หลักฐานชัด หนุ่มบุกเดี่ยวชิงทอง 6 บาท เค้นสอบอ้ำอึ้ง ก่อนเจอ อมทองในปาก อีก 1 เส้น
หลักฐานชัด หนุ่มบุกเดี่ยวชิงทอง 6 บาท ทำทีขอดูทอง บอกจะซื้อไปให้แม่ปีใหม่ สุดท้ายโดนจับทันควัน เค้นสอบอ้ำอึ้ง ก่อนเจอ อมทองในปาก อีก 1 เส้น
เมื่อวันที่ 2 ม.ค.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ต.(หญิง) ประวีณ์นุช ศิริสงคราม สว.(สอบสวน)สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งว่ามีเหตุคนร้ายวิ่งราวสร้อยคอทองคำที่ร้านทองแห่งหนึ่งใน เขตเทศบาลตำบลท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิชาติ จันทร์สำเร็จ ผกก., พ.ต.ท.นรากร เอียดช่วย รอง ผกก.ป., พ.ต.ท.เกษมสิทธิ์ จำปางทอง รอง ผกก.สอบสวน, พ.ต.ท.สมชาย มวยดี รอง ผกก.สส. พร้อมด้วยกำลังตำรวจชุดสืบสวน และสายตรวจรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบว่าคนร้ายใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีดำ นุ่งกางเกงยีนขายาวสีฟ้า ทำทีไปเลือกซื้อทองรูปพรรคที่ห้างทองเยาวราชกรุงเทพ สาขาเทสโก้โลตัสท่าศาลา ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช จากนั้นพนักงานเลือกเอาสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท จำนวน 2 เส้นมาให้คนร้ายดู ปรากฏว่าจู่ๆ คนร้ายก็กำสร้อยคอไว้แน่น ก่อนจะวิ่งหลบหนีไปทันที ท่ามกลางความตะลึงของพนักงาน
จากการสอบปากคำพนักงานของร้านทองดังกล่าว ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุมีชายคนหนึ่งทำทีมาซื้อทองถามว่าทองบาทละเท่าไหร่ กับพนักงานขายอ้างว่า จะซื้อไปให้แม่วันปีใหม่ ปรากฏว่าระหว่างพนักงานเอาทองมาคนร้ายดังกล่าวทำท่ามาเลือกดูอยู่ครู่หนึ่ง ก็หยิบสร้อยคอทองคำ 2 เส้น น้ำหนักเส้นละ 3 บาท รวม 6 บาท มูลค่า 211,140 บาท
จากนั้นวิ่งออกจากร้านไปขึ้นจยย.ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ สีขาว-เขียว ไม่ทราบหมายทะเบียนขี่หลบหนีไป ต่อมาเจ้าหน้าที่วิทยุสั่งการให้ตำรวจชุดสายตรวจออกไล่ล่าคนร้าย ออกสกัดตามถนนที่คาดว่าคนร้ายใช้เป็นเส้นทางหลบหนี
เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาออกล่าตัวคนร้ายไม่ถึง 2 ชม.ก็สามารถจับกุมตัวได้ที่บ้านพัก ทราบชื่อผู้ต้องหาคือนายศุภณัฐ อายุ 24 ปี ชาว ต.โมคลาน อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช พร้อมของกลางสร้อยคอทองคำและรถจยย. ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ สีขาว-เขียว ทะเบียน ครบ435 นครศรีธรรมราช จึงควบคุมตัวไปสอบปากคำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปรากฏว่าขณะสอบสวนและนักข่าวพยายามสัมภาษณ์อยู่นานนายศุภณัฐ ไม่ยอมพูดอะไร อ้ำอึ้งตลอดเวลา จนในที่สุดนายศุภณัฐยอมคายสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท เส้นที่ 2 ออกจากปากทันที เนื่องจากทนไม่ไหว
เบื้องต้นนายศุภณัฐให้การรับสารภาพว่า ไปวิ่งราวสร้อยทองคำจำนวน 2 เส้นจริง แต่สาเหตุการวิ่งราวสร้อยคอทองคำนั้นตนยังไม่บอกในตอนนี้ว่าจะเอาเงินไปทำอะไร ซึ่งพล.ต.ต.สมชาย นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในเบื้องต้นในที่เกิดเหตุและคุมตัวดำเนินคดี
พล.ต.ต.สมชาย กล่าวว่า คดีนี้ตำรวจสภ.ท่าศาลา ทุกนายสามารถจับกุมคนร้ายได้ในเวลาอันรวดเร็ว เพราะความสามารถของตำรวจสภ.ท่าศาลาทุกนาย และความร่วมมือของพลเมืองดีทีเห็นเหตุการณ์แจ้งเบาะแสแก่ตำรวจ จนสามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้
ส่วนประวัติของผู้ต้องจากการสอบถามญาติของผู้ต้องหาทราบว่า ผู้ต้องมีพฤติกรรมติดยาเสพติด และชอบเล่นเกม อาจจะต้องการนำเงินไปซื้อยาเสพติดมาเสพหรือต้องการเอาเล่นเกมที่ตนเองชอบ ซึ่งทางตำรวจจะได้ขยายผลต่อไป