โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

ผ่ากลยุทธ์คอนโด 2566 EP.2 พีระพงศ์ ออริจิ้น มองบวก เงินทุนไหลเข้าไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 ม.ค. 2566 เวลา 06.34 น. • เผยแพร่ 01 ม.ค. 2566 เวลา 13.01 น.

happy problem.. อดทนรอบัดเจตคอนโดกลับมากลางปี 2566

“พีระพงศ์ จรูญเอก” นายกสมาคมอาคารชุดไทย และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ประเมินกลยุทธ์การทำธุรกิจคอนโดมิเนียมในปี 2566 เผชิญปัจจัยบวกเพียบ ทั้งภาคการท่องเที่ยว จีดีพีที่ตัดเกรดให้สูงถึง 5% การจ้างงาน กำลังซื้อฟื้นตัว บวกแรงหนุนจากกำลังซื้อต่างชาติ เอาชนะปัจจัยลบทั้งดอกเบี้ยขาขึ้น ต้นทุนแพง-ค่าแรงขั้นต่ำ

รอยต่อปี 2565-2566 ตลาดคอนโดมิเนียมเราอยู่ในช่วงที่เป็นขาขึ้นแต่ว่าต้องออกแรง ไม่ใช่เหมือนขึ้นบันไดเลื่อน ตอนลงจากโควิดเราลงลิฟต์ เป็นขาขึ้นที่ต้องเหนื่อยกับมัน ออกแรงหน่อยแล้วก็มีกลยุทธ์หน่อย ไม่ได้เป็นขาขึ้นที่ขึ้นกันง่าย ๆ นัก แล้วก็จะมีบางคนที่จะขึ้นไม่ไหว คงต้องพยายามปรับตัวกันไป

ภาพใหญ่มีปัจจัยบวกเรื่องจีดีพีของประเทศ แนวโน้มปี 2566 เราจะโตกว่าคนอื่นในภาพรวม จีดีพีของไทยประมาณการณ์ไว้ปีนี้ 4.1% ปีหน้า 4.7%ข้อมูลจากไอเอ็มเอฟและกรุงไทย ส่วนจีดีพีโลกจะหดตัวลงเหลือ 3.2% และ 2.7% ในบางประเทศจะมีภาวะจีดีพีติดลบสองควอเตอร์ติดกัน

มันก็เป็นเทคนิคอลด้วยเพราะว่าเขาโตเยอะ ยุโรป อเมริกาที่ไม่กลัวโควิดเขาโตในปี 2021 อยู่ที่ 5.8% เลย ก็ไม่แปลกใจว่าโตเยอะมันจะส่งผลว่าที่เหลือจะโตถดถอย แล้วก็สปอร์ตไลท์จะมาส่องประเทศที่โตช้าก็คือประเทศไทย

จึงเป็นเรื่องที่ดีว่าทั้งโลกไม่มีที่ลงทุน เมืองไทยจะมีโอกาสมีพร็อพเพอร์ตี้ในการลงทุน เขาไปทำกำไรกันมาทั่วโลกหลายรอบ แล้วกำลังจะเอาเงินตรงนั้นมาทำกำไร ซึ่งกำไร จากค่าเงินด้วยเพราะว่าค่าเงินในฝั่งอเมริกา ตัวยูเอสดอลลาร์แข็งเหลือเกิน ตัวบาทก็อ่อนเหลือเกิน ค่าเงินบาทแข็งขึ้นมานิดเดียว จริง ๆ แล้วเราได้รายได้จากการท่องเที่ยวบาทไม่ได้แข็งขึ้น

เขาเอาเงินมาลงทุนเขาได้กำไรจากค่าเงินบาทที่แข็งตัวขึ้นด้วย เงินที่เข้ามาก็จะทำให้เงินบาทแข็งด้วย

ได้กำไรจากภาคตลาดทุนที่เราเอาเงินมาลงทุนพอสมควร เพราะว่าเรามีการเติบโตของตัวหุ้นพื้นฐานของเราส่วนใหญ่เป็นพวกแวลู่สต๊อก แล้วก็ธุรกิจดั้งเดิมจะเติบโตขึ้นในปีหน้าค่อนข้างดี โดยเฉพาะภาคบริการและการท่องเที่ยว

