่ากินประทังความหิว แม้รสชาติของมันจะฝาดเฝื่อนไปบ้างเพียงแต่ในยามที่ความหิวโหยเข้าครอบงำฝืนกลืนความเฝื่อนคอนี้ลงไปให้อิ่มท้องก็ไม่นับว่าเลวร้ายนัก ด้วยมื้อเช้าข้าวสารเหลือเพียงหนึ่งกำมือ เขาจำต้องต้มให้ภรรยาได้กินให้อิ่มท้องก่อน ส่วนตัวเขาเองเพียงคิดว่าทนหิวหน่อยคงไม่เป็นไร เมื่อฝืนทนกินลูกพลับป่าเข้าไปได้เพียงครึ่งลูกร่างสูงก็ได้เดินตรงไปทางน้ำตกที่เคยไปเป็นประจำและเป็นแหล่งพักเหนื่อยของชาวบ้านที่เดินขึ้นเขามาในทันที กระบอกไม้ไผ่กระบอกยาวถูกนำออกมารอรับน้ำสะอาดที่หลั่งไหลลงมาตามซอกหินสูงก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะดื่มกินด้วยความกระหาย รสชาติฝาดเฝื่อนเมื่อครู่มลายหายไปเมื่อถูกชะล้างด้วยน้ำสะอาดเย็นสดชื่น ร่างสูงนั่งลงบนโขดหินใหญ่ช้า ๆ พร้อมทั้งชมบรรยากาศโดยรอบด้วยความสบายใจ เสียงนกน้อยใหญ่ร้องเรียกกันดังคลอไปกับเสียงธารไหล สายลมพัดเอื่อยพาดผ่านร่างให้ความรู้สึกเย็นสบาย หากภรรยาขึ้นมาเห็นบรรยากาศเหล่านี้จะชอบหรือไม่นะ

หากแต่ใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มบางเบาเมื่อครู่กลับแปลเปลี่ยนเป็นเศร้าหมอง เมื่อพลันนึกไปถึงภรรยาของตนเอง เขารู้ดีว่าการแต่งงานเมื่อหนึ่งปีก่อนไม่ใช่ความต้องการของลู่จิวแม้แต่น้อย เธอไม่อยากแต่งงานกับเขาซ้ำยังเกลียดเขาที่เข้าไปช่วยเหลือเธอในครั้งนั้น เขารู้ดีว่าร่างบางรังเกียจคนพิการอย่างเขามากมายเพียงใด รู้ดีว่าในใจของภรรยามียุวปัญญาชนในเมืองอยู่เต็มดวงใจ เพียงแต่ที่ภรรยายังไม่ขอหย่าขาดจากเขาคงเพราะยังไม่ถึงเวลาเท่านั้น เอาเถอะหากภรรยารักยุวชนคนนั้นและต้องการที่จะหย่าขาดจากเขาวันใด เขาพร้อมที่จะปล่อยภรรยาไปในทันที

คนที่ทั้งพิการและโง่งมอย่างเขาไม่คู่ควรกับหยกงามอย่างหลันลู่จิวแม้แต่น้อย

ทางฝั่งของร่างบางเมื่อเดินทางเข้ามาในเมืองที่ห่างจากหมู่บ้านกว่าถึง 20 กิโลเมตรด้วยรถโดยสารรับจ้างแล้วก็รีบตรงไปสถานที่นัดพบกับคนรักในทันที ร่างงามของหลันลู่จิวตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนในเมืองใหญ่ในทันทีที่ปรากฏตัว ด้วยรูปร่างหน้าตาของหญิงสาวนั้นสวยสะดุดตาอีกทั้งยังรู้จักแต่งตัว หากไม่ใช่ผู้คนในหมู่บ้านเดียวกันคงไม่รู้ว่าหญิงสาวมาจากหมู่บ้านชนบทที่ห่างไกลออกไป

