โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สนทนาธรรมกับ 2 พส. แบบ 'สภาพพพ...' (2)/กาแฟดำ สุทธิชัย หยุ่น

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 07 ต.ค. 2564 เวลา 08.49 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. 2564 เวลา 08.49 น.

กาแฟดำ

สุทธิชัย หยุ่น

 

สนทนาธรรมกับ 2 พส.

แบบ ‘สภาพพพ…’ (2)

 

สัปดาห์ก่อนผมเล่าให้ฟังว่าบท “สนทนาธรรม” และ “สำรวมหลวมๆ” ของผมกับสองพระนักเทศน์รุ่นใหม่ พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ และพระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต แห่งวัดสร้อยทอง เขตบางซื่อ กทม. น่าสนใจว่ามีผลต่อกระแสของสังคมวันนี้มากน้อยเพียงใด

สัปดาห์นี้ผมนำเอาบทสนทนาอีกตอนหนึ่งมาให้ได้อ่านกันครับ

 

ถาม : โซเชียลมีเดียมีผลอย่างไรกับการสอนธรรมะครับ

พระมหาไพรวัลย์ : ข้อดีของโซเชียลมีเดียมีเยอะเพราะทำให้เราเรียนรู้จากสังคมตลอดเวลา ถ้าเราอยู่ในวัด เราก็จะอยู่ใต้กำแพงวัด การศึกษาธรรมะก็เป็นหน้าที่แหละ แต่การจะสื่อสารกับสังคมนั้นจะต้องเรียนรู้ว่าปัจจุบันสังคมเขามีวิธีคิดแบบไหน เขายอมรับหรือไม่กับคำสอนแบบไหน

แม้เราจะมีธรรมะ แต่ถ้าการสื่อสารไม่ถูก ก็จะกลายเป็นของที่เขาไม่เอาทันที หรือเขาปฏิเสธ

ล่าสุดก็มีหลายประเด็นเช่นเรื่องฆ่าตัวตาย เป็นต้น

ถ้าเราไม่ทำความเข้าใจเชิงสังคมว่ามิติเรื่องการฆ่าตัวตายนั้นมันละเอียดอ่อนมาก เพราะมีคนเชื่อว่าอย่าไปทำเพราะมันทำให้ตกนรกห้าร้อยชาติ มันบาปมหันต์ อาตมาก็ถามว่า ถ้าคนเรามีทางเลือกที่ดีกว่า ใครอยากจะตาย

คนที่เขาตัดสินใจฆ่าตัวตายนั้นแสดงว่าเขาเลือกแล้วว่าการตายดีกว่าที่จะมีชีวิตอยู่

อาตมาเห็นว่าพระพุทธเจ้าท่านสอนธรรมะเชิงเยียวยา ไม่ใช่เชิงตัดสิน

ทำไมพระพุทธเจ้าจึงพยายามเรียนรู้ถึงความทุกข์ของคน เพราะแต่ละคนมีบริบทความทุกข์ไม่เหมือนกัน

พระมหาสมปอง : ธรรมะดีแล้วไม่มีใครเอาเป็นเรื่องน่าเสียดาย ถ้าธรรมะดีทุกข้อแต่คนหันหลังให้ ไม่เอา เพราะเข้าไม่ถึงเขา เราอยากให้คนเอาธรรมะไปใช้โดยใช้เทคนิคและวิธีการที่เหมาะสม ใครเป็นครูบาจารย์จะรู้เลยว่านี่คือเทคนิค คือวิธีการตรึงคนให้ฟัง

พระมหาไพรวัลย์ : พระอาจจะคิดว่าธรรมะเป็นอะไรสักอย่างที่มันสำเร็จรูป เป็นหัวข้อ เป็นหมวดๆ และคิดว่ามันสามารถเอามาใช้ได้กับทุกคน บำบัดทุกข์ให้กับทุกคน แต่ความจริงไม่ใช่

ถ้าธรรมะเป็นสิ่งที่ไม่ต้องสนใจเรื่องรูปแบบและวิธีการ พระพุทธเจ้าก็คงไม่ต้องแบ่งเป็นบัวสามเหล่าใช่ไหม เพราะท่านเห็นว่าสัตว์แต่ละหมู่นั้นมีอัธยาศัยไม่เหมือนกัน