กระเทาะปัจจัยบวก-ลบ อสังหาฯ ปี 2566

มีปัจจัยบวกแล้วก็ปัจจัยลบ ปัจจัยบวก เช่น สถานการณ์โควิดมีทิศทางที่ดีขึ้น ช่วงที่ผ่านมาดีแล้วเราก็วางใจสบายใจกัน คนที่ยังไม่ได้ติดช่วงนี้ก็ได้ติดกัน ตัวเลขไปถึงระดับ 3,000 คนแล้ว แต่ก็มองในแง่ดีว่ามันสร้างภูมิคุ้มกันหมู่หลังจากคนกลุ่มสุดท้ายที่เริ่มติด บ้านเราคงติดกันน้อยมากแล้ว

เศรษฐกิจฟื้นตัว จีดีพีมีแนวโม้นที่เติบโตขึ้นในปี 2021 เห็นตัวเลขแล้วเติบโตขึ้นในปี 2022 แล้วก็เทรนด์ปี 2023 กำลังจะเติบโตขึ้นค่อนข้างเยอะในระดับ 4.7% เป็นตัวเลขที่ดีมาก ภาคอสังหาฯ จริง ๆ ชอบอยู่แล้วจีดีพี เราขอแค่ 3-4 % ไปเรื่อย ๆ เราพอใจมากแล้ว ในปีหน้าจะเป็นปีที่เติบโตสูงที่สุด ส่วนตัวผมมองถึง 5% เลย

จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยภาคท่องเที่ยวสัดส่วนถึง 20% ของจีดีพี วันนี้เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมาก ผมยกตัวอย่างโรงแรมของกลุ่มออริจิ้นในภูเก็ต เรามีโรงแรม 3 ดาวชื่อไอบิสกะตะ ตอนช่วงไตรมาส 2/65 ก่อนเปิดประเทศค่าห้องอยู่ที่ 800-900 บาทเทียบเท่าโรงแรม 3 ดาว ตอนก่อนโควิดได้ 1,000-1,200 บาท ล่าสุด 3,600 บาท ขึ้นมา 4 เท่า

ตอนนี้ห้องโรงแรมในภูเก็ตเต็มหมด ภาคท่องเที่ยวฟื้นตัวแรง เบสเดิมเรามีคนอินเดียตอนนี้เรามีคนรัสเซียเป็นหลักเข้ามาเต็มเกาะภูเก็ต มีชาร์เตอร์ไฟล์เพิ่มวันละ 3 ไฟล์ทจากมอสโก ขนมาวันละประมาณ 1,000 คน ยังไม่รวมไฟล์ทปกติต่าง ๆ นา ๆ มากมาย

ผมเพิ่งไปภูเก็ตมาเมื่อเสาร์-อาทิตย์ต้นเดือนพฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา เราก็ไปดูพร็อพเพอร์ตี้น่าจะฟื้นตัวแรง วิลล่ามีเท่าไหร่ก็ขายหมด วิลล่าสำหรับเช่าก็หมดด้วย ของภูเก็ตขึ้นมาเลย หาคนทำงานยาก คนปูเตียงวันนี้ไม่มีแล้ว ลำบากมาก มันเป็นแฮปปี้พร็อบเบลมที่ไม่มีใครคิดมาก่อน จริง ๆ เป็นสัญญาณอย่างหนึ่งการเติบโตแบบแนวชัน ๆ มันจะเกิดทั่วไปทั้งประเทศ มีความเป็นไปได้

เรามีโรงแรมไอบิส อ่าวนาง กระบี่ด้วย ทยอยดีขึ้นเรื่อย ๆ คาดว่าในช่วงคริสต์มาส ไอบิสที่อยู่ กระบี่ ภูเก็ต หัวหิน เราเคยทำได้ 2,000 บาทตอนท่องเที่ยวดีสุด ๆ ตอนนี้ภูเก็ตไป 3,600 บาทแล้ว ส่วนใหญ่มาอยู่เป็นลองเทอมด้วย ตั้งแต่ 2 อาทิตย์-3 เดือน หนีหนาวมา หนีทหารมาด้วย (ยิ้ม)

ใครอยู่รัสเซีสตอนนี้โดนเกณฑ์ไปเป็นทหาร มากับเงินตั้งแต่ระดับกลาง ระดับล่าง ระดับบน ได้ทุกระดับเลย แล้วก็เป็นประเทศที่รายล้อมด้วยคาซัคสถาน อุสเบกิสถาน ยูเครน มากันหมด ประเทศยุโรปก็หนีเรื่องเงินเฟ้อเข้ามาใช้ชีวิตในเมืองไทยที่ทั้งถูก ทั้งดี อากาศก็อบอุ่น