ร่างงามเดินหายเข้าไปในตรอกเล็ก ๆ ที่ใช่เป็นทางเดินลัดเลาะเข้าไปยังจุดหมายที่นัดพบกับนายทหารหนุ่มด้วยความเร่งรีบ และเมื่อมาถึงที่หมายก็เห็นว่าคนรักได้มารออยู่ก่อนแล้ว ร่างบางรีบเดินเข้าไปโอบกอดร่างสูงใหญ่ในชุดทหารเต็มยศด้วยความคิดถึง ไม่ต่างจากชายหนุ่มเองก็โอบกอดร่างบางแสนเย้ายวนนี้ไว้แนบแน่นเช่นกัน แม้ในยามนี้เขาจะยังไม่ได้ลิ้มลองความหอมหวานงดงามของร่างนี้ หากแต่เพียงมองปราดเดียวก็รับรู้ได้แล้วว่าหญิงสาวตรงหน้านั้นงดงามไปทั้งตัว

“ฉันคิดถึงพี่นะคะ” เสียงหวานเอ่ยออกไปอู้อี้ พร้อมทั้งช้อนมองดวงหน้าหล่อเหลาของคนรักด้วยความออดอ้อน สัมผัสร้อนผ่าวลูบลงบนแก้มนวลด้วยความอ่อนโยน พร้อมถ้อยคำหวานที่พรั่งพรูออกมาเสียงทุ้มนุ่มทำเอาดวงใจน้อย ๆ ของร่างบางสั่นไหวด้วยความยินดี

“พี่เองก็คิดถึงลู่จิวของพี่ครับ” ดวงตาใบหลิวจดจ้องมองสบดวงตาหงส์งามด้วยความหวานหยด ก่อนจะก้มลงหอมแก้มนวลเนียนด้วยความต้องการ

“แล้วทำไมไม่รับฉันมาอยู่ด้วยสักทีคะ ฉันอยากย้ายเข้ามาอยู่กับพี่” ลู่จิวเอ่ยออกไปเสียงอ้อน แม้ในตอนนี้เธอจะรักพี่เทียนหรงมาก แต่หากพี่เทียนหรงยังไม่เข้าไปรับเธอมาอยู่ด้วย เธอเองก็จะยังไม่ยอมมอบทั้งตัวให้พี่เทียนหรงแน่

“ช่วงนี้พี่ทำภารกิจใหญ่อยู่ครับกลัวว่าลู่จิวเข้ามาอยู่ด้วยแล้วจะเป็นอันตรายไปด้วย อดทนรอก่อนนะครับอีกไม่นานพี่จะรับลู่จิวมาอยู่ด้วยอย่างแน่นอน” เสียงทุ้มตอบกลับไปอย่างเป็นธรรมชาติราวกับว่าเรื่องที่เอ่ยออกไปนั้นจะเกิดขึ้นจริงได้ ทั้งที่เรื่องนี้ไม่มีทางเป็นไปตามที่บอกกับร่างบางตรงหน้าอย่างแน่นอนอยู่แล้ว

“ค่ะ ฉันจะรอพี่นะคะ” แม้เธอจะได้ยินคำพูดแบบนี้มาหลายเดือนแล้ว หากแต่ลู่จิวเองก็ยังเชื่อมั่นว่าพี่เทียนหรงจะไม่หลอกลวงเธออย่างแน่นอน

“ว่าแต่ ลู่จิวจะใจร้ายกับพี่ไปถึงเมื่อไหร่กับครับ” มือใหญ่ลูบไล้ลงบนสะโพกกลมด้วยความหลงใหลหากแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมือเล็กกอบกุมมือใหญ่แสนซนไว้ไม่ให้ขยับต่อไปได้อีก