ดังนั้น รูปแบบที่เราจะเอาธรรมะไปมอบให้คนเหล่านั้นจึงต้องต่างกัน

 

ถาม : จากนี้ไป พระมหาสมปองคิดว่าบทบาทของตัวเองจะเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อใช้โซเชียลมีเดียในการเผยแผ่ธรรมะมากขึ้น

พระมหาสมปอง : เหมือนที่พระมหาไพรวัลย์ได้พูดเอาไว้ในหลายรายการว่าการฝึกฝนที่ดีที่สุดคือการไลฟ์จริงๆ

ตอนนี้อาตมากำลังลองไลฟ์หลายๆ เวลา ถ้าการไลฟ์ของเรามีประโยชน์ เผื่อมีพี่มีเพื่อนหรือญาติโยมที่มาฟัง อาตมาก็ยินดี

ไม่จำเป็นต้องมีกระแสแรงเหมือนตอนที่เราไลฟ์ร่วมกัน ไม่ต้องมี 2 แสน หรือท่านไพรวัลย์ไลฟ์แต่ละครั้งมีคนมาตามหลายหมื่นเป็นแสน อาตมาตั้งไว้หลักพันหลักหมื่นเท่านั้น

ความจริงตอนแรกก็คิดว่าไลฟ์ใหม่ๆ อาจจะโตวันละ 100-200

ท่านไพรวัลย์เหมือนมาก่อนเวลา มาก่อนกาล

ถาม : อาจจะเป็นเพราะตั้งความหวังไว้สูงหรือเปล่า วันไหนคนดูต่ำกว่าแสนอาจจะเสียกำลังใจหรือเปล่าครับ

เรื่องตัวเลขคนมาตามนี่จะเป็น “กับดัก” สำหรับเราไหมครับ

พระมหาสมปอง : ใช่เลย วันแรกที่ไลฟ์กับพระมหาไพรวัลย์มีคนตาม 2 แสนกว่า ต่อมาอาตมามีดราม่าว่ามี official เข้ามาเยอะ และเขาไม่เห็นคอมเมนต์ของคนตัวเล็กตัวน้อย อาตมาโทร.หาท่านไพรวัลย์เลยว่า “พี่อยากไลฟ์วันเสาร์ด้วย คุยกับคนตัวเล็กตัวน้อย ถ้ายอดตกมาจาก 2 แสนเหลือสัก 5 หมื่น จะรู้สึกอย่างไร”

ท่านไพรวัลย์ตอบเลยว่ายินดีเลยครับ จะได้คุยกับกลุ่ม LGBTQ เป็นต้น

อาตมาดีใจที่น้องตอบอย่างนี้ และเราก็ไลฟ์กัน ของท่านไพรวัลย์ก็ขึ้นมาแสนกว่า ของอาตมาก็ 4 พัน 5 เข้าใจว่า 4 หมื่น 5

อาตมาย้ำกับคนที่เข้ามาฟังเสมอว่าอาตมาอยากให้ธรรมะเป็นเหมือนข้าวที่ต้องกินทุกวัน

ใช่ บางคนอาจจะว่าช้ำ บางคนอาจจะบอกว่านานๆ ทีดีกว่า ถ้าบ่อยจะดูธรรมดา

แต่ท่านไพรวัลย์บอกว่าทำไมเราจะต้องมีความสุขกับสิ่งพิเศษ ทำไมเราไม่มีความสุขกับสิ่งธรรมดา

เราอยากคุยกับโยม อยากให้ธรรมะ อยากให้ข้อคิด

และตอนหลังนี่ตอนจบจะมีการทำสมาธิ 3 นาที แผ่เมตตา ให้พร สวดมนต์ แล้วให้คอมเมนต์มาเลย

คนไทยในต่างประเทศก็เริ่มเข้ามาทักมาทาย

เราอยากทำให้ธรรมะเป็นข้าวที่ญาติโยมขาดไม่ได้

 