ท่องเที่ยวบูม อสังหาบูมตาม

ทุก ๆ ครั้งเมื่อการท่องเที่ยวบูม อสังหาริมทรัพย์ก็จะบูมตาม มีเรื่องแฟนคลับประจำ เหมือนเราชอบไปซื้อคอนโดฯ ที่พัทยาเพราะเราชอบเที่ยวพัทยา หรือหัวหินก็ตาม ไปเที่ยวบ่อย เสร็จแล้วก็ซื้ออสังหาฯ บ้านเราราคาถูก อาหารการกินก็ถูก ลิฟวิ่งคอสต์ถูกมันมีความน่าสนใจ

ผมยกตัวอย่างอีกโรงแรมนึงของเราที่ชื่อสเตย์บริดจ์ สวีท ทองหล่อ อยู่ปากซอยทองหล่อ 5 อัตราเข้าพักรันอยู่ 95% ตอนไตรมาส 2/65 ก่อนที่ภาคท่องเที่ยวจะเปิดประเทศ ค่าห้องอยู่ที่ 2,000 บาท เป็นโรงแรม 4-5 ดาว ช่วงก่อนโควิดได้ 3,800-4,500 บาทในช่วงไฮซีซั่น ตอนช่วงไตรมาส 2/65 ได้ 2,000 บาท ราคาช่วงเดือนธันวาคมไป 6,000 บาทแล้ว

จะเห็นภาคท่องเที่ยว งบธุรกิจโรงแรมที่จะดี เราเห็นไตรมาส 3/65 ที่มันดีกว่าไตรมาส 2/65 แล้ว เพราะเริ่มเปิดเมือง คนบินมาได้ ค่าห้องโตขึ้น 27% จากไตรมาส 2/65 แนวโน้มไตรมาส 4/65 จะโตกว่าไตรมาส3/65 อาจจะถึง 40% แล้วจะทำฮิสเทอรี่ไฮ เรามีโรงแรมอยู่ในเครือที่โอเปอเรทแล้ว 7-8 โรง กำลังสร้างใหม่ 20 โรง ภาคท่องเที่ยวเองจะกลับมาด้วยคุณภาพ อันนี้วงเล็บว่าจีนยังไม่มา

ใครมีเพื่อนอยู่ภูเก็ตลองถามดูตอนนี้ภูเก็ตระเบิดแล้ว ผมไปไฟล์ทเช้าวันเสาร์ดีเลย์ 2 ชั่วโมง ไฟล์กลับเย็นวันอาทิตย์ดีเลย์ 3 ชั่วโมง มันขึ้นไม่ได้ลงไม่ได้ ไฟล์ทเยอะเกิน ไปถนนคนเดินภูเก็ตที่เขาเรียกหลาดใหญ่มีแต่ฝรั่ง แต่ก่อนเคยเห็นมีแต่จีน

ตอนช่วงโควิดเราไปเที่ยวดำน้ำกันมีแต่คนไทย เดินก็มีสเปซ ช้อปกันสนุก เดี๋ยวนี้ไม่มีสเปซให้เดินเลย หายใจรดต้นคอกันเป็นฝรั่งหมด เป็นอะไรที่น่าสนใจมาก เป็นสัญญาณว่าภูมิภาคอื่น ๆ ก็จะเป็นลักษณะนี้แหละ

ในทำนองเดียวกัน รัสเซีย-ยูเครน ยุโรปที่มีปัญหา จีน ฮ่องกง ไต้หวันมีปัญหา เรากำลังจะได้รับเบเนฟิตจากเคสนี้เช่นเดียวกัน เราไม่ค่อยได้ยินเรื่องไต้หวันบ่อยนักแต่ตอนนี้มีทุนไต้หวันเข้ามาเรื่อย ๆ บอกอยากได้โรงแรมระดับ 2,000-4,000 ล้านบาท อยากได้คอนโดฯ อยากได้บ้านจัดสรร เพราะว่ารัฐบาลใหม่ของจีนมีเมนชั่นว่าจะรวมไต้หวัน เพราะฉะนั้นเงินไต้หวันคงหลั่งไหลเข้ามาในภูมิภาค