“เมื่อถึงวันที่พี่รับฉันมาอยู่ด้วยค่ะ ฉันเป็นผู้หญิงนะคะ” แม้เธอจะมีสามีแล้วแต่ก็ไม่เคยหลับนอนกับสามีมาก่อน หากพี่เทียนหรงรักเธอจริงก็ต้องพิสูจน์ให้เธอได้เห็นและรับรู้ถึงความจริงใจนั้นก่อน เธอจึงจะยอมยกทั้งกายและใจให้ชายตรงหน้า

คิ้วเข้มขมวดเป็นปมเมื่อได้ยินคำพูดของหลันลู่จิว หากไม่คิดว่าหญิงสาวชาวบ้านคนนี้สวยจนละสายตาไม่ได้เขาคงไม่เสียเวลามาทำเรื่องไร้สาระแบบนี้เป็นแน่ ใบหน้าคมที่แสดงออกมาว่าไม่พอใจอยู่เมื่อครู่แปลเปลี่ยนเป็นใบหน้าแสนอบอุ่นในทันทีเมื่อร่างบางตรงหน้าเงยหน้าขึ้นมาจ้องมอง

“ครับพี่เข้าใจแล้ว อีกไม่นานภารกิจก็จะจบแล้วเราจะได้ย้ายมาอยู่ด้วยกัน” แขนแกร่งโอบกระชับร่างบางหอมกรุ่นตรงหน้าพร้อมทั้งเอ่ยออกไปเสียงนุ่ม ใช่อีกไม่นานเขาจะจัดการหญิงสาวตรงหน้าให้ยอมจำนนอยู่ใต้ร่างของเขาให้ได้ เห็นทีว่าหลันลู่จิวคนนี้จะเป็นพวก สุราคำนับไม่ชอบดื่มชอบดื่มสุราลงทัณฑ์แล้ว

ร่างบางแย้มรอยยิ้มกว้างออกมาด้วยความสุขใจเมื่อได้ยินคำพูดหวานล้ำของชายคนรัก โดยไม่รับรู้เลยว่าชีวิตของตนกำลังจะเกิดเรื่องร้ายใหญ่หลวงขึ้นในอีกไม่ช้านี้แล้ว และดูเหมือนว่าการเปลี่ยนแปลงใหญ่ในครั้งนี้จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเช่นกัน

“คุณหนูครับเป็นไปตามที่ได้ยินมา หลี่เทียนหรงคบหากับหญิงสาวชาวบ้านคนนั้นจริงครับ อีกทั้งวันนี้ยังได้นัดพบกันเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา” นายทหารยศใหญ่เอ่ยรายงานลูกสาวท่านนายพลด้วยความนอบน้อม ด้วยเกรงกลัวอำนาจของท่านนายพล

“หึ หาโอกาสสั่งคนไปจับตัวหญิงสาวคนนั้นมาไว้ที่โรงพักสินค้าของคุณพ่อ” ในเมื่อกล้าเข้ามายุ่งวุ่นวายกับสามีเธอ ผู้หญิงบ้านนอกคนนั้นก็ต้องพร้อมที่จะตายเช่นกัน

“ครับคุณหนู” ร่างสูงใหญ่กำยำตอบรับในทันที แม้การจับตัวคนมาทำร้ายและฆ่าทิ้งเป็นเรื่องผิดกฎหมาย หากแต่คุณหนูสวี่ก็ไม่ได้เกรงกลัวเพราะอำนาจของผู้เป็นพ่อจัดการเรื่องเหล่านี้ให้เงียบหายไปได้ไม่ว่าคนที่ตายจะเป็นใครก็ตาม

หลี่อันหลินจดจ้องปิ่นงามที่สามีมอบให้ด้วยความรักที่เปี่ยมล้มออกมาหากแต่ในอารมณ์นั้นก็ยังมีความโกรธแค้นและเจ็บปวดแผ่กำจายออกมาด้วยเช่นกัน เธอแต่งงานกับหลี่เทียนหรงมานานกว่าสามปีแล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอต้องมาตามจัดการผู้หญิงของสามี แม้จะรู้ว่าผิดหากแต่หญิงสาวเหล่านั้นที่กล้าเข้ามายุ่งกับสามีเธอเองก็ผิดเช่นกัน และจุดจบของพวกมันคือความตายเท่านั้น