ถาม : ท่านมหาไพรวัลย์มีปัญหาถามตัวเองไหมครับว่าเราจะติดกับดักกับตัวเลขคนที่เข้ามาฟังเราสดๆ ถ้าวันไหนไม่ได้ถึงแสนจะรู้สึกแย่ไหมครับ

พระมหาไพรวัลย์ : อาตมาเน้นเอ็นจอยกับคนที่เข้ามาฟังมากกว่า จริงๆ แล้วเดี๋ยวนี้โทรศัพท์ไม่ได้บอกจำนวนคนมาฟังไลฟ์สดด้วย เพราะไม่ได้ดูจากจอของโน้ตบุ๊ก ดูผ่านโทรศัพท์ บางทีตัวเลขก็ไม่ขึ้น ไม่ขึ้นก็ดีมากเลย เราจะได้ไม่ต้องสนใจตัวเลขว่าคนดูเท่าไหร่

ตราบที่มีคอมเมนต์เข้ามาถามโน่นถามนี่ เราก็ใช้วิธีคุยกับเขา และเราก็ไม่ต้องหวังว่ายอดไลก์มันเท่าไหร่ ให้แล้วๆ ไป เพราะคนที่ดูสดไม่ทันก็มาดูย้อนหลังได้

ที่สำคัญคือการคงคอนเซ็ปต์หรือเรื่องที่จะไลฟ์ต้องให้ได้ธรรมะมากที่สุด และตอบประเด็นคำถามที่คนอยากรู้

ที่ดีคือเมื่อมีคนฟัง ก็มีคนค่อยย่อยคำคม มีการทำโค้ดถ้อยคำ เช่น โค้ดเรื่องซึมเศร้า เรื่องอะไรต่างๆ ซึ่งเราเห็นว่ามีประโยชน์มาก

บางทีอาจจะมีการพูดธรรมะดีกว่านี้อีก แต่ไม่มีคนฟังเลย มันก็หายไป

พระมหาสมปอง : คนสมัยอาตมา เราชอบไปฟังคำคมคนอื่นมาแล้วเราก็เอามาพูด รู้สึกหล่อมาก เท่มาก

แต่ท่านมหาไพรวัลย์ได้มาจากการตอบ จากการอ่านหนังสือเยอะ เป็นวิชาการ และมาพูดให้มันง่ายและกลายเป็นคำคมใหม่ ความคิดใหม่เยอะมาก

รุ่นอาตมาจะจำมาใช้เยอะ ตอนนี้อาตมากำลังฝึกการตอบคำถามให้โป๊ะก่อน ให้มันดลใจ

พระมหาไพรวัลย์ : “โป๊ะ” ไม่ได้แปลว่าโดนใจนะครับพระอาจารย์ “โป๊ะ” แปลว่า “ภาพ” เหมือน “โป๊ะแตก” นะครับ

พระอาจารย์ต้องบอกว่าให้มัน “ปัง”

พระมหาสมปอง : แต่ก่อนมีคนถามว่าคนโกงจะเจอกับอะไรบ้าง เราก็จะตอบว่าก็ต้องเจอกับความไม่น่าเชื่อถือ คนไม่คบหา แต่ก่อนนี้ตอบอย่างนี้ก็ถือว่าดีแล้ว

แต่ทุกวันนี้ อาตมากำลังดูดความรู้ท่านมา ท่านจะบอกว่า “คนโกงเงินเรา เขาจะเจอกับอะไรครับ เขาจะเจอกับอะไรไม่รู้ แต่เราไม่เจอเงินเราแน่ๆ ดังนั้น จงทำสัญญาให้ชัด…”

หรือมีคนถามว่า “อุ้มหมาอุ้มแมวใส่บาตร บาปไหม” รุ่นเรา 40 ขึ้นก็จะตอบว่าถ้ามีเจตนาใส่บาตร ก็ไม่บุญไม่บาปหรอก

แต่ไพรวัลย์ตอบว่า “ถ้าเขาไม่โยนหมาเข้าไปในบาตรก็ใช้ได้…”

นี่คือสิ่งที่เราต้องเรียนรู้จากท่าน ต้องยอมรับเลย

(สัปดาห์หน้า : ธรรมะยุคดิจิตอลเป็นอย่างไร)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...