ฮ่องกงเองก็รวมสเต็ปแล้ว แม้กระทั่งการจัดระเบียบสังคมในประเทศจีนเอง ปัจจุบันพยายามจะลดช่องว่างในสังคมก็คือเงินของบริษัทใหญ่ ๆ คนรวย ๆ ก็ต้องมากระจายให้คนชั้นกลาง ชนชั้นล่างแทน เป็นการจัดระเบียบสังคมใหม่ คนที่มีตังค์ในบัญชีก็พยายามที่จะหาช่องทางในการที่จะเซฟเงินเหล่านี้ในต่างประเทศ

สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือคนที่แคปเจอร์โอกาสได้แล้วก็เป็นวินเนอร์ในยุคโควิดคือสิงคโปร์ ซึ่งสิงคโปร์เขาตั้งรับโอกาสนี้เลย คน 1% แรกที่รวยที่สุดในเมืองจีนวันนี้มีคอนโดมิเนียมราคาแพงที่สิงคโปร์ไปแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นคือคอนโดฯ ในสิงคโปร์ ช่วงตั้งแต่โควิดมาจนถึงปัจจุบันราคาขึ้น 15% ไม่เคยมีมาก่อน

เขาก็พยายามทำคูลลี่เมสเชอร์ลดความร้อนแรงลง โดยการเพิ่มมาตรการภาษีของบายเออร์ จากประมาณ 12% เป็น 17% ราคาต้นทุนของผู้ซื้อก็ขึ้นทันทีอีก 5% บังคับการซื้อขายเปลี่ยนมือไม่ได้ภายใน 3ปี ถ้าซื้อขายภายใน 3 ปี เจอภาษี 20% เก็งกำไรไม่มีแล้ว เข้ามาอยู่นานล้วน ๆ ก็แล้วใครจะอยู่

LTV (วีซ่าระยะยาว) คนต้องมาลงทุน 50 ล้านเหรียญสิงคโปร์หรือประมาณ 1 พันล้านบาท เขาให้วีซ่า 3 คนพ่อแม่ลูก ก็ชัดว่าคนจีนส่วนใหญ่มีลูกคนเดียว เป็นอะไรที่เฉพาะเจาะจงอยู่แล้วว่ารัฐบาลสิงคโปร์เจาะตลาดกลุ่มนี้เลย

ผมพูดเพื่อให้รับฟังว่าทำไมเราไม่เห็นโอกาสนี้บ้าง ก็น่าสงสารประเทศไทยที่เรามองไม่เห็นโอกาสเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเงินก็ดี การเมืองก็ดี ทางสมาคมอาคารชุดไทยเราชงไปหมดแล้วหลาย ๆ สิ่งหลายช่องทาง วันนี้ถือโอกาสเล่าให้ฟัง

จริง ๆ แล้วคน (ต่างชาติ) อยากมาอยู่กับเรา คนไทยมีแอสเสทที่ดีที่สุดคือคนไทยไม่ใช่เมืองไทย เมืองไทยดีอยู่แล้วเป็นดินแดนสุวรรณภูมิ คนไทยน่ารัก คนต่างประเทศทุกคนบอกว่าคนไทยน่ารัก อยู่ด้วยง่าย เวลคัมแล้วก็ไม่ซับซ้อน คิดชั้นเดียว ดูเหมือนเอาเปรียบง่ายด้วย จริง ๆ มันเป็นจุดด้อยแต่มันกลายเป็นจุดขายที่ทุกคนอยากมาอยู่กับเรา

ต่างชาติมอง ไทย จุดหมายเวลเนส ฟู้ดคัลเจอร์ ค่าครองชีพต่ำ

คือมาแล้วเขาก็ไม่โกงเราหรอก คงต้องฝากภาคการเมืองแล้วว่าคุณไม่คว้าโอกาสนี้คุณอดแล้ว เรามีพร้อมหมดเลยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นวันนี้ WHO ยกให้เราเป็นเบอร์ 1 เรื่องเวลเนส เรื่องการดูแลสุขภาพ เวลเนสบวกฟู้ดคัลเจอร์ บวกคอสต์ลิฟวิ่งที่ต่ำ บวกอัธยาศัยคน บวกอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นฟรีโฮลด์ มันชนะทุกคนในโลกนี้เลย

เดี๋ยวเราทำงานกับภาครัฐต่อเพื่อขยายเรื่องพวกนี้ วันนี้ต้องทำเรื่องนี้ให้สำเร็จเพราะมันดูจะเป็นเอสเคิร์ฟตัวเดียวของประเทศไทยที่ซักเซส ไม่ใช่ (รถยนต์) อีวีมาเยอะ ๆ โอเคแหละอีวีมาตั้งโรงงานเราก็ดีใจกันถ้วนหน้า เงินอยู่ในประเทศ 5% เขาตั้งโรงงานเสร็จเขาขายเงินเข้าไปกลับไปหมด