** สุราคำนับไม่ชอบดื่มชอบดื่มสุราลงทัณฑ์ หมายถึง พูดดี ๆ ไม่ชอบก็ต้องใช้กำลังบังคับ

ความจริงที่ต้องเผชิญ

ตุ๊บ!!!!! เพล๊ง!!!!!

“ไอ้ใบ้!! แกทำอะไรให้ฉันกิน” ร่างบางด่าว่าขึ้นมาเสียงดังด้วยความไม่พอใจเมื่อได้ลองชิมน้ำแกงไก่ที่คนใบ้ทำขึ้นโต๊ะไว้ ชามกระเบื้องใบเขื่องที่ร่างบางเขวี้ยงออกไปกระแทกเข้าไปบนหางคิ้วของร่างสูงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก่อนจะหล่นลงพื้นดินแข็งแตกกระจายเต็มพื้นห้อง

นิ้วใหญ่ลูบไล้ลงไปบนหางคิ้วของตัวเองเมื่อรู้สึกได้ถึงความเจ็บและกลิ่นสนิมที่คาวคละคลุ้งออกมา อีกทั้งหยดเลือดสีแดงสดยังหยดลงมาหยดแล้วหยดเล่าเปื้อนโต๊ะไม้เก่า ลู่จิวมองภาพตรงหน้าด้วยความตกใจหากแต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้น เธอไม่ได้ตั้งใจให้เต่าโง่ตัวนี้เจ็บตัวจนเลือดออก เพียงแต่เมื่อครู่พลั้งมือไปก็เท่านั้น

ร่างสูงรีบเขียนลงบนสมุดเล่มเก่าที่พ่อหวังเคยไปขอจากหัวหน้าคอมมูนมาให้ เขียนคำขอโทษภรรยาออกไปในทันทีที่ตัวเขาทำแกงไก่ไม่อร่อย ก่อนที่จะรีบก้มลงเก็บเศษกระเบื้องที่แตกอยู่บนพื้นกลัวว่าภรรยาจะเผลอเหยียบได้โดยไม่ได้สนใจแผลบนหางคิ้วของตัวเองเลยแม้แต่น้อย

“ไอ้เต่าโง่!!! นายมันโง่งมหวังเจี๋ย” เมื่อเอ่ยจบร่างบางก็ลุกขึ้นเดินกลับเข้าไปในห้องพร้อมทั้งลงกลอนประตูไว้ในทันที ทั้งที่ตัวเองเจ็บทั้งที่เธอทั้งด่าว่าขนาดนี้ยังไม่คิดโกรธหรือมีท่าทีไม่พอใจออกมาแม้แต่น้อย ลู่จิวเดินเข้าไปนั่งลงบนเตียงเตาด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ในใจตอนนี้มีหลากหลายอารมณ์ตีรวนขึ้นมาเต็มไปหมด หากแต่เธอเองก็ไม่รู้ว่าอารมณ์เหล่านี้คืออะไรแล้วต้องจัดการอย่างไรดี

ทางด้านร่างสูงที่กำลังก้มเก็บเศษกระเบื้องอยู่นั้นก็ได้แต่นั่งนิ่งด้วยไม่รู้ว่าตัวเขาต้องทำยังไง เพราะไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูจะไม่ถูกใจภรรยาไปเสียทุกอย่าง เมื่อเก็บเศษกระเบื้องแล้วเสร็จหวังเจี๋ยก็ได้เก็บแกงไก่ที่ตัวเองทำกลับเข้าไปปรุงใหม่อีกครั้ง หากแต่ในบ้านตอนนี้ไม่มีเครื่องปรุงอื่นนอกจากเกลือ แม้จะปรุงใหม่อีกกี่ครั้งก็เพิ่มได้เพียงรสชาติเค็มเท่านั้น ร่างสูงตักแกงไก่ขึ้นมาใส่ในชามใบใหญ่อีกครั้งก่อนจะถือมาวางไว้บนโต๊ะกลางโถงบ้านเหมือนเดิม เขายืนคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเดินไปเคาะประตูเรียกภรรยาออกมากินแกงไก่ป่าอีกครั้ง หากแต่เขากลับได้คำพูดด่าทอกลับมา

“ไสหัวไปให้พ้น!!!!! ไอ้เต่าโง่งม” มือใหญ่หยุดชะงักกลางอากาศเมื่อได้ยินเสียงตอบกลับจากภรรยา ก่อนที่จะเดินกลับมานั่งลงบนเก้าอีกตัวเดิมอีกครั้ง ดวงตาดอกท้อหมองเศร้าเหม่อมองน้ำแกงไก่ที่ตั้งใจทำด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในใจ ในเมื่อภรรยายังไม่ได้กินเขาเองก็จะยังไม่กินเหมือนกัน ร่างใหญ่นั่งรอภรรยาอยู่อย่างนั้นตั้งแต่ช่วงเย็นจนตอนนี้ผ่านมาแล้วกว่าสองชั่วโมงก็ไร้วี่แววว่าภรรยาจะออกมากินน้ำแกงไก่ที่ร่างสูงเดินไปอุ่นให้ร้อนมาสามรอบแล้ว

เมื่อเห็นว่าดึกมากแล้วภรรยาคงไม่ออกมากิน เขาจึงได้นำแกงไก่ไปเก็บไว้อย่างดีมื้อเย็นไม่กินมื้อเช้าคงหิวไม่น้อยแน่ เมื่อเก็บแกงไก่แล้วเสร็จร่างสูงก็ได้เดินกลับมานั่งลงบนพื้นดินแข็งข้างประตูห้องของภรรยาในทันที เห็นทีคืนนี้เขาคงไม่พ้นต้องนอนอยู่หน้าห้องแล้วเมื่อไม่สามารถเปิดเข้าไปในห้องนอนได้

ร่างสูงนั่งขดตัวกอดเข่าอยู่บนพื้นบ้านเมื่อรู้สึกถึงความหนาวเหน็บที่คืบคลานเข้ามาภายในโถงบ้าน แม้ทุกคืนตัวเขาจะได้นอนบนพื้น หากแต่ก็ยังมีผ้าห่มผืนเล็กคลุมกาย แต่คำคืนนี้นอกจากชุดผ้าฝ้ายตัวเก่าที่สวมใส่อยู่ตัวเขาก็ไม่มีอะไรคลุมกายให้ความอบอุ่นแล้ว ยิ่งเข้าฤดูหนาวแล้วอากาสในยามค่ำคืนยิ่งหนาวเหน็บจนแทบกัดกร่อนกระดูกก็ไม่ปานแล้วในยามนี้

ความมืดครึ้มหนาวเหน็บในยามราตรีถูกแทนที่ด้วยแสงจากอรุณรุ่งสาดทอแสงอบอุ่นเข้ามาภายในโถงบ้านดินหลังเล็ก ทำให้ร่างสูงที่ทนนอนหนาวเหน็บอยู่ทั้งคืนคลายความทรมานลงได้บ้าง เปลือกตาสีขาวมุกขยับไปมากะพริบขึ้นลงเพื่อปรับแสงเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าได้เวลาที่ต้องตื่นร่างที่นอนขดตัวอยู่บนพื้นก็รีบลุกขึ้นเข้าครัวไปอุ่นแกงไก่ให้ภรรยาในทันที กลัวว่าหากร่างบางตื่นขึ้นมาแล้วมื้อเช้ายังไม่แล้วเสร็จจะไม่พอใจจนไม่ยอมกินอีก หากเป็นอย่างนั้นคงไม่เป็นผลดีกับร่างบางนัก