ไม่ว่าจะเป็นรถจากประเทศไหนก็ตามโครงสร้างมันเป็นลักษณะนี้ เขามาจ้างงานคนไทยนิดหน่อย ยิ่งรถอีวีเป็นโรบอทหมด เป็นแขนกลหมดในโรงงาน อาจจะดีบ้างในการทำพวกเทรดดิ้ง โชว์รูม

แต่ภาคท่องเที่ยว ภาคเรียลเอสเตสตัวนี้เป็นจีดีพีใหม่ คน 1 คน ครอบครัว 1 ครอบครัวมาอยู่ในเมืองไทยซื้อบ้าน 20-30 ล้าน อยู่ 10 ปี ใช้เงินอีก 20-30 ล้าน 1 ครอบครัวใช้เงิน 50 ล้าน ถ้าเอาตัวเก่า (นโยบายรัฐบาลดึงต่างชาติมั่งคั่งมาพักอาศัยระยะยาวในไทย) มาลงทุนด้วย 40 ล้านบาท 1 ครอบครัวได้ 100 ล้านเลยนะ ถ้าเข้ามาสัก 1,000 คนจะได้เป็นแสนล้านบาท มีผลกับจีดีพีทันทีมากมายมหาศาล

ประเทศไทยคนเกิดน้อย สังคมสูงวยเราต้องรับคนเหล่านี้เข้ามากระตุ้นเศษฐกิจเมืองไทย ถ้าเลือกได้ คอลเลคเคชั่นได้ ผมว่าได้ทุกระดับด้วย ต่อไปอาจจะไม่ใช่เฉพาะเวลท์ (ต่างชาติมั่งคั่ง) คนมีความสามารถ คนที่เป็นเทคโนแครตจริง ๆ แล้วมีแอลทีอาร์หมด

สะท้อนปัจจัยบวก เปิดทางต่างชาติถือครองที่ดิน 3 ปี

ฝากข้อคิดว่า อย่างคนจีน สมมุติเขามาซื้อแล้วอยู่ไม่ได้ เราชวนเขาอยู่ได้ไหมว่าเรามีโปรโมชั่นพิเศษเพื่อเจาะตลาดจีนโดยเฉพาะนะ ถ้าซื้อคอนโดฯ จากเดิมเขาต้องมีอีลิทการ์ดแล้วก็แอลทีอาร์ แอลทีอาร์จะมีคอมบิเนชันค่อนข้างเยอะ เอาง่าย ๆ ก่อนว่าเป็นพร็อพเพอร์ตี้การ์ด ซื้อราคา 3-5 ล้านบาทให้วีซ่า 2 ปีก่อน ไม่ใช่แค่ 1 เดือนหรือ 6 เดือน

จริง ๆ แล้วต่างชาติที่มาอยู่ในเมืองไทยทำงานถูกต้อง เสียภาษี มีสิทธิแอพพลายเป็นคนไทยแต่มีขั้นตอนเยอะพอสมควรกว่าจะแอพพลายได้ อยู่ประมาณ 3 ปีกฎหมายเก่าเข้าใจว่า 5 ปี ไปแอปพลายที่กระทรวงมหาดไทย พวกนี้มีสิทธิ์ที่จะคิดต่อได้ว่าเรามีสิทธิ์นะ เราก็ทำงานแล้วก็หาช่องทางเพิ่ม 2 ปีมันมีช่องทาง ไม่ใช่ 6 เดือนมันไม่มีช่องทาง เพราะงั้นในการเพิ่มประชากรเรามีปัญหาเรื่องนี้เราต้องทำ

ข้อถัดไปเรื่องการบริโภคภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น และแรงหนุนจากตัวอุปสงค์คงค้าง ใครที่เคยชะลอว่าจะซื้อบ้านซื้อคอนโดฯ ในช่วงโควิดดูอันตรายตอนนี้ปลอดภัยแล้วมันก็จะเป็นหนึ่งในปัจจัยบวก