ทางด้านลู่จิวที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก็นึกขึ้นได้ว่าตนเองนั้นลงกลอนประตูไว้ค่ำคืนที่ผ่านมาเต่าโง่ตัวนั้นคงนอนอยู่โถงบ้านเป็นแน่ หากแต่แล้วอย่างไรเล่าก็ทำตัวเป็นเต่าโง่งมไม่ยอมเรียกเธอเปิดให้เอง

เมื่อเดินออกมาก็เห็นมื้อเช้าที่เป็นแกงไก่เหมือนเดิมวางอยู่บนโต๊ะรอแล้วพร้อมทั้งร่างสูงของชายที่ได้ชื่อว่าสามีของเธอนั่งรออยู่ ดวงตาหงส์ไล่มองร่างสูงตรงหน้าเพียงครู่เดียวก็เมินหน้าหนีแล้ว ทั้งรอยเลือดเกรอะกรังทั้งแผลบนหางคิ้วไร้ซึ่งการดูแล เฮอะ! นายมันโง่หวังเจี๋ย

ร่างสูงที่เห็นภรรยาเดินออกมาแล้วก็รีบเขียนบอกทันทีก่อนจะยื่นออกไปให้ร่างบางได้อ่าน ลู่จิวอ่านข้อความในกระดาษด้วยอารมณ์คงที่ในกระดาษเขียนไว้ว่า ผมได้ปรุงแกงไก่ใหม่แล้วบ้านเรามีเพียงเกลือเหลืออยู่แกงไก่คงมีเพียงรสเค็มเพียงเท่านั้น

“เต่าโง่อย่างแกเองก็รีบกินรีบไปทำงานได้แล้ว” เธอไม่อยากพูดอะไรกับชายตรงหน้าอีก วันนี้เองเธอก็คิดไว้ว่าจะเดินทางเข้าไปในตัวเมืองตามที่ได้นัดกับพี่เทียนหรงไว้อีกครั้ง ไม่รู้ว่าวันนี้จะมีเรื่องดี ๆ อะไรเกิดขึ้นเมื่อพี่เทียนหรงบอกให้เธอแต่งตัวสวย ๆ หรือพี่เทียนหรงจะพาเธอไปแนะนำให้เพื่อนรู้จักกันนะ เพียงแค่นึกไปถึงเรื่องนี้ใบหน้างามก็ประดับไปด้วยรอยยิ้มบางเบาอย่างมีความสุขแล้ว

ร่างสูงเองที่แอบมองอยู่ก็ได้แต่คิดว่าหากรอยยิ้มงดงามนี้มอบให้เขาก็คงจะดีไม่น้อยเลยจริง ๆ ภรรยาของเขาเธอเป็นคนสวย อีกทั้งยังเรียนจบถึงมัธยมต้นอนาคตไม่สมควรที่จะต้องมาอยู่อย่างยากลำบากกับคนพิการอย่างเขาเลยจริง ๆ

เมื่อนั่งกินมื้อเช้าแล้วเสร็จหวังเจี๋ยก็ยังคงรับหน้าที่เก็บโต๊ะล้างชามที่กินแล้วเหมือนทุกวันที่ผ่านมา ก่อนที่จะออกไปลงงานในคอมมูนตามเวลาที่กำหนด ทางด้านลู่จิวเองหายเข้าไปล้างเนื้อล้างตัวให้สะอาดพร้อมทั้งแต่งตัวให้ดูดีที่สุดเพื่อเข้าเมืองไปตามนัดของคนรัก ร่างบางเดินออกจากบ้านดินหลังเล็กในทันทีโดยไม่ได้สนใจคนใบ้อีก เพราะหากเธอยังช้าอยู่คงไม่ทันรถโดยสารรอบแรกเป็นแน่