ส่วนปัจจัยลบ แน่นอนทุกคนก็กังวลเรื่องเงินเฟ้อ การปรับดอกเบี้ยเชิงนโยบาย สเต็ปของดอกเบี้ย ต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศใหญ่ ๆ เขาปรับหมดแล้วบ้านเรายังไงก็ต้องปรับ ก็ไม่เป็นไร ผมว่าดอกเบี้ยมีผลกับราคาอสังหาริมทรัพย์ในภาคที่มันเป็นโปรเจ็กต์ไฟแนนซ์ไม่ได้เยอะมาก ถึงจะปรับ 1-2% ดีเวลอปเปอร์อย่างเราไม่ปรับราคายังได้เลย เพราะว่าเรามีกระบวนการจัดการต้นทุนที่ดี

ดีเวลอปเปอร์ไทยเก่ง อาจมีปัญหาในภาคโพสต์ไฟแนนซ์เพราะว่าเรตโลนปรับ 1-2% มีผลเยอะ มีผลขนาดบางคนอาจจะกู้ได้น้อยลงจนต้องเปลี่ยนเซ็กเมนต์เลย เช่นกู้ 4 ล้านกู้ไม่ได้ เหลือกู้ 2.5-3 ล้าน ก็ไม่เป็นไรอย่างน้อยยังพอซื้อได้ ถ้าเขามีการจ้างงานที่มั่นคงและมีจีดีพีที่ยังเติบโตอยู่ระดับ 4% ผมว่าโมเมนตัมตัวนี้มันเอาชนะตัวดอกเบี้ยได้ แต่ก็ยังมองว่าหลังจากนั้นยังมีเรื่องการดูแลแบบสเต็ปอัพ

วันนี้ยังไงจีดีพีที่เติบโตขึ้นยังไงเขาก็ยังให้อยู่ แล้วก็เฮ้าส์ซิ่งโลนยังเป็นอะไรที่เป็นคอมฟอร์ทโซนของแบงก์ ปล่อยดอกเบี้ย 3% กว่าใน 3 ปีแรกก็ยังเห็นกันอยู่เกือบทุกแบงก์ มันก็มีผลกระทบบ้างแต่ก็ไม่ได้เยอะนัก เป็นโมเมนตัมที่จะชะลอ ทำให้เครื่องยนต์ไม่ได้แรงเกินไปจนน่ากลัว ซึ่งผมว่ามันเป็นเรื่องที่ดีนะครับ

วิกฤติขาดแคลนพลังงานในยุโรปแน่นอนมันส่งผลทั้งไดเร็กต์และอินไดเร็กต์ พวกต้นทุนที่เกี่ยวกับพลังงานหรือน้ำมันจะทำให้ต้นทุนก่อสร้างกลับไปเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว ตราบใดที่เศรษฐกิจเขายังลดความร้อนแรงในภาคของยุโรป อเมริกาไม่ได้ ต้นทุนยังเป็นปัญหาหนักสำหรับเรา แต่ก็ผมก็ไม่กลัวอีก

ภาคต้นทุนเราก็บริหารเก่ง วัสดุ ไหนแพงเราก็เปลี่ยนมาใช้วัสดุอื่นทดแทนได้ ในบ้าน 1 หลัง คอนโดฯ 1 หลัง เรามีพัสดุเป็นหมื่นๆ รายการ พวกนี้เราบริหารจัดการได้ ก็ไม่ได้คิดจะขึ้นราคา

คอนเซ็ปต์จากการปิดเมืองเพื่อควบคุมโรคผมก็ยังคิดว่าเราไม่น่าจะมาล็อคดาวน์อะไรพวกนี้อีก เราน่าจะเป็นสเตทท้าย ๆ แล้ว ผมก็ไปดูในต่างประเทศมามันก็เป็นแบบนี้แหละ พอเริ่มเปิดประเทศ มันก็จะมีหางเวฟที่มันกระตุกขึ้นอีกหน่อยนึง หลังจากนั้นมามันก็จะเริ่มหายไปหมดแล้ว วันนี้เห็นในยุโรปอเมริกาไม่ค่อยเห็นคนติดแล้ว มันติดกันเกือบหมดแล้ว ดูง่าย ๆ ในออฟฟิศเรา ถ้าติดไปเกินกว่าครึ่งแล้วภูมิคุ้มกันหมู่มันเกิดแล้ว

ภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนดูเป็นปัจจัยลบ บางคนก็กังวลว่าจะเป็นเหมือนจีนหรือเปล่า ผมว่าไม่เราก็ไม่ได้ over built เราไม่ได้เปิดโครงการมานานพอสมควรแล้ว เพราะฉะนั้นตัวซัพพลายเก่าถูกดูดซับไปเยอะแล้ว ดีมานด์มีอยู่แล้ว กลับมาจ้างงานกันเยอะ ซัพพลายเก่าก็ไม่ได้เหลือเยอะ ภาคอสังหาฯ ของจีนมีปัญหาเฉพาะตัว การเปิดเมืองภาครัฐเป็นตัวกระตุ้นในการสร้างเมืองใหม่

เศรษฐกิจไทยมีปัญหาเฉพาะตัว เรื่องที่คุยกันผมว่าภาครัฐเอาใจใส่ตรงนี้เป็นอย่างมาก เห็นเข้ามาลดพวกนี้ consumer finance ลิสซิ่งต่าง ๆ เป็นทิศทางที่ดีต้องยอมรับเลยว่าช่วงโควิดที่ผ่านมายิ่งพุ่งเดิม 85%ในเรื่องหนี้ครัวเรือน พอเจอโควิดเข้าไปกลายเป็น 95% เพราะว่าการจ้างงานมันแย่ลง

ถ้าไม่ทำอะไรเลยมันจะกลับไป 87% เองอัตโนมัติอยู่แล้วเพราะการจ้างงานกลับมาคนก็เอาเงินไปใช้หนี้ ดอกเบี้ยลิสซิ่งดอกเบี้ยคอนซูมมิ่งที่ลดลงจะเป็นตัวใหม่ที่จะทำให้เราเห็นตัวเลขหนี้ครัวเรือนต่ำกว่า 80% ก็ได้ เพราะว่าเขาลดดอกเบี้ยลงมากเยอะมากเลย

ดอกเบี้ยแต่ก่อนขายรถมอเตอร์ไซค์ได้ 30% ตอนนี้จะเหลือ 23% หายไป 7% ต้นทุนการใช้ชีวิตของคนฐานะรายได้น้อย น้อยลงเยอะ อัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มขึ้น 2% เป็นเรื่องเล็กไม่มีอะไร ดอกเบี้ยเงินกู้ก็มีสเปรด 4% เราทำโครงการได้

ธุรกิจเหมาเช่าโรงแรมภูเก็ตคึก ผู้ประกอบการฟื้นไข้โควิด

ปัจจัยบวกการฟื้นตัวอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว วันนี้มีคนมาเหมาเช่าโรงแรมกันเยอะมาก เกิดอาชีพใหม่เพราะเอเย่นต์ทัวร์เขารู้ ทำบุ๊กกิ้งล่วงหน้า เพื่อนผมหลายคนในภูเก็ตหลายคนก็ปล่อยเหมาเลยเพราะว่าเพิ่งฟื้นจากโควิด บางคนก็เสียดายแต่บางคนก็สบายใจแล้ว จีเอ็มก็ไม่ต้องหาลูกค้าแล้ว ดูแลโอเปอเรชั่นอย่างเดียว เคยขายในช่วงโควิดได้ โรงแรมสามดาวเหลือ 800 บาท

ตอนนี้ราคาเหมา 1,200-1,500 บาทก็ให้แล้ว แต่ของผมไม่ให้เหมา ผมวัดดวงและได้ 3,600 บาท ตรงนี้มันคงไปต่อได้เรื่อย ๆ ถ้าท่องเที่ยวดีจริง ๆ

แรงงานกำลังซื้อสูงขึ้น อันนี้ก็เป็นปัจจัยบวก ถ้าท่องเที่ยวดีเซอร์วิสชาร์จดี โรงแรมผมที่ทองหล่อ เซอร์วิสชาร์จ 15,000-17,000 บาท หรูหรามากเลย มากกว่าเงินเดือนสตาร์ทที่เราจ้างขั้นต่ำ โรงแรมในภูเก็ตสูงสุดแถว ๆ 27,000 – 30,000 บาท เซอร์วิสชาร์จไม่เคยดีมาก่อนขนาดนี้เลย

อาจเป็นว่าช่วงโควิดที่ผ่านมาเขาลดคน มีวิธีต่าง ๆ มากมายเพื่อลดคน ลดค่าใช้จ่าย บางโรงแรมเคยมี 200 คนตอนนี้เหลือ 120 คน ก็โอเปอเรทได้ เซอร์วิสชาร์จก็ขึ้นอัตโนมัติด้วย ทำให้คนเหล่านี้มีเงินมาซื้อข้าวซื้อของซื้อบ้าน ซื้อรถซื้อคอนโดฯ อันนี้เป็นเรื่องที่ดีที่น่าชื่นใจ

นักลงทุนจากต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีนช่วยเพิ่มยอดขาย เราพูดถึงคนจีนบ่อยกำลังซื้อในจีนบ่อยเพราะมันใหญ่จริง ๆ มานิดเดียวเราก็รวยแล้ว วันนี้นอกจากจีนแล้วเรามีไต้หวัน ฮ่องกงรัสเซีย ยูเครน ยุโรป อินเดีย ตอนนี้เราอาวุธครบมือเลย

เรามีอเมริกาซึ่งดอลล่าร์แข็งมาก มาซื้อพร็อพเพอร์ตี้ได้แบบออนเซลล์เลย ใครมีคอนเน็คชั่นในอเมริกามาซื้อเถอะ ไปขายเถอะ บวกลบไปกลับถือไว้ซัก 2-3 ปีกำไรไม่ต่ำกว่า 50% ด้วย ค่าเงินที่ไปกลับ 2 ทางได้ผลตอบแทนที่ดีมากๆ

ผมจะยกตัวอย่างอีกโครงการที่ปาร์คออริจิ้น พร้อมพงษ์ สุขุมวิท 24 ช่วงก่อนโควิดเราได้ค่าเช่า 800-900 บาท/ตารางเมตรสำหรับนักลงทุนที่ปล่อยเช่า ห้อง 28 ตารางเมตรที่เป็นห้องสตูดิโอ ค่าเช่า 22,000-24,000 บาท ตอนโควิดเหลือ 15,000 บาท ตอนนี้ขึ้นมาเป็น 30,000-32,000 บาท โรงแรมอยากจะเอา (ผู้เช่า) ลองเทอมออกช่วงโควิดเราตุนลองเทอมเข้ามาเถอะ ปล่อยน้อย ๆ ก็ไม่เป็นไร กำไรน้อยไม่เป็นไร

ตอนนี้โรงแรมเราที่ทองหล่อลองเทอมสัดส่วน 60% ปีหน้าขอลองเทอมแค่ 30% มันเห็นโมเมนตัมว่าสุดท้ายคนจะไปเช่าคอนโดฯ ในราคาที่สูงขึ้นเพราะโรงแรมไม่เอาลองเทอมแล้ว ถามว่าท่องเที่ยวดียังไง มันดีอย่างนี้แหละ คล้าย ๆ มีโมเมนตัมที่เป็นโดมิโนในทางที่ดี

ประเมินปัจจัยลบ ดอกเบี้ยขาขึ้น ต้นทุนก่อสร้างสูง

ปัจจัยลบ ที่พูดไปแล้วดอกเบี้ยขาขึ้นส่งผลต่อการตัดสินใจของลูกค้าขอสินเชื่อ อันนี้ก็ต้องยอมรับ พวกเราก็ต้องยอมรับเรื่อง LTV ด้วย แบงก์ชาติมีหน้าที่ควบคุมนโยบาย ปัจจัยบวกอื่น ๆ มีเยอะแยะ เราอย่าไปกังวลมาก ตลาดที่เป็นตลาดรากฐานคือตลาดที่เป็นบัดเจทคอนโดฯ

ถ้าเขาซื้อไม่ไหวเราก็อย่าไปทำตัวสินค้าเกินกำลังซื้อ รอเขากลับมา ไม่เกินกลางปี 2566 คอนโดฯ ที่เป็นบัดเจทคนจะรายได้ดีขึ้นจะมาซื้อคอนโดฯ กับเราเยอะแยะเอง

ถัดไปต้นทุนค่าก่อสร้างทรงตัวในระดับสูง เราต้องยอมรับอีกเรื่องหนึ่งว่ามันขึ้นแล้วมันไม่ลงหรอก แต่ว่าค่าก่อสร้างมีสัดส่วน 1 ใน 3 หรือ 30% ของราคาขาย ใขึ้น 5% เท่ากับขึ้นแค่ 1.5% ของราคาขายเอง ค่าก่อสร้างขึ้น 10% เท่ากับขึ้น 3% ของราคาขาย บางทีดีเวลลอปเปอร์ 3% เราลดให้ก็ได้นะ เพราะว่ากรอสมาร์จิ้น 30% บวกลบในการทำคอนโดฯ ยังไม่ได้กังวลขนาดนั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...