ร่างบางเดินออกมานอกหมู่บ้านเพื่อไปรอรถประจำทางตามปกติ ระยะทางจากในหมู่บ้านมาตรงจุดรอรถราว 1 กิโลเมตร อีกทั้งสองข้างทางเมื่อพ้นบ้านเรือนของชาวบ้านแล้วก็เป็นเพียงป่ารกเท่านั้น หากแต่ในทุกวันชาวบ้านหรือแม้แต่เธอเองก็ไม่เคยพบเจอกับสัตว์ร้ายหรือโจรร้ายเลยสักครั้ง เพียงแต่วันนี้หลันลู่จิวกลับเป็นผู้โชคร้ายคนนั้นเสียแล้ว เมื่อทางข้างหน้าในตอนนี้มีชายสี่คนที่ปกปิดใบหน้าไว้กำลังจ้องมองมาที่เธอด้วยแววตาน่ากลัว

จากตรงนี้เข้าไปในหมู่บ้านไกลอยู่ไม่น้อยเลยต่อให้ลู่จิวร้องออกมาจนสุดเสียงก็คงไม่มีผู้ใดได้ยินแล้วเข้ามาช่วยเธอได้เป็นแน่ จะทำยังไงดีใจดวงน้อยเต้นรัวเร็วราวกับจะกระเด็นออกมาจากอก มือทั้งสองกำแน่นด้วยความหวาดหวั่น

“ต้องการอะไร ฉันไม่มีเงินให้พวกแกหรอกนะ” เสียงสั่นเทาพยายามเอ่ยออกไปพร้อมทั้งก้าวถอยหลังช้า ๆ ในยามที่หวาดกลัวที่สุด คนที่เธอนึกถึงกลับเป็นคนที่เธอเกลียดชังที่สุดอย่างหวังเจี๋ยได้ยังไงกันนะ นึกถึงใบหน้าโง่งม นึกถึงแผ่นหลังกว้างตั้งตรงที่พร้อมจะแบกรับและปกป้องเธอในทุกเรื่องที่เข้ามา หวังเจี๋ยช่วยฉันด้วย

“หึหึ สิ่งที่พวกฉันต้องการคือพาตัวของเธอกลับไปให้คุณหนูก็เท่านั้น” เสียงเหี้ยมตอบกลับมาในทันทีพร้อมทั้งเดินเข้ามาหาร่างบางช้า ๆ ด้วยความมั่นคงไร้ซึ่งความเกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง

“คุณหนูของพวกแกคือใคร แล้วต้องการตัวฉันไปทำไมกัน” เธอไม่เคยไปมีเรื่องกับใคร แล้วคุณหนูของคนพวกนี้ต้องการจับตัวเธอไปทำไมกัน

“หึหึ เดี๋ยวเธอก็รู้” ยังไม่ทันที่ชายตรงหน้าจะได้เอ่ยจบประโยคดีรถยนต์คันหรูก็ขับเข้ามาจอดก่อนแล้ว ลู่จิวมองไปที่รถคันนั้นเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่เดินลงมานัยน์หวานก็เบิกโพลงขึ้นด้วยความตกใจในทันที

“พี่เทียนหรง~” เสียงหวานเอ่ยออกไปเบาหวิวราวสายลมก็ไม่ปานเมื่อเห็นภาพตรงหน้า หญิงสาวรูปร่างสวยใบหน้าคมตรงหน้าเดินควงแขนเคียงคู่มากับคนรักของเธอด้วยใบหน้าเย่อหยิ่ง อีกทั้งพี่เทียนหรงเองยังโอบกอดเอวคอดของเธอไว้ไม่วางมือ หากไม่โง่งมหรือตามืดบอดคงรับรู้ได้ในทันทีว่าทั้งสองคนเป็นอะไรกัน

